ข่าว

เลือดสีดำ

เลือดสีดำ

19 มี.ค. 2553

จะอย่างไรก็ตาม ผมก็รับไม่ได้และไม่เห็นด้วยกับความคิดของแกนนำกลุ่ม นปช.ในการนำเลือดจำนวน 3 แสนซีซี จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ 1 ล้านซีซี ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ ไปเทที่ประตูทำเนียบรัฐบาล ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และบ้านพักนายกรัฐมนตรี เ

 แม้แกนนำ นปช.จะกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยสันติ แต่ผมขอแย้งว่าเป็นการแสดงออกด้วยความรุนแรงทางหนึ่ง เช่นเดียวกับการกรีดเลือดประท้วง หรือการทรมานตัวเองเพื่อเรียกร้องสิ่งที่ตนต้องการ ซึ่งไม่ใช่การกระทำของผู้ใฝ่สันติหรืออารยชนอย่างแน่นอน

 เลือดเป็นสิ่งจำเป็นแก่ชีวิตของมนุษย์ โดยทำหน้าที่ในการลำเลียงสิ่งต่างๆ ที่ร่างกายต้องการ ไปยังจุดต่างๆ เช่นนำออกซิเจนจากปอดไปสู่เนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ และนำคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาฟอกที่ปอด นำสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ ที่ดูดซึมจากลำไส้ไปเลี้ยงร่างกาย รักษาน้ำและความสมดุลของความเป็นกรดเป็นด่างของร่างกาย กระจายความร้อนเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย ทำหน้าที่ต้านทานเชื้อโรค และการควบคุมไม่ให้เลือดไหลออกมามากในเวลาที่เกิดบาดแผล

 เพราะเลือดมีความสำคัญต่อชีวิต จึงมีการรณรงค์รับบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามที่เกิดวิกฤติการณ์ต่างๆ เช่น สงคราม ภัยพิบัติ อุบัติเหตุร้ายแรง หรือสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ทางพุทธศาสนาถือว่าการบริจาคเลือดด้วยกุศลเจตนาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลือดเพื่อบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นทานอุปบารมี เช่นเดียวกับการบริจาคอวัยวะ แต่อย่างไรก็ตาม การกระทำของแกนนำ นปช.ขาดกุศลจิตมาตั้งแต่ต้น และมุ่งหมายเพื่อเอาชนะการต่อสู้ทางการเมือง ในทางตรงกันข้ามถือได้ว่าเป็นเล่ห์กลสกปรกเกินกว่าที่ผู้ที่มีสติและปัญญาจะนำมาใช้

 และก็ไม่มีศาสนาใดๆ ในปัจจุบัน สนับสนุนหรือเห็นด้วยกับการใช้เลือดมนุษย์เป็นเครื่องประกอบพิธีการหรือพิธีกรรมใดๆ เว้นแต่ลัทธิหรือนิกายนอกรีตและพวกเดรัจฉานวิชาเท่านั้น

 ตามหลักการทั่วไป ความรุนแรงเป็นผลผลิตทางสังคม ที่เกิดจากพฤติกรรมหรือสภาพสิ่งแวดล้อมที่คนในสังคมได้ซึมซับจากคนรอบข้าง จนกลายเป็นความเคยชิน และติดนิสัยนิยมความรุนแรงไปในที่สุด ภาพของการเจาะเลือด การปลุกใจให้คนฮึกเหิม หรือการนำเลือดไปเทไปราดตามที่ต่างๆ ซึ่งปรากฏตามสื่อมวลชน ย่อมจะติดหูติดตาและติดอยู่ในใจของผู้ที่พบเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเด็กและเยาวชน ซึ่งยังขาดวุฒิภาวะ และย่อมจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงติดตามมาอย่างคาดไม่ถึง ทำให้สังคมไทยในอนาคตกลายเป็นสังคมแห่งความก้าวร้าวรุนแรง ตัดสินปัญหาด้วยกำลังหรืออวิชชา ห่างไกลจากความเป็นสังคมของผู้มีการศึกษาและผู้เจริญ

 ผมพยายามที่จะไม่คิดให้เลยเถิดไปว่า หากการนำเลือดไปเทตามจุดที่แกนนำ นปช.ต้องการ ไม่สามารถกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภาหรือลาออกได้สำเร็จ คนเหล่านั้นจะทำอะไรต่อไป? จะเชือดเนื้อเถือหนังตัวเอง? หรือจะเผาตัวตายแบบภิกษุ Thich Quang Due ของเวียดนามสมัยประธานาธิบดีโงดินเดียม?

 แต่ถ้าจะทำถึงขั้นนั้น ก็ขอให้ศึกษาให้ถ่องแท้เสียก่อนว่า การที่พระ Thich Quang Due ยอมสละสังขารของท่าน ก็เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาและพุทธบริษัทในเวียดนามให้พ้นจากการย่ำยีจากอำนาจที่ไม่เป็นธรรมของฝ่ายการเมืองในเวลานั้น หาใช่การปกป้องคนเพียงคนเดียวให้รอดพ้นจากกฎหมายบ้านเมืองอย่างที่พวกคุณกำลังทำอยู่ในเวลานี้หรอกครับ