ข่าว

กองทัพจับตาอาวุธชีวภาพจากไวรัสหวัดนก

กองทัพจับตาอาวุธชีวภาพจากไวรัสหวัดนก

19 มี.ค. 2553

กองทัพหวั่นเชื้อไวรัสอุบัติใหม่ "เอช1เอ็น1" อาจถูกพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพซ้ำรอยแอนแทรกซ์ ด้านเภสัชฯมหิดลปรุงตำรับยาสมุนไพรต้านอาวุธไวรัสชีวภาพ ย้ำหนทางเดียวรับมือหากอาวุธเชื้อโรคแพร่ระบาด

 พลตรีหม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล ผู้ชำนาญการกองทัพบกในฐานะที่ปรึกษากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก กล่าวยืนยันในการประชุมวิชาการเรื่องอาวุธทำลายล้างสูง : ภัยจากอาวุธชีวภาพ ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า ในประเทศไทยยังไม่พบการก่อการณ์ร้ายด้วยอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธชีวภาพ แต่กองทัพบกยังคงให้ความสำคัญกับทั้ง 2 ประเด็นโดยเฉพาะอาวุธชีวภาพที่สามารถพัฒนาได้จากเชื้อโรค ขณะที่อาวุธนิวเคลียร์ยังคงอยู่ภายใต้สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งไทยเป็นประเทศภาคีสมาชิก

 ส่วนกรณีความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรวจพบการนำกรดฟอร์มิกหรือกรดมด มาประกอบกับระเบิดแสวงเครื่องนั้น เป้าหมายเพื่อทำให้อานุภาพของระเบิดรุนแรงขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่อาวุธชีวภาพอย่างแท้จริง

 ในอดีตการแพร่กระจายของอาวุธชีวภาพเคยสร้างความตระหนก หลังจากที่เชื้อโรคแอนแทรกซ์คร่าชีวิตผู้โดยสารในรถไฟฟ้าใต้ดินญี่ปุ่นโดยผู้ก่อการร้ายลัทธิโอมชินริเกียว ต่อมากลุ่มอัลกออิดะห์และเจมาห์อิสลามิยาห์ มีความพยายามที่ก่อการร้ายโดยใช้อาวุธชีวภาพเช่นกัน

 “อาวุธชีวภาพยังคงเป็นที่น่าจับตา โดยเฉพาะอาวุธชีวภาพพัฒนาจากเชื้อโรคติดต่อระหว่างสัตว์กับคน อย่างไวรัสเอช1เอ็น1 ไวรัสไข้หวัดนกรวมถึงเชื้อโรคอื่นๆ เช่น ซาร์ส”

 ผู้ชำนาญการกองทัพบกให้คำจำกัดความของอาวุธชีวภาพว่า จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาโดยผู้ใช้มีเจตนาร้าย ที่ต้องการแยกเชื้อโรคไปเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวน และเมื่อนำใส่เข้าไปยังร่างกายมนุษย์แล้ว จะทำให้มีอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

 “ภัยจากอาวุธชีวภาพเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่กองทัพให้ความสนใจ ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานต่างๆ เพื่อหามาตรการเฝ้าระวัง และร่วมกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ตลอดจนหาแนวทางจัดการปัญหาที่เกิดจากอาวุธชีวภาพที่พัฒนาโดยเชื้อโรคอุบัติใหม่ อย่าง เอช 1 เอ็น 1”

 นอกจากนี้ กองทัพจะพยายามผลักดันแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อใช้เกิดการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณา แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบ

 ด้าน รศ.อ้อมบุญ วัลลิสุต หัวหน้าภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า  อาวุธชีวภาพจากเชื้อโรคเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และวิธีการป้องกันตัวจากภัยอาวุธชีวภาพที่ดีที่สุดคือ ร่างกายที่แข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกันที่สามารถต่อต้านกับเชื้อโรคได้ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมหิดลได้ทำงานวิจัยหลายชิ้น พบว่า สมุนไพรไทยมีศักยภาพในการรักษาพิษจากอาวุธชีวภาพ ที่พัฒนาขึ้นจากเชื้อโรคต่างๆ ได้

 “ในส่วนของอาวุธชีวภาพที่พัฒนาจากเชื้อไวรัส เอช1 เอ็น1 ที่แยกได้จากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 นั้น วันนี้มีรายงานการวิจัยจากประเทศจีน ที่ได้รับการยืนยันและตีพิมพ์ลงในวารสารทางวิชาการแล้วว่า ยางจากลำต้นมหาหิงค์ เมื่อนำมาสกัดแยกสารสำคัญจะพบว่ามีสารสำคัญถึง 9 ชนิด ที่สามารถต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 ได้ในระดับความเข้มข้นสูงกว่า ยาต้าไวรัสในกลุ่มอะแมนตาดีน (amantadine) ซึ่งมีความเป็นไปได้หากจะนำมาพัฒนาเป็นยาชนิดใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอช1 เอ็น1 รวมถึงผู้ตกเป็นเหยื่อของอาวุธชีวภาพจากเชื้อชนิดเดียวกันได้ในอนาคต”

 ทั้งยังมีสมุนไพรชนิดอื่นที่น่าสนใจ และมีฤทธิ์ในการยับยั้งอาการผิดปกติของทางเดินหายใจ ระบบเลือด รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อยอดสู่การนำไปใช้ ในรูปแบบของสมุนไพรหลายตัวรวมกัน ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนอกจากจะใช้ยาแผนปัจจุบันในการรักษา รวมถึงการพัฒนาเปปไทด์ต้านจุลชีพ ทางเลือกใหม่ในการต้านฤทธิ์จากอาวุธชีวภาพ