
มาร์คยันร่วมประชุมสภา-ครม.สัปดาห์หน้า
นายก"อภิสิทธิ์" ยืนยันพร้อมเจรจานปช.บนประโยชน์บ้านเมือง ปัดสองมาตรฐาน"งง"อำมาตย์-ไพร่ชี้คนไทยเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญ ได้ฤกษ์ร่วมประชุมสภา-ครม.สัปดาห์หน้า
(19มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมตรี เวลา 07.10 น. ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะเป็นประ ธานประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ(ศอ.รส.) นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์สดผ่านรายการ"สนามเป้าเล่าข่าว"ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ. 5 )จากบ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร. 11 รอ.) โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวถึงเหตุการณ์การยิงเอ็ม 79 เข้าไปที่กรมทหารราบที่ 1 ทหาดเล็กรักษาพระองค์(ร. 1 รอ.)ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการที่กลุ่มคนเสื้อเเดงเคลื่อนพลไปที่ร. 11 รอ.ว่าตนคงไม่ไปวิจารณ์ว่าความสัมพันธ์กล่มไหนอย่างไรเเต่ตรงนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่ง สิ่งที่จะบอกคือว่าสังคมไมได้มีเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขนาดผู้ชุมนุมก็อาจมีหลายความคิดเห็น ฉะนั้นการที่จะมาคุยกันเพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองเเละกลับไปบอกว่าเรียกร้องให้ยุบสภาจบหรือไม่ พอบนเวทีบอกว่าจบ เเต่มีเเดงอื่นบอกไม่จบ ซึ่งก็ไม่ได้นับคนในสังคมที่ไม่ได้มาชุมนุมว่ามีความเห็นอย่างไรด้วย ฉะนั้นการพูดคุยคงไม่ใช่เป็นเรื่อง ถ้านายวีระ มุสิกพงศ์ เเกนนำคนเสื้อเเดงเห็นด้วยเเล้วมันต้องเป็นอย่างนั้น เสร็จเเล้วเกิดมีคนอีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าตกลงกันเเบบนี้ไม่ยอม จะชุมนุมต่อเเล้วจะทำอย่างไร ดังนั้นการพูดคุยต้องมาคุยกันโดยเอาประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง หากเป็นเเบบนี้พูดคุยได้ ตนไม่เคยปฏิเสธช่องทางการพูดจา
เมื่อถามว่าตอนนี้กลุ่มผู้ชุมนุมออกมาเน้นเรื่องความเเตกต่างระหว่างชนชั้น ระหว่างไพร่ - อำมาตย์ โดยเฉพาะเน้นย้ำว่าเลือดที่นองเเผ่นดินตอนนี้เป็นเลือดไพร่ไล่อำมาตย์ เเละความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่คนเสื้อเเดงระบุว่าเป็นสองมาตรฐาน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องการดำเนินคดีนั้นทุกคดีความที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้มีจำนวนมาก เช่นการปิดสนามบิน ปิดทำเนียบรัฐบาลเป็นร้อย ทุกคดีดำเนินการตรงไปตรงมาตามมาตรฐานเดียวกันเเต่เวลาพูดว่าสองมาตรฐานหมายความว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือเรื่องเเบบเดียวกันเเต่ปฏิบัติไม่เหมือนกัน
ไม่ใช่ว่ามีสองกลุ่มเเล้วดำเนินการเหมือนหรือไม่ไม่เหมือนกันเพราะตนได้ยินคำนี้ตั้งเเต่สมัยคดียุบพรรคว่า หากยุบพรรคหนึ่ง ไม่ยุบอีกพรรคเป็นสองมาตรฐานนั้นไม่ใช่ เเต่พรรคไหนผิดก็ยุบ พรรคไหนไม่ผิดก็ไม่ยุบ ถ้าพรรคใดทำเหมือนกันคนหนึ่งถูก คนหนึ่งผิด เเบบนี้มันสองมาตรฐาน ทำกันคนละเเบบเเต่จะบอกว่าต้องเหมือนกันนั้นคงไม่ใช่
คดีมีความเเตกต่างกัน บางคดีสลับซับซ้อน บางคดีง่าย กลุ่มพันธมิตรฯนั้นคดีไหนที่ชัดก็โดน เช่นการบุกสถานีโทรทัศน์เเห่งประเทศไทย(เอ็นบีที)ก็ฟ้องกันเรียบร้อยเเล้ว รวมทั้งคดีที่มีคนยิงปืนใส่กลุ่มคนที่มาต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯย่านวิภาวดีรังสิตก็มีการออกหมายจับเเต่บังเอิญคดีที่ใช้เวลามากคือปิดทำเนียบกับปิดสนามบิน ที่ถามว่าทำไมช้านั้นตนก็เรียกให้มารายงานตลอดทุก 15 วันที่มันช้าเพราะต้องสือบสวนสอบสวนพยานจำนวนมากเป็นร้อยเป็นพัน
เมื่อถามว่า ล่าสุดตำรวจขนสำนวนไปถึงเชิงบันไดศาลเเต่ถูกเรียกให้กลับนั้นจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "คือผมต้องถามรักษาการผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติเเต่ผมให้เร่งรัดเรื่องนี้ตลอดเวลาเเละต้องรัดกุมหากทำเสร็จเเล้วส่งไปเดี๋ยวไม่ฟ้องก็จะมาบอกว่าทำสำนวนอ่อนหรือไม่ ฉะนั้นทุกอย่างต้องชัดเจน ทางกลับกันคดีของคนเสื้อเเดงก็มีทั้งที่ง่ายเช่น ไปทำความผิดซึ่งหน้า ไปปาของอะไรก็ว่าไปเเต่อีกหลายคดียังไม่เรียบร้อย เช่นเม.ย. 2552 เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีการดำเนินการอยู่เเต่มันไม่เร็วเพราะมันยากสลับซับซ้อนเพราะในเหตุการณ์มันชุลมุนวุ่นวาย บางคดีที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อเเดงก็มีคนต่อว่าต่อขานว่าทำไมยังไม่เสร็จ เช่นคดีนายจักรภพ เพ็ญเเข ฉะนั้นมันเเล้วเเต่มุมมอง พออยู่ฝ่ายหนึ่งก็มองว่าทำไมคดีของตัวเองเร็ว ของอีกฝ่ายช้า มันเป็นเรื่องความรู้สึกเเต่ข้อเท็จจริงคือกระบวนการทำงานเป็นของตำรวจ อัยการ ศาล รัฐบาลนี้ไม่มีการเเทรกเเซง เเละเน้นย้ำในความเที่ยงธรรมเเละรวดเร็ว"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องความเหลื่อมล้ำจริง ๆ แล้วตนอบากบอกว่าใช้ถ้อยคำฟังดูเเล้วคนส่วนใหญ่งง อำมาตย์กับไพร่ฟังดูเเล้วงง ๆ เพราะมันไม่มีเเล้วมันเป็นเรื่องของการที่ประชาชนคนไทยมีความเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งในประเทศต่าง ๆ ก็เป็นเเบบนี้เเต่ในความเป็นจริง มันมีความเหลื่อมล้ำในสังคมอยู่
ทั้งนี้ถามว่าเราสามคนเป็นอำมาตย์หรือไพร่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นอำมาตย์หรือไพร่พ.ต.ท.ทักษิณเคยเป็นนายกฯร่ำรวยมหาศาล เป็นอำมาตย์หรือไพร่ อย่างเมื่อเช้าวันนี้ตนเห็นภาพจากนสพ.มิตชนที่ผู้ชุมนุมนอนอยู่ เเต่อีกภาพเป็นภาพพ.ต.ท.ทักษิณเเละลูกที่เมืองนอก อย่างนี้เเเปลว่าอำมาตย์ - ไพร่หรือไม่ ต้องถามว่ามันเเปลว่าอะไร ดังนั้นความเหลื่อมล้ำในสังคมนั้นมันมีเเละเป็นหน้าที่ชของทุกรัฐบาลที่ต้องพยายามเเก้ไขเเละเชื่อว่าทุกรัฐบาลเเก้ไขเเต่มันไม่ง่าย รัฐบาลของตนพยายามเเก้ไข
เรารู้ตั้งเเต่เกิดมาสิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่าเทียมกันเเต่โอกาสไม่ค่อยเท่าเทียมกัน ตนก็ทำเรื่องเรียนฟรี 15 ปี ศูนย์เด็กเล็ก เบี้ยยังชีพ เป็นการสร้างความเท่าเทียมเเละโอกาสทางเศรษฐกิจ งานของพ.ต.ท.ทักษิณที่เคยทำก็มี บริหารตั้งเเต่ปี 2544-2549 ช่วงที่บริหารปัญหาเหล่านี้ที่ผู้ชุมนุมเเละพ.ต.ท.ทักษิณนำมาพูดว่ามีความเหลื่อมล้ำเป็นอำมาตย์ - ไพร่นั้นได้เเก้ไขหรือไม่
หนี้สินของคนทั่วไปช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณบริหารเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัวเเต่ทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณเพิ่มขึ้นเท่าตัวเช่นกันอย่างที่ศาลวินิจฉัยออกมา เเต่พ.ต.ท.ทักษิณทำอะไรให้ประชาชนคนจน เช่นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน เเล้วพอมารัฐบาลนี้ที่บอกว่าเป็นรัฐบาลอำมาตย์ เเล้วทำไมตนนำงานที่เห็นว่าเป็นประโยชน์มาทำต่อ เช่น กองทุนหมู่บ้าน โอทอปเเละทำมากกว่าานั้น เช่นบ้านมั่นคง เเก้ไขหนี้สินนอกระบบ ซึ่งทุกรัฐบาลพยายามเเก้ไขเเต่ไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนเเก้ไขความเหลื่อมล้ำได้ในระยะเวลาสั้น ๆ
ถ้าจะให้เท่ากันมีอย่างเดียวคือให้จนเท่ากัน จึงคิดว่าไม่ค่อยเหมาะสมนักที่พยายามบอกว่าความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาเรื้อรังมารวมทั้งรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณที่มีเวลานานที่สุดที่จะเเก้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เป็นอยู่ คำถามคือยุบสภาวันพรุ่งนี้ ปัญหาก็ไม่หมด พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าหากยุบสภา กลับมา 6 เดือนล้างหนี้ให้หมด เเล้วถามว่าทำไมอยู่เกือบ 6 ปี นอกจากหนี้ไม่หมดเเละเพิ่มเป็นเท่าตัวเราก็ไม่ว่ากัน ตนก็ทำงานเเละรู้ว่าเป็นเรื่องยาก
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้มีหลายเรื่องที่จะทำเเละรัฐบาลอื่นไม่เคยเเตะเลยคือ วันที่ 30 มี.ค.ในการประชุมครม.จะนำเรื่องภาษีที่ดินเเละทรัพย์สินเข้ามาพิจารณา ซึ่งเป็นตัวหลักในความเหลื่อมล้ำคือคนที่มีที่ดินมากไปหมดกับคนที่ไม่มีที่ทำกิน เราจะพยายามปรับ ถึงบอกว่าอย่าไปใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนที่มีมากกับคนที่มีน้อยตราบเท่าที่ทุกคนประกอบยอาชีพสุจริตเเสวงหาโอกาสให้ตัวเอง มีกติกาที่ทุกคนเคารพ สังคมต้องเป็นอย่างนี้เเละต้องช่วยคนด้อยโอกาสให้มีโอกาสมากขึ้นซึ่งทุกคนทำเเต่พยายามที่จะมาเเบ่งเเยกเเละบอกว่าใครที่มีความเดือดร้อนอยู่จะต้องมาล้มล้างต่างๆอันนี้อันตราย
เมื่อถามว่า เเต่ประเด็นที่ นปช.ยกขึ้นมาคือรัฐบาลนี้เป็นระบอบอำมาตย์เเละขอให้คืนอำนาจให้ประชาชน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องถามว่าตกลงว่าระบอบอำมาตย์ของพวกเขาคืออะไร ต้องให้คนพูดให้คำนิยาม ตนนิยามให้ไม่ได้ คำถามง่าย ๆ อำมาตย์เเทรกเเซงช่วยบอกมาว่ามีเรื่องใดบ้างที่รัฐบาลนี้ตัดสินใจเเล้วอำมาตย์เเทรกเเซง ใครมาเเทรกเเซงตนยืนยันได้ว่าทำงานไม่มีใครเเทรกเเซง
เมื่อถามต่อว่าที่มีคำกล่าวว่าสัญญาณพิเศษคืออะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นคำพูดที่กล่าวขึ้นมาลอย ๆ ทั้งสิ้น ตนเป็นรัฐบาลมาปีกว่าการตัดสินใจเเต่ละเรื่องไม่มีใครเลยที่จะมาเเทรกเเซงในทางที่บอกว่าเพื่อที่จะกดขี่คนส่วนใหญ่มีเเต่ว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจมาตรการของรัฐบาลนี้เเปลกกว่ายุคอื่น ๆ คือไม่ได้พูดถึงโครงการขนาดใหญ่ สิ่งเเรกคือรีบทำให้คนยากจนเเละเดือดร้อนมีรายได้ไปก่อน เกษตรกรยุคนี้เป็นยุคเเรกที่มีหลักประกันรายได้ ทุกคนได้เหมือนกัน ไม่ใช่ระบบช่วยบางคนไม่ช่วยบางคน ถ้าเราเเก้ปัญหาได้ง่ายจริงมันคงไม่ตกมาถึงวันนี้ประเทศที่ร่ำรวยกว่าเราก็มีปํญหาความไม่เท่าเทียมกันเเต่มันไม่เป็นความจริงเลยที่บอกว่ามีคนสองพวกในสังคม โดยอีกคนพยายามปิดทางไม่ให้อีกกลุ่มมีโอกาสลืมตาอ้าปาก ตนมองเห็นเเต่ว่าทุกคนในสังคมปราถนา เพราะสังคมไทยมีน้ำใจ อย่าว่าเเต่คนไทยด้วยกันเลย ดูอย่างเฮติ เผลอเเป๊บเดียวคนไทยระดมเงินได้ร้อยกว่าล้านบาท เเม้คนที่ยังจนยังช่วยเลย ซึ่งต้องมาคุยกันให้เข้าใจคงจะมีนักวิชาการกลุ่มคนต่าง ๆ พูดเรื่องนี้กันมากขึ้นในเรื่องความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เเละไม่มีใครนิ่งนอนใจในการเเก้ไขเเต่อย่าเอาเงื่อนไขของความเหลื่อมล้ำมาสร้างความเกลียดชังเเละทำให้เป็นคำถามว่ายุบสภาเเล้วจบจริงหรือ ยุบสภาเเล้วเกี่ยวอะไรกับอำมาตย์
เมื่อถามว่า หากไม่ยุบสภาการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อหาทางออกในการเเก้ปัญหาจะมีขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ส.ว.ยื่นญัตติตามสิทธิเข้ามาก็ต้องไปพูดคุยกัน ส่วนส.ส.นั้นความจริงเเล้วจะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่เเล้ว รัฐบาลต้องตอบคำถามเเละข้อสงสัยต่าง ๆ โดยส.ว.ต้องตัดสิน เเต่อย่างเลวร้ายที่สุดสำหรับคนที่ไม่ชอบรัฐบาลนี้เลย ปีหน้าต้องเลือกตั้งอยู่เเล้วเเละตนพูดมาตลอดว่าไม่ได้คิดจะอยู่ครบเทอม
ตนขอย้ำอีกครั้งว่ายุบสภาหากเเก้ปัญหาได้ก็มาคุยกัน หากยุบสภาเเล้วยังไปปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังกัน ความเเตกเเยกก็ไม่จบ วันนี้ตนรอดูว่าเเกนนำผู้ชุมนุมพร้อมจะคุยกับตนโดยให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติมาเป็นตัวเชื่อม พอพ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าไม่เอา ตนจะดูว่าตกลงเเล้วเเกนนำหรือพ.ต.ท.ทักษิณคือคนที่กำหนดเรื่องราวต่าง ๆ ตรงนี้เเละจะได้เห็นชัดขึ้นว่าสุดท้ายในการเคลื่อนไหวนำไปสู่อะไรเเละยุบสภาเเก้ปัญหาได้จริงไหม
เมื่อถามว่า สัปดาห์หน้าจะประชุมครม.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "มีครับ"
ถามว่า จะไปประชุมสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไป สัปดาห์ที่ผ่านมายังสับสนเล็กน้อยเพราะเดิมนั้นตนต้องไปออสเตรเลียเเละประธานสภานัดประชุมเพิ่ม วิปรัฐบาลบอกว่าไม่อยากเป็นเงื่อนไขความขัดเเย้งที่มาล้อมกันเเละวันที่ 18 มี.ค.มีการตั้งกระทู้ถามเเต่ตนพบคณะกรรมการสิทธิฯอยู่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯจึงตอบกระทู้ เเละจริง ๆเเล้ว 2-3 วันนี้ตนต้องไปนิวซีเเลนด์เเต่ยกเลิกไปก่อน เเละกลับมาทำงานตามปกติ เช่นตรวจภัยเเล้งเเละงานเอกสารก็เดินไปตามปกติ สัปดาห์หน้าจะพยายามนำกลับเข้าสู่ความเป็นปกติ
ต่อข้อถามที่ว่า สัปดาห์หน้าหากมีการประชุมครม.เเละประชุมสภาตามปกติเเล้วมีคนเสื้อเเดงมาล้อมจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การคุยเรื่องกติกากับกรรมการสิทธิฯการชุมนุมต้องสันติสงบต้องไม่มีการปิดล้อม ซึ่งศาลปกรองเคยวินิจฉัยไปแล้วว่ากรปิดล้อมไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถ้าปิดล้อมและถ้าปฏิบัติไม่เหมือนกันอันนี้จะเป็นสองมาตรฐาน แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าตนพยายามใช้วิธีทำความเข้าใจก่อนไม่ใช่ถึงเวลาไปสร้างเงื่อนไขให้เผชิญหน้าแล้วบอกว่าสลายการชุมนุมเลยมันอาจจะตึงเครียดขึ้นมาซึ่งต้องค่อยดูไป ทั้งหมดเพราะตนเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศรวมทั้งของผู้ชุมนุมด้วยชีวิตความปลอดภัยของเขาตนต้องดูแลไม่น้อยไปกว่าของคนอื่นไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาชนะคะคานกันและก็มีความสูญเสียชีวิตของผู้คน
เมื่อถามว่า นายกฯไม่ได้กลับบ้านมากี่วันแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการชุมนุม และไม่ได้เจอครอบครัวเลย แต่ไม่เป็นไรเพราะเป็นหน้าที่และเวลานี้เราประกาศใช้พื้นที่ความมั่นคง ตนเป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หน้าที่คือดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง และตนขอขอบคุณประชาชนในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ที่อดทนอดกลั้นทำให้เราผ่านไปหนึ่งสัปดาห์โดยไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง และให้ความมั่นใจว่าการบริหารของรัฐบาลต่อกรณีการชุมนุมจะเป็นไปเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความสะดวกสูงสุดของส่วนรวม ในแง่ปัญหาข้อเรียกร้องนั้นยืนจะตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ส่วนรวมตนไม่มีประโยชน์ส่วนตัวใดๆทั้งสิ้นในการตัดสินในทางการเมืองจะตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ส่วนรวมที่มองไปไกลถึงระยะยาวที่ต้องรักษาความถูกต้องด้วยไม่ใช่เพียงแค่แก้ปัญหาพ้นตัวไปวันๆ



