
ปณิธานขอตรวจสอบเหตุยิงที่ซ.ทองหล่อ
ปณิธาน คาดเหตุยิงอาวุธสงคราม 3 จุดที่ทองหล่อคดีอาชญากรรมทั่วไป ไม่ฟันธงเชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อนเพิ่มกำลังดูแลเนื่องจากใกลบ้านนายกรัฐมนตรี ย้ำเจรจา นปช.ขึ้นอยู่กับแกนนำจะรับหรือไม่ ระบุวันนี้ชัดเจนแผน รปภ.ดูแลม็อบแดงรอบกรุงพรุ่งนี
(19มี.ค.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เวลา 11.00 น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนตำแหน่งโฆษกประสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าในการเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ฝ่ายแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องพูดคุยกันถึงแนวทางการร่วมมือกับรัฐบาล แต่ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่ม และแกนนำบางท่านจะมีความสัมพันธ์กันโดยที่ไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ฉะนั้นจะต้องรอดู ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงเจตนารมย์ถึงการเชื่อมต่อตรง และสามารถที่จะดำเนินการต่อไปด้วยการพูดคุยในปัญหาพื้นฐานต่าง ๆ ได้ แต่คงจะต้องใช้ระยะเวลาในแง่ของใครประเด็นอะไรอย่างไร
ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า กรรมการสิทธิ์ไม่เป็นกลาง และบางคนเป็นญาติกับ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศนั้น นายปณิธาน กล่าวว่า กรรมการสิทธิ์เป็นองค์กรอิสระ และได้ไปพบกับแกนนำ และได้รับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ ทั้งการจัดการบริหารเรื่องการชุมนุม การรักษาความปลอดภัย ซึ่งเราได้บรรลุข้อตกลงบางอย่าง แต่ข้อเหล่านี้ยังไม่ได้เป็นข้อตกลงที่ชัดเจน แต่เบื้องต้นอาจจะเป็นการไม่ให้ไปปิดล้อมบ้านพัก สถานที่ราชกา ถือเป็นแนวโน้มที่ดี ซึ่งกรรมการสิทธิ์เป็นตัวเชื่อม และการพูดคุยก็จะต้องพูดเรื่องกฎกติกา ส่วนการเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุม เพราะทางรัฐบาลไม่มีปัญหาเราพร้อมอยู่แล้ว แต่ก็จะต้องให้เวลาในการชุมนุมเพราะมีแกนนำหลากหลายอยู่ในหลายที่
เมื่อถามว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งสัญญาณในลักษณะดังกล่าวจะทำให้การเจรจาล้มเหลวหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ต้องรอดูว่าจริง ๆ แล้วการที่มาเรียกร้องให้ใคร และเรื่องอะไร ทั้งนี้หวังว่าจะเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวมในเรื่องของการคลี่คลายสถานการณ์ไม่น่าจะขึ้นอยู่กับท่านใดท่านหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่องของเจตนาของทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมมือกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการประชุม ศอ.รส. และได้มีการรับฟังในเรื่องของการประสานงานในการดูแลความเรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ที่จะมีการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ดังนั้นเรื่องการประสานงานในเรื่องการดูแลความเรียบร้อยในบริเวณจังหวัดต่าง ๆ ที่จะมีคนเข้ามา ถึงแม้ว่าตัวเลขผู้ชุมนุมจะไม่มากเหมือนครั้งก่อนแต่ก็จะต้องมีการประสานงานกัน และก็จะต้องดูตัวเลขของคนใน กทม. ด้วย ทั้งนี้การประเมินเรื่องการจราจรของศอ.รส.ในวันพรุ่งนี้ ขึ้นอยู่กับการประสานงาน ถ้าหากว่าวันนี้ได้รับแจ้งสถานที่เวลา เส้นทางที่จะใช้ บริเวณที่จะไป เราน่าจะบริหารจัดการได้ดี
ส่วนที่ผู้ชุมนุมพยายามที่จะใช้คนกทม.กดดันรัฐบาลนั้น ก็ได้ทำความเข้าใจกันกับกลุ่มที่จะมาชุมนุมว่าความเดือดร้อนของคนใน กทม.ประชานในต่างจังหวัดก็ดี เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น การทำความเดือดร้อนก็ไม่เป็นที่ยอมรับกัน และเชื่อว่าวันนี้เรื่องการจราจร และรักษาความปลอดภัยจะมีความชัดเจน
ชุดลาดตระเวนพิเศษ 105 - 110 ชุด หรือด่านตรวจ เส้นทางควบคุม ที่ได้จัดเพิ่มเติมทำงานได้ผลดี ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นเรื่องอาชญกรรมตามปกติ แต่ก็จะต้องดูว่าจะเชื่อมกันสถานการณ์กันมากน้อยแค่ไหน แต่การรักษาความปลอดภัยอยู่ในกรอบ
ส่วนที่นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยระบุว่าจะนำสิ่งปฏิกูลไปป้ายบ้านบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ นั้น มีกฎหมายข้อบังคับชัดเจน เราพยายามดูแลว่าการบังคับใช้กฎหมายจะไม่ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความรู้สึกไม่ดี สำหรับเหตุการณ์การคนร้ายยิ่งอาวุธปืนเข้าไปในบ้านประชาชน 3 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยบริเวณทองหล่อ 2 จุด และอีกจุดหนึ่งน่าจะเป็นการโยนระเบิดขวด ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่ทราบสถานที่ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่คาดว่าน่าจะเป็นคดีอาชญากรรมปกติ เพียงแต่เป็นการใช้อาวุธสงคราม ส่วนจะเป็นอาวุธที่จับได้จาก จ.พระนครศรีอยุธยาหรือไม่ยังไม่ทราบ ทั้งนี้ตนไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาวุธ เอชเค 47 หรือ อาก้าหรือเอ็ม 16 ขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่อยู่ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับบ้านนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้นยังไม่ทราบรายละเอียด
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงว่าการตั้งจุดตรวจล้มเหลว เพราะคนร้ายยังสามารถนำอาวุธสงครามเข้ามาก่อเหตุได้ นายปณิธาน บอกว่า กำลังดูอยู่ว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่มีช่องว่างตรงไหน ตอนนี้กำลังประเมินดูอยู่ว่าจะต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปบริเวณท่องหล่อหรือไม่ เนื่องจากอยู่ใกล้บ้านของนายกรัฐมนตรีด้วย การปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยเราทำทุกวันตามข้อเท็จจริง รวมถึงระบบการเฝ้าระวัง ยังไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ชุมนมจะเดินทางมาชุมนุมในวันเสาร์ที่เท่าใด และขณะนี้ทาง ศอ.รส.ก็ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องการต่อ พรบ.ความมั่นคงที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 23 มี.ค.นี้
ก่อนหน้านั้นเวลา 03.40 น. ร.ต.ท.สุชิน พงษ์คำพันธ์ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงเข้าบ้านเลขที่ 95 ซอยทองหล่อ 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งเป็นบ้านนายสุรพงษ์ เตชะวิบูลย์ และบ้านเลขที่ 190 ซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งมีนายสุพจน์ เตชะวิบูลย์ เป็นเจ้าของบ้าน หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สำเริง สวนทอง ผกก.สน.ทองหล่อ และพ.ต.ท.ศุภกรณ์ แก้วทอง รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 95 ซอยทองหล่อ 3 พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ 15 ปลอก และที่บ้านเลขที่ 190 ซอยสุขุมวิท 53 พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 25 ปลอกตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ รถและตัวบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบสวนสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ และเลขทะเบียน มาจอดหน้าบ้านเลขที่ 95 จากนั้นยิงเข้าไปในบ้านแล้วคนร้ายยังขี่รถไปยิงต่อที่บ้านเลขที่ 190 ซึ่งบ้านทั้ง 2 หลังเป็นญาติพี่น้องกัน ก่อนจะขี่หลบหนีไปทางซอยสุขุมวิท 53
จากการตรวจสอบบ้านเลขที่ 190 พบกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้ จึงมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม บ้านหลังดังกล่าวเคยถูกคนร้ายยิงใส่มาแล้ว 1 ครั้ง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าเป็นเรื่องหนี้สิน เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวประกอบธุรกิจจนมีหนี้สิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 และ พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมที่ สน.ทองหล่อ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน



