
ออกหมายจับ"สุภรณ์"หนีฟังคำพิพากษา
ศาลออกหมายจับสุภรณ์ แรมโบ้อีสาน"-ธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรธานี ทรท. เบี้ยวไม่มาศาลฟังคำพิพากษาฎีกาหมิ่น มาร์ค ปี 45 ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกล่าวหาพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติมีเงินเพิ่ม 29 เป็น 50 ล้าน ศาลนัดฟังคำตัดสินอีกครั้ง 21 เม.ย.นี้
(19มี.ค.) ที่ห้องพิจารณา 908 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย และแกนนำแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ฉายา“ แรมโบ้อีสาน”และนายธีระชัย แสนแก้ว อดีตส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีเมื่อเดือนพ.ค.45 ทั้งสองขณะที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาต่อสื่อมวลชนก่อนการอภิปราย กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ว่าในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายอภิสิทธิ์ หลังจากพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัยนายชวน หลีกภัย แล้วเป็นเวลา 1 ปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจาก 29 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท น่าจะมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ ได้ชี้แจงแล้วว่าเงินที่เพิ่มประมาณ 20 ล้านบาทเป็นส่วนแบ่งมรดก
โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้อง ให้จำคุกนายสุภรณ์ จำเลยที่ 1 รวม 4 กระทง ๆ ละ 3 เดือน เป็นเวลา 12 เดือน และปรับ 4 กระทง ๆ ละ 5,000 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท ส่วนนายธีระชัย จำเลยที่ 2 จำคุก 2 กระทง ๆ ละ 3 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 2 กระทง ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกาขอให้ศาลไม่รอการลงโทษจำเลย ขณะที่จำเลย ยื่นฎีกาขอให้พิพากษายกฟ้อง
อย่างไรก็ดีวันนี้เมื่อถึงเวลาปรากฏคงมีเพียงทนายโจทก์เท่านั้นที่มาศาล ส่วนนายสุภรณ์ และนายธีระชัย ไม่ได้เดินทางมาศาลและไม่ได้มอบหมายทนายความมาศาลแจ้งเหตุขัดข้อง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การส่งหมายศาล จำเลยได้รับหมายศาลโดยชอบผ่านตัวแทนแล้ว แต่ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง เห็นว่ามีพฤติการณ์น่าจะหลบหนีจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษาต่อไป โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย. นี้ เวลา 09.00 น.



