ข่าว

กนอ.รุดรับฟังเหตุผลขอจัดตั้งนิคมฯขอนแก่น

กนอ.รุดรับฟังเหตุผลขอจัดตั้งนิคมฯขอนแก่น

19 มี.ค. 2553

ผู้บริหาร กนอ.รุดรับฟังข้อมูลและเหตุผลการขอจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขอนแก่นจากภาคเอกชนในพื้นที่ ด้านสภาอุตฯ หวังนิคมฯ เกิดได้แน่หากรัฐบาลนี้อยู่ครบเทอม เดินหน้าเสนอผู้ว่าฯ ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ รวมทั้งข้อดี-ข้อเสียก่อนทำประชาพิจารณ์ ระบุหากประชา

นายวิฑูร กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น เปิดเผยกัเกี่ยวกับความคืบหน้าในการผลักดันจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขอนแก่น ว่า สภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น ได้เล็งเห็นว่า จ.ขอนแก่น ในระยะหลังมีโรงงานอุตสาหกรรมก่อตั้งในพื้นที่เกิดขึ้นค่อนข้างเร็วมากและเป็นการเติบโตแบบไร้ทิศทาง นอกจากนี้ปัญหาเรื่องกฎหมายผังเมืองก็ยังมีความไม่ชัดเจน ทำให้เกิดโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมแบบกระจัดกระจาย ซึ่งภาคเอกชนเกรงว่าอาจจะเป็นปัญหาในอนาคต จึงมองว่าถ้าหากมีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (กรีต อินดัสทรี) ซึ่งไม่ก่อมลภาวะกับสิ่งแวดล้อมและสังคม น่าจะเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว

 "หากเกิดนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.ขอนแก่น เราเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุเรื่องการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีพีพี) ของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมที่โตแบบไร้ทิศทางได้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาสภาอุตสาหกรรมได้มีการนำเสนอเรื่องนี้ผ่านทางฝ่ายการเมือง ซึ่ง นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน ขณะเดียวกันก็ได้มีการพูดคุยกับหลายๆ องค์กรใน จ.ขอนแก่น ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางสภาฯ ได้เสนอไปยังอุตสาหกรรมจังหวัดทำเรื่องเสนอไปยังผู้ว่าฯ เพื่อให้ตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการ เพื่อทำการศึกษาความเป็นไปได้ ผลดีผลเสียของการจัดตั้ง"

 นายวิฑูรย์ ยังกล่าวอีกว่า ล่าสุดทางผู้บริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งทราบข่าวเอกชนขอนแก่นได้มีการผลักดันโครงการดังกล่าว ได้เดินทางมาพบปะกับกรรมการสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ต้องการจัดนิคมฯ รวมทั้งได้ชี้แจงเกี่ยวกับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขนาดย่อมขอนแก่นที่ไม่ประสบผลสำเร็จ จน ครม.ได้มีมติยกเลิกนิคมฯ ขนาดย่อมขอนแก่น เมื่อปีที่ผ่านมา

 สาเหตุที่นิคมอุตสาหกรรมขนาดย่อมขอนแก่นไม่ประสบความสำเร็จ จากการศึกษาข้อมูลพบว่ามีข้อจำกัดอยู่ 4 ประเด็น คือ 1.พื้นที่ในการจัดตั้งมีจำกัด คือมีเพียงแค่ 20 ไร่ ซึ่งถือว่าเล็กมาก หากโรงงานขนาดกลางไปตั้งก็ตั้งได้เพียงบริษัทเดียว 2.การก่อสร้างอาคารไม่สอดคล้องกับการทำธุรกิจอุตสาหกรรม เนื่องจากก่อสร้างเป็นอาคารชั้นเดียวแต่มีชั้นลอย คล้ายๆ กับห้องแถว กว้างประมาณ 4 เมตร ลึก 20 เมตร ซึ่ลักษณะของอาคารไม่เหมาะ แต่สำหรับเปิดการทำธุรกิจร้านค้าทั่วไป ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดที่อุตสาหกรรมขนาดย่อมจะเข้าไปใช้บริการ

 3.ไม่มีการทำตลาด เนื่องจาก กนอ.ไม่มีการเชิญชวนนักธุรกิจมาลงทุน ซึ่งจะสังเกตุได้ว่านักธุรกิจในพื้นที่ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าขอนแก่นมีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้น และ 4.ไม่มีแรงจูงใจใดๆ ที่จะให้นักธุรกิจอยากจะเข้าไปลงทุน กนอ.ควรที่จะทำการยกเว้นหรือปลอดภาษี หรือหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ทำให้นิคมอุตสาหกรรมขนาดย่อมขอนแก่นไม่ประสบผลสำเร็จ

 อย่างไรก็ตาม หากนิคมอุตสาหกรรมขอนแก่นเกิดขึ้นได้ ตนได้เสนอแนะไปยังผู้บริหารของ กนอ.ว่า รูปแบบการบริหาร กนอ.ไม่ควรบริหารเอง 100% ควรตั้งกรรมการขึ้นมาร่วมบริหาร ทำการออกแบบอาคารเพื่อให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาลงทุน วางแผนการตลาด การจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดนักลงทุน ซึ่งหลังรับฟังคำชี้แจง ทางผู้บริหาร กนอ.ก็ยอมรับในหลักการ

 "ความเป็นไปได้ของการเกิดนิคมอุตสาหกรรมขอนแก่น ผมเชื่อว่าหากรัฐบาลนี้อยู่ครบเทอม โอกาสที่นิคมฯ จะเกิดขึ้นมีสูง ซึ่งหากทางผู้ว่าฯ ขอนแก่น ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง จากนั้นสู่ขั้นตอนการประชาพิจารณ์ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี อย่างไรก็ตาม หากประชาคมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ทางสภาอุตสาหกรรมก็จะไม่ดื้อแพ่งผลักดันต่อไป แต่หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยก็จะเดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในรัฐบาลชุดนี้" นายวิฑูรย์ กล่าว

 ด้านนายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในฐานะที่ตนรับผิดชอบงานด้านอุตสาหกรรม เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงงานอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก ดังนั้นเรื่องการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม จึงถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะขณะนี้มีแนวโน้มว่าการร้องเรียนเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่เดิมและอยู่ในระหว่างการอนุญาตจัดตั้งจะมีมากขึ้น ซึ่งทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ตนได้ประสานให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดได้เชิญผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่มาทำซีเอสอาร์ร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพราะการทำกิจกรรมหรือตอบแทนสังคมของผู้ประกอบการคงต้องทำแน่นอน เนื่องจากถือเป็นมาตรฐานการประกอบอุตสากรรมระดับโลก