ข่าว

 'ขยะ-สิ่งปฏิกูล'...ล้นม็อบแดง

'ขยะ-สิ่งปฏิกูล'...ล้นม็อบแดง

19 มี.ค. 2553

นานกว่า 6 วันแล้วที่กลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมประท้วงกดดันให้รัฐบาลยุบสภา โดยปักหลักอยู่ที่ท้องสนามหลวงและสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ด้วยจำนวนคนมากมายนับหมื่นๆ คน จึงมีปัญหาเรื่องขยะจำนวนมากมายมหาศาลไม่แพ้กันตามมา

 ที่สำคัญกว่านั้น คือ เรื่องห้องน้ำห้องท่าที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย การขับถ่ายของเสียและปลดทุกข์เลยต้องทำกันตามมีตามเกิด ตามริมรั้วกำแพงบ้าง ริมคลองหลอดบ้าง สุดแท้แต่โอกาสและเวลาจะเอื้ออำนวย ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมรอบๆ พื้นที่เหล่านี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ?!!

 "ชมพูนุช" ชาวบ้านชุมชนหลังป้อมพระกาฬ วัย 46 ปี ที่ผันตัวเองมาเป็นแม่ค้าน้ำดื่มเมื่อมีม็อบแดงมาชุมนุม บอกว่า เพียงแค่ 2 วันแรกที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงมาปักหลักที่สะพานผ่านฟ้าฯ ชาวชุมชนหลังป้อมพระกาฬและใกล้เคียงก็ได้รับความเดือดร้อนเรื่องกลิ่นเหม็นจากปัสสาวะและอุจจาระ ที่โชยคลุ้งทุกครั้งที่มีลมพัดผ่านมา แม้จะอยู่อีกฝั่งกำแพงก็ยังได้กลิ่นอยู่ดี เนื่องจากห้องน้ำน็อกดาวน์สำหรับผู้ชุมนุมได้ต่อท่อตรงลงท่อระบายน้ำ ของเสียที่ขับถ่ายออกมาก็ลงไปขังรวมกันอยู่ในท่อ ส่งกลิ่นเหม็นขึ้นมาตลอดทั้งวันทั้งคืน

 "ห้องน้ำที่เขาจัดไว้ให้กลุ่มผู้ชุมนุมมีน้อยมาก คนมาเยอะเลยไม่พอใช้ พอคนปวดหนักๆ เข้าก็ไปยืนฉี่โคนต้นไม้บ้าง ริมรั้วข้างถนนบ้าง มันก็เหม็นไปทั่วตั้งแต่วันนี้ นี่ชุมนุมมา 6 วันแล้วไม่รู้มีเชื้อโรคมากน้อยแค่ไหน เห็นใจนะ ทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ที่ต้องตามเก็บขยะ กวาดล้างสิ่งสกปรกทุกวัน แต่ก็อยากให้เห็นใจชาวบ้านแถวนี้ด้วย" ชมพูนุช กล่าว

 ส่วน "ทนงศักดิ์" หนักยิ่งกว่าชมพูนุช เขาเป็นเจ้าของร้านอาหารตามสั่งริมคลองหลอด ทุกค่ำคืนบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบและมืด มีคนผ่านสัญจรไปมาน้อย เมื่อปลอดคนผู้ชุมนุมชายส่วนใหญ่เลยเลือกเป็นที่ปลดทุกข์ กลิ่นจากปัสสาวะและอุจจาระจึงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ที่สำคัญยังมองเห็นภาพคนนั่งปลดทุกข์ตะคุ่มๆ ในมุมมืดเสมอๆ แต่ไม่กล้าไล่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือทำให้อาย ด้วยการเปิดไฟให้สว่างเข้าไว้

 "ผมเข้าใจนะว่าเขาคงทนไม่ไหวกัน แต่พวกผมทำมาหากินอยู่ที่นี่ก็ได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน ล่าสุดชาวชุมชนริมคลองหลอดได้ตกลงกันว่า จะเปิดไฟให้สว่างตลอดทั้งคืน อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง เนี่ย วันนี้ฝนตกหนักก็หวังกันว่าน่าจะช่วยลดกลิ่นเหม็นลงได้บ้าง แต่กลับมีเศษอุจจาระไหลมากับน้ำฝนตามถนนด้วย" ทนงศักดิ์ กล่าวพลางส่ายหน้า

 จากการสอบถามชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความเห็นคล้ายกับชมพูนุชและทนงศักดิ์ แต่ใช่ว่าชาวบ้านละแวกใกล้เคียงสนามหลวงและริมคลองหลอดเท่านั้น ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ แม้แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่จากรัสเซียที่ "ระวีวรรณ" ไกด์บริษัททัวร์มาเที่ยวสนามหลวงกับวัดพระแก้วก็ได้กลิ่นและภาพอุจาดตากลับไปด้วยเช่นกัน

 "นักท่องเที่ยวหลายคนบ่นว่าอยากจะอาเจียน อยากให้กรุงเทพมหานครช่วยกำจัดสิ่งปฏิกูลและกลิ่นเหม็นให้หมดไปโดยเร็ว เกรงว่านอกจากภาพความรุนแรงของการเมืองไทยแล้ว นักท่องเที่ยวจะมีภาพเมืองไทยสกปรกติดตากลับไปด้วย มันจะไม่ดี" ระวีวรรณ กล่าวเตือน

 นอกจากปัญหาเรื่องสิ่งปฏิกูลแล้ว "ขยะ" ยังสร้างความหนักอกให้แก่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครอยู่ไม่น้อยเช่นกัน !?!

 นับตั้งแต่มีการปักหลักชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าฯ เจ้าหน้าที่เก็บขยะสำนักงานเขตพระนคร ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ต้องเก็บกวาดถนนวันละ 3 รอบ หลายคนบ่นเหนื่อยและเบื่อหน่ายการเมืองไทย ทุกครั้งที่มีการชุมนุมแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะสีไหนก็ตาม พวกเขาและเธอต้องเดือดร้อนทุกครั้งไป

 ยิ่งหลังๆ มานี้ข้อมูลข่าวสารไปเร็ว พอมีข่าวจะมีการชุมนุมก็จะมีคนมารอคัดแยกขยะจำพวกขวดพลาสติกไปขาย ทำให้พวกเขาและเธอที่หวังจะมีรายได้พิเศษในส่วนนี้หมดไป แถมยังต้องเหนื่อยหนักขึ้นไปอีกกับสิ่งที่คนเก็บขวดพลาสติกทิ้งเอาไว้
 "พวกผมทำงานเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 10 เท่าตัว แต่ปีนี้ไม่มีเบี้ยเลี้ยงนะ เหนื่อยอย่างเดียว จะเก็บขวดพลาสติกขายก็ไม่ได้ มีคนมารอเก็บก่อนแล้ว นี่ก็ทำให้พวกเรายุ่งยากขึ้นอีก เพราะเขารื้อขยะจนเลอะเทอะไปหมดเลย"

 ดูเหมือนว่างานที่สร้างความยุ่งยากใจมากที่สุดตอนนี้ คือ การเก็บกวาดเข็มเจาะเลือด มาตรการที่กลุ่มคนเสื้อแดงใช้กดดันรัฐบาล ด้วยการนำเลือดไปเททิ้งตามสถานที่สำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และหน้าบ้านพักนายกรัฐมนตรี เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเข็มเหล่านี้จะมีเชื้อโรคอะไรหรือไม่ เจ้าหน้าที่คนเดิมยอมรับว่าเขากับเพื่อนๆ รู้สึกถึงขั้นหวาดผวาที่จะต้องตามเก็บเข็มเจาะเลือด เพราะเข็มจำนวนมากที่ใช้กับคนจำนวนมาก จนไม่รู้ว่าชิ้นไหนจะมีการติดเชื้อหรือไม่

 "ยังดีที่กรมทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจัดเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและนำไปทำลาย ไม่งั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ ถึงแม้งานจะหนักขึ้น แต่ผมก็ยินดีนะที่ได้ช่วยเหลือประเทศชาติ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง" เขากล่าวสรุป

 ด้าน "สุวพร เจิมรังสี" ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพระนคร เปิดเผยว่า นับตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงมาปักหลักที่สะพานผ่านฟ้าฯ เจ้าหน้าที่เขตต้องรับภาระหนักมาก เนื่องจากมีผู้ชุมนุมมากเลยมีปริมาณขยะมากขึ้นด้วย เฉลี่ย 30 ตันต่อวัน แบ่งเป็นขยะมูลฝอยประเภทกล่องโฟม เศษอาหาร 80 เปอร์เซ็นต์ และขวดพลาสติกอีก 20 เปอร์เซ็นต์ โดยขยะทั้งหมดจะถูกส่งไปคัดแยกที่โรงขยะอ่อนนุชและหนองแขม ก่อนจะถูกส่งไปฝังกลบที่กำแพงแสน จ.นครปฐม

 สำนักงานเขตพระนครใช้คนงานเดินเก็บขยะพร้อมรถ 150 คนต่อวัน วันละ 3 รอบ รอบแรกตีห้า รอบต่อมา 8 โมงเช้า และช่วงบ่าย โดยเฉพาะรอบสุดท้ายนี้ผู้ชุมนุมจะมีจำนวนเยอะขึ้นจนรถขยะไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องคนเดินเก็บขยะเพียงอย่างเดียว ผอ.สุวพร บอกว่า ช่วงเวลาที่ขยะมากที่สุดคือตอนสี่ทุ่มถึงตีห้า จึงน่าเห็นใจเจ้าหน้าที่เก็บขยะ เพราะต้องทำงานหนักมากช่วงที่มีม็อบ แม้จะไม่มีเบี้ยเลี้ยง แต่ก็จัดสวัสดิการเรื่องอาหารไว้ให้เจ้าหน้าที่ทุกคน

 "เรื่องกลิ่นเหม็นจากสิ่งปฏิกูลที่ขับถ่ายออกมา เพราะห้องน้ำมีไม่เพียงพอกับกลุ่มผู้ชุมนุม ต้องยอมรับว่าบริเวณนี้ถึงแม้จะไม่มีม็อบก็มีคนจรจัดอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราใช้วิธีประชาสัมพันธ์เตือนและจับปรับ แต่ตอนนี้คนเยอะมากจริงๆ อย่างดีก็ทำได้แค่จัดรถน้ำไปทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ" ผอ.สุวพร กล่าวทิ้งท้าย