
เสียงตะโกนที่ สตช. ต้องเงี่ยหูฟัง
วันนี้...ชีวิตของ 'จ่าเพียร' ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่า และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรับฟังมีอยู่ 2 เรื่องสำคัญ
หนึ่ง คือ ความเหลื่อมล้ำแหลกเหลวในวงการสีกากีที่ต้องรีบแก้ไข
จะแก้ไขด้วยการออกเป็นกฎ ระเบียบ หรือข้อปฏิบัติอย่างไรก็สุดแล้วแต่ บรรดาบิ๊กตำรวจทั้งหลายลองไปคิดกันดู
ตำรวจที่รับใช้ชาติอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สมควรได้รับสิ่งตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อ
ไม่เฉพาะเงินเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยไม่กี่ร้อยกี่พันบาทต่อเดือน
แต่หมายถึงคนที่ทำงานทุ่มเทมาอย่างยาวนาน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต้องได้รับการสมนาคุณ
อย่าให้ใครครหาได้ว่ามีสองมาตรฐาน
อยู่เมืองกรุงทำดีได้ 2 ขั้น ใกล้นายได้อีก 3 ขั้น และเงินถึงได้อีก 4 ขั้น
แต่ถ้าอยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำดีให้ตายก็อยู่ที่เดิม
อีกเรื่องคือแนวทางการทำงานแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
จ่าเพียรได้พิสูจน์แล้วว่าแนวคิดและวิธีปฏิบัติตลอดชีวิตการทำงานสามารถแก้ปัญหาความรุนแรงได้
เป็นการเดินมาถูกทาง แม้บางเวลาอาจจะมีเสียงติฉินนินทาบ้างว่า เลี้ยงโจร คลุกคลีอยู่กับโจร
ในพื้นที่ที่แยกโจรออกจากชาวบ้านได้ยาก จะมุ่งแต่ใช้กำลังกวาดล้างอย่างเดียวไม่ได้
ต้องดึงมวลชนมาเป็นพวก สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ
มั่นใจว่าถ้าหันหลังให้ขบวนการก่อการร้าย พวกเขาจะมีความเป็นอยู่ที่ดีและได้รับการดูแลที่ทั่วถึง
รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็รู้ดี พูดกันมานาน แต่จะมีสักกี่คนที่ถือปฏิบัติได้จริงอย่างจ่าเพียร
วันนี้จ่าเพียรจากไปแล้ว ความร่วมมือภาคประชาชนในบันนังสตา กำลังถูกท้าทายจากกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างหนัก
ใครที่จะลงไปทำหน้าที่แทน ต้องเข้าใจแนวทางของจ่าเพียร และสานต่องานของเขาให้สำเร็จลุล่วง
ขณะเดียวกันพื้นที่อื่นๆ ก็สามารถนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติได้เหมือนกัน ไม่เฉพาะสามจังหวัดชายแดนใต้
เพราะมันได้รับการพิสูจน์ตลอดอายุราชการ แม้สุดท้ายจ่าเพียรจะตกเป็นเป้าสังหารก็ตาม
งานนี้จะสำเร็จได้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเริ่มทำตั้งแต่เรื่องแรก
คือ คืนความยุติธรรมให้แก่ตำรวจน้ำดี โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างสามจังหวัดชายแดนใต้
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



