
นายกฯ"อภิสิทธิ์"รับศก.ไทยแย่ทั้งปี
นายกฯ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยอมรับเศรษฐกิจไทยยังแย่ตลอดทั้งปี
(14มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษที่กรุงลอนดอนเมื่อวันศุกร์นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่าเศรษฐกิจของไทยอาจจะไม่เห็นการเติบโตในทางบวก จนกว่าจะถึงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งล่าช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และบอกว่าด้วยว่า ความคาดหวังต่างๆที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ที่เจอปัญหาจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกและการประท้วงต่างๆ ได้ลดลง ตอนนี้เขาคิดว่า ประเทศกำลังมองถึงการล่าช้าออกไปของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ก็บอกว่าความคาดหวังเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกก็ลดลงเช่นกัน
นายอภิสิทธิ์กล่าวเสริมว่าตอนนี้ประเทศไทยคาดหวัง ผ่านแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลผลักดันออกมาว่า จะสามารถช่วยเสริมอำนาจการซื้อได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 และที่ 3 และก็หวังว่าสถานการณ์จะพลิกกลับมาได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี เขาหวังว่ารัฐสภาจะไฟเขียวในการลงมติวันที่ 24 มีนาคมนี้เพื่อให้รัฐบาลสามารถเริ่มเจรจาเรื่องการขอกู้เงินจำนวน 2 พันล้านดอลล่าร์ โดยรัฐบาลหวังว่าจะได้รับเงินก้อนนี้ก่อนไตรมาสที่ 3 ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เงินส่วนนี้อาจจะมาจากธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น โดยเงินส่วนนี้จะนำไปใช้กับเรื่องการพัฒนาสาธารณูปโภค
นายกฯกล่าวด้วยว่า เขากับนายกรัฐมนตรีบราวน์ ได้หารือกันเรื่องการประชุมสุดยอดกลุ่ม จี 20 ที่กรุงลอนดอนในเดือนหน้า โดยได้ข้อสรุปว่า การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่ของการสร้างความเชื่อมั่น และในแง่ของการประสานนโยบายเพื่อการแก้ปัญหา โดยกลุ่มประเทศในเอเชียที่เป็น
สมาชิกกลุ่ม จี 20 ก็คือจีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนไทยที่ไม่ได้เป็นสมาชิก แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้รับเชิญจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษให้มาร่วมการประชุมด้วย
สำหรับกรณีผู้อพยพชาวโรฮิงญาจากพม่านั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่า ไทยพิจารณาอย่างจริงจังต่อข้อตำหนิจากหลายฝ่ายเรื่องการปฏิบัติกับผู้อพยพอย่างไม่ถูกต้อง และพยายามตรวจสอบข้อมูลข้อมูลความจริง ซึ่งตอนนี้เขาก็สามารถบอกได้แล้วว่า ที่สงสัยกันว่าไทยกระทำไม่ดีกับผู้อพยพนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเฆี่ยนตี การทำร้ายร่างกาย หรืออื่นๆ ส่วนกรณีที่มีการผลักดันเรือผู้อพยพให้กลับออกไปนั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า คนเหล่านี้ก็ได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ
นายกฯ อภิสิทธิ์บอกด้วยว่า เขาได้ขอให้สื่อมวลชนที่รายงานเกี่ยวกับการละเมิดดังกล่าว ช่วยส่งหลักฐานเพิ่มเติมมาให้ เพื่อที่ว่าทางการจะได้ดำเนินการสอบสวนต่อไปได้ แต่น่าเสียดายที่คนเหล่านี้ไม่เต็มใจที่จะให้หลักฐาน



