
เสื้อแดงเพิ่มเส้นทางทัวร์กรุงข้ามไปฝั่งธนบุรีด้วย
นครบาลจัดแผนจราจรคุมเข้มเสื้อแดงเคลื่อนพลทั่วกรุง แจงเคลื่อนขบวนเดียวเป็นวงกลม เส้นทางลาดพร้าว-หน้าราม-เพชรบุรี-พระราม 4-สีลม ผบช.น.มั่นใจคุมสถานการณ์ได้ไม่รุนแรง ชี้คดียิงท้องที่ทองหล่อ ทวงหนี้ไม่เกี่ยวการเมือง ส่วนปาขวดหน้า พล.ม.2 แค่พวกคึกคะนอง
(19 มี.ค.) นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า เส้นทางการเคลื่อนพลคนเสื้อแดงทั่วกรุงเทพมหานครวันที่ 20 มีนาคมนั้น จะเคลื่อนขบวนพร้อมกันทั้งหมด โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. หัวขบวนจะอยู่ที่ แยกยมราช มีกองทัพมอเตอร์ไซด์ 2,000 คัน นำขบวน ต่อด้วยขบวนคนเสื้อแดง ทั้งนี้ จะใช้เส้นทางถนนเพชรบุรี ถึงแยกอโศก จะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษกผ่านแยกฟอร์จูน ไปตามถนนรัชดาฯ จนถึงแยกรัชดา-ลาดพร้าว
จะเลี้ยวขวา เข้าถนนลาดพร้าว ตรงไปถึงบางกะปิ ถึงแยกบางกะปิ จะเลี้ยวขวา ไปถึงแยกลำสาลี แล้วจะเลี้ยวขวาอีกครั้ง เข้าถนนรามคำแหง ตรงไปตามถนนรามคำแหง จนถึงแยกพระราม 9 ตรงไปแยกคลองตัน แล้วตรงไปแยกพระโขนง เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 4 จากนั้นตรงไปจนถึงสีลม แล้วเข้าวงเวียนโอเดียน เยาวราช มาพาหุรัด แล้วกลับเข้าเวทีปราศรัยที่เชิงสะพานผ่าฟ้า ถนนราชดำเนิน ในเวลา 18.00 น.
นอกจากนี้ นปช.ยังได้เพิ่มเส้นทางเพิ่มจากเดิมโดยเคลื่อนพลขึ้นสะพระปกเกล้า แยกบ้านแขก วงเวียนใหญ่ ตากสิน รัชดาท่าพระ จรัญฯ แยกบรมฯ ส.พระปิ่น เกล้าเข้าราชดำเนิน
นครบาลจัดแผนจราจรรับม็อบเคลื่อนพลทั่วกรุง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 มีนาคม พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กล่าวภายหลังเรียกประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสังกัดปรับแผนปฏิบัติรับมือผู้ชุมนุมดาวกระจายพรุงนี้ว่า ได้ประสานแกนนำแล้วชี้แจงว่า การไหวเคลื่อนดาวกระจายตามสถานที่ต่างๆ ใน กทม.นั้นจะมีขบวนผู้ชุมนุมขบวนเดียว โดยมีวัตถุประสงค์ต้องการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนเท่านั้น จากการประเมินสถานการณ์แล้วคาดว่าไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง และไม่กระทบการจราจรมากนักเพราะเป็นวันหยุด ซึ่งมอบหมายให้ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. (ดูแลงานจราจร) เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการจราจร โดยวันนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และปลัดกทม. (นายพงษ์ศักดิ์ เสมสันต์) จะเข้าไปเจรจากับแกนนำเรื่องการขอคืนพื้นที่เพื่อให้สามารถจัดงานกาชาดอย่างเป็นทางการ
ผบช.น.กล่าวถึงเหตุคนร้ายยิงปืนใส่บ้านคู่อริในพื้นที่ สน.ทองหล่อว่า ได้รับรายงานรายละเอียดแล้ว ได้รับการยืนยันจากท้องที่ว่า ไม่เกี่ยวกับการเมืองเป็นเรื่องของการทวงหนี้ โดยกำชับสายตรวจให้ตรวจตราอย่างละเอียด รวมถึงให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของอาวุธสงครามที่พบในพื้นที่กทม.หลายครั้งที่ผ่านมา ส่วนกรณีออกหมายเรียกผู้ชุมนุมที่ปาเลือดเข้าไปในบ้านนายกรัฐมนตรีและเทเลือดหน้าพรรคประชาธิปัติย์ว่า มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการสอบสวนและมือกฎหมาย บช.น. กำกับดูแลอยู่ รวมถึงเรื่องการตรวจสอบคลิปเสียงด้วย
“สำหรับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ เหตุยิงใส่บ้าน และเหตุการณ์ปาขวดไปถูกสัญลักษณ์รถเกราะที่ พล.ม.2 รอ. (กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์) นั้นได้ตรวจสอบแล้ว พบเป็นเหตุที่มาจากความคึกคะนอง และคาดว่าเป็นการต้องการดิสต์เครดิตทหารมากกว่า “ พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวในตอนท้าย
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น.กล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมามีการผลัดเปลี่ยนกำลังตำรวจชุดเดิมที่ทำงานครบ 7 วันให้กลับไปพักผ่อน ณ ที่ตั้ง โดยผลัดใหม่ได้เข้ามาประจำจุดในช่วงบ่าย จากนั้นมีการประชุมคอนเฟอเรนต์ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้ง บช.น. บช.ภ.1 และหน่วยอื่น ซึ่งเป็นการกำหนดนโยบายในการปฏิบัติ ซึ่งกำลังทั้งหมดทราบภารกิจแล้ว
ส่วนการเคลื่อนขบวนของกลุ่มเสื้อแดงวันพรุ่งนี้มี 2 แนวทาง คือ 1.การเคลื่อนแบบขบวนใหญ่ในพื้นที่ กทม. และ2.การเคลื่อนแบบขบวนเล็กไปตามจุดต่างๆ ซึ่งในที่ประชุมมีการรองรอบทั้ง 2 กรณี แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ 1. คือ เคลื่อนรวมพลเป็นขบวนใหญ่ โดยน่าจะใช้ถนนเพชรบุรี ผ่านอโศก ออกถนนลาดพร้าว มาทางแยกบางกะปิ เลี้ยวเข้ารามคำแหง ผ่านพระราม 4 สีลม เจริญกรุงและกลับที่เดิม โดยจะใช้กำลังตำรวจพื้นที่ บก.น.1,2,4,5และ 6
"เรื่องนี้ ผบช.น.สั่งการว่า หากเป็นการดาวกระจายขนาดเล็ก คนน้อยจะให้ ผกก.สน. เป็น ผบ.เหตุการณ์ในพื้นที่ แต่หากคนมากหรือเกี่ยวพันมากกว่า 1 สน. ให้รอง ผบก. เจ้าของพื้นที่เป็น ผบ.เหตุการณ์ในพื้นที่ และ ผบช.น. สั่งการเพิ่มเติมว่าให้ รอง ผบช.น. ซึ่งรับผิดชอบ บก.นั้นๆ ไปดูแลสั่งการด้วย เช่น บก.น.1 นอกจาก ผบก.น.1 แล้ว ยังมี พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. มาดูแลช่วยด้วย หรือบก.น.2 มี พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น. ดูแลช่วย บก.น.4 มีพล.ต.ต.ดำริห์ โชตเศรษฐ์ รอง ผบช.น.ดูแล บก.น.5 มีพล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูและ บก.น.6มีพล.ต.ต.บญส่ง พานิชอัตรา ดูแลเป็นต้น ซึ่งถือว่าการให้ รอง ผบช.น. ระดับผู้บังคับบัญชาลงไปแก้ไขปัญหา " พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวและว่า
การดาวฤกษ์ เน้นมาตรการต่างๆ ข้อแรกคือ รักษาความสงบเรียบร้อยตลอดเส้นทาง 2.ป้องกันการกระทบของกลุ่มผู้ชุมนุมตามเส้นทางกับผู้ใช้รถใช้ถนน 3.การอำนวยความสะดวกจราจรให้กระทบน้อยที่สุด 4.การป้องกันเหตุอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้ช่วงบ่ายทาง ฝ่ายยุทธการของ ศปก.น. จัดทำแผนการปฏิบัติร่วมกับ บก.จร. เพื่อคอยหนุนการปฏิบัติ โดยมีกำลังช่วยไม่น้อยกว่า 9 กองร้อยในการปฏิบัติ ซึ่งเย็นนี้จะเรียกประชุมรอง ผบก.รับผิดชอบงานความมั่นคง งานสายตรวจ และงานจราจร ของทุก บก.ด้วย
“จากข้อมูลเบื้องต้นผู้ชุมนุมจะประชาสัมพันธ์ขอบคุณและขอแรงประชาชน โดยยังไม่พบว่าจะมุ่งไปที่ใด ส่วนการปิดแยกตำรวจจะเป็นผู้กำหนดไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากนี้ได้ประสานความปลอดภัยของรถไฟฟ้าต่างๆด้วย ขณะนี้มีผู้ชุมนุมประมา 8,000 คน และยอดสูงสุดเมื่อคืนเวลา 21.00 น. 16,500 คน ซึ่งยังไม่พบการเปลี่ยนแปลง แต่การข่าวพบว่าเวลากลางวันจะพักผ่อนเวลาใกล้เคียง ช่วงเย็นจึงจะมีคนสูงขึ้น และลดลงหลังเที่ยงคืน เป็นแบบนี้ 2-3 วันแล้ว ส่วนต่างจังหวัดมีกำลังทั้งเข้าและออก “ โฆษก บช.น.กล่าวและว่า “สำหรับการเปลี่ยน 22 กองร้อยของ บช.น. อยู่เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนผู้ที่มาจากต่างจังหวัด เพื่อไม่ให้เหนื่อยล้า”
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงการเตียมพื้นที่จัดงานกาชาดว่า พล.ต.ต.วิชัย และปลัด กทม. ประสานแกนนำแล้ว คาดว่าจะมีการเปิดการจราจรให้ในพื้นที่ที่มีการจัดงานจริงๆ โดยเฉพาะถนนอู่ทองใน ลานพระรูปทรงม้า ถึงแยกสวนมิสกวัน ซึ่งน่าจะคืนพื้นที่ตรงนี้ และถนนที่ตัดผ่านทั้งถนนศรีอยุธยา และพิษณุโลก โดยถนนโดยรอบก็ยังใช้การจราจรได้
ส่วนกรณียิงในพื้นที่สน.ทองหล่อ ยืนยันชัดเจนว่า เป็นพี่น้องกันและเป็นกรรมบริษัท ยูไนเต็ต เซ็นเตอร์ และเคยมีการยิงไปก่อน มีปัญหาเรื่องหนี้สินอยู่ ทั้ง 2 บ้านมี รปภ.และกล้องวงจรปิดด้วย โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น. ดูแลอยู่ ส่วนจุดตรวจมีในพื้นที่อยู่แล้ว ถนนกทม.มีกว่า 1,000 สาย แต่ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุมากที่สุด ส่วนที่พล.ม.2 รอ. ผบก.น.1 ก็เข้าไปดูแลอยู่แล้ว



