ข่าว

"พีระพันธุ์"แนะขรก.แจ้งเอาผิดผู้บริหารกบข.

"พีระพันธุ์"แนะขรก.แจ้งเอาผิดผู้บริหารกบข.

14 มี.ค. 2552

"พีระพันธุ์"ไฟเขียวป.ป.ท.สอบสวนการบริหารเงินกองทุนกบข. เผย ข้อมูลลึกส่อไปในทางไม่ปกติ จึงส่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติม แนะข้าราชการที่ได้รับความเสียหายให้แจ้งความดำเนินคดีผู้บริหารกบข.

(14มี.ค.) นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  กล่าวกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจสอบกรณีข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ร้องทุกข์ให้ตรวจสอบการบริหารเงินกองทุนกบข. ภายหลังได้รับความเสียหายจากเงินผลประโยชน์ที่ลดน้อยลงว่า หากสมาชิกกบข.รายใดเห็นว่าตนเองได้รับความเสียหายสามารถเข้าร้องทุกข์แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารกบข.ได้

 ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบพบว่ามีความผิดในคดีทุจริต ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเข้าข่ายต้องรับผิดทางอาญา การเข้าไปตรวจสอบกบข.ไม่ถือว่าอยู่นอกอำนาจของป.ป.ท. เนื่องจากป.ป.ท.มีหน้าที่สืบสวนกรณีความผิดฐานทุจริตของข้าราชการได้ทั้งระบบ แต่เมื่อพบว่าผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราการตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไป จะต้องส่งสำนวนคดีให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการแทน

 นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมานายธาริต  เพ็งดิษฐ์  เลขาธิการป.ป.ท.ได้เข้ารายงานผลการตรวจสอบกรณีกบข.ให้ตนรับทราบ แต่ตนมีข้อมูลมากกว่าที่ป.ป.ท.ตรวจสอบพบ จึงได้มอบข้อมูลทั้งหมดไปให้สืบสวนเพิ่มเติม

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าข้อมูลที่เป็นส่อให้เห็นถึงการบริหารเงินกองทุนที่ปกติหรือไม่ปกติ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หากเป็นการบริหารปกติตนคงไม่ต้องให้สืบสวน

 นายธาริต กล่าวว่า รมว.ยุติธรรมได้ไฟเขียวให้ป.ป.ท.ตรวจสอบกรณีการบริหารเงินกองทุนกบข.อย่างถึงที่สุด เพื่อประโยชน์แก่ข้าราชการที่เป็นสมาชิกกบข.จำนวน 1,170,000 คน และยอมรับว่าที่ผ่านมามีความพยายามจะข้อร้องและกดดันมายังกระทรวงยุติธรรม เพื่อสั่งการให้ป.ป.ท.ยุติการตรวจสอบ แต่รมว.ยุติธรรมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

 สำหรับข้อมูลที่รมว.ยุติธรรมได้รับจากการร้องเรียนกรณีกบข.นั้น ระบุถึงข้อกฎหมายที่กำหนดให้กบข.ต้องจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก ในทำนองเดียวกับประเทศสิงคโปร์ เช่น ให้สวัสดิการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือให้ทุนการศึกษาแก่บุตรของสมาชิก เพื่อคืนผลประโยชน์ให้สะท้อนกลับไปยังสมาชิกในหลายมิติ แต่ผลการดำเนินกา ร 11 ปีของกบข. ไม่เคยจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก มีแต่การรวบรวมเงินสะสมไปลงทุนแต่เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเคยมีการเสนอแก้กฎหมายให้สมาชิกกบข.สามารถลาออกได้ แต่ผู้บริหารกบข.จะออกมาต่อต้านเกือบทุกครั้ง

 นายธาริต เปิดเผยด้วยว่า ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับจากรมว.ยุติธรรม ยังระบุถึงการลงทุนภาคเอกชนของกบข. โดยเฉพาะการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับหุ้นแต่ละตัวเป็นจำนวนมาก และอาจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในหุ้นเหล่านั้นด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเสียหาย ในส่วนของการใช้วิจารณญาณหรือดุลยพินิจเพื่อบริหารความเสี่ยง น่าจะไม่เป็นไปตามมาตรฐาน โดยผู้บริหารกบข.ไม่ได้จัดการสินทรัพย์เสมือนเป็นของตนเอง

 “ ผมส่งเจ้าหน้าที่ไปพบผู้บริหารกบข.เพื่อส่งหนังสือขอเข้าตรวจสอบตามหน้าที่ แต่ผู้บริหารกบข.กลับพูดว่าป.ป.ท.ไม่มีความรู้ ความรู้เป็นศูนย์ ซึ่งถือเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม การทำงานของหน่วยงานไม่ใช่เรื่องที่จะมาถากถางกันโดยใช้อารมณ์ เราตรวจสอบจบพบว่าการลงทุนซื้อหุ้นภาคเอกชนทำความสูญเสียให้กับกบข.กว่า 5 หมื่นล้านบาท จะให้ฉลาดพูดว่าขาดทุนเพียง 4 พันล้านบาท หลังเอากำไรจากการลงทุนภาครัฐมาหักกลบคงไม่ได้ ” นายธาริตกล่าว

 รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ข้อมูลจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ครอบครัวของผู้บริหารกบข.จะถือครองหุ้นตัวใหญ่ๆ และเมื่อกบข.นำเงินกองทุนเข้ามาซื้อหุ้นตัวเดียวกัน จะส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นทันที นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้บริหารของกบข. เคยทำงานที่บริษัทเอไอเอ โดยมีการตัดสินใจลงทุนที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท จนบริษัทต้องเชิญให้ออกจากงาน

 รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า การบริหารงานของกบข.จะตั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งจากฝ่ายการเงินการคลัง และหน่วยบังคับใช้กฎหมาย ให้ร่วมเป็นคณะกรรมการ อนุกรรมการ และที่ปรึกษา เป็นจำนวนมาก โดยมีวงเงินจำนวนมากที่ใช้จ่ายเป็นเบี้ยประชุมและเงินตอบแทนพิเศษ นอกจากนี้ยังมีการว่าจ้างนักวิชาการจำนวนมากมาทำงานวิจัยให้กับกบข. ซึ่งในเร็ว ๆ นี้จะมีนักวิชาการออกมาตอบโต้ข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม

 ด้านนักกฎหมายกระทรวงยุติธรรมรายหนึ่ง เปิดเผยในประเด็นข้อกฎหมายว่า หากกบข.ดำเนินการให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกโดยจงใจหรือทำหน้าที่บกพร่อง อาจเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยเจ้าหน้าที่ในองค์กรของรัฐ พ.ศ. 2502 ดังนั้นสมาชิกกบข.ทั่วประเทศจึงเป็นผู้เสียหายที่สามารถเข้าร้องทุกข์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนได้ทุกท้องที่ โดยพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมสำนวนส่งให้ป.ป.ช.หรือป.ป.ท.แล้วแต่กรณีภายใน 30 วัน ส่วนกรณีที่สมาชิกกบข.จำนวนมากจะนัดรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันพุธที่ 18 มี.ค.นี้ เพื่อแสดงความประสงค์จะขอลาออกจากกบข.นั้น อาจต้องรวมตัวกันเพื่อเสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถลาออกได้