ข่าว

"อภิสิทธ์ "ย้ำกับนักธุรกิจผู้ดีบริหารปท.บนพื้นฐานปชต.

"อภิสิทธ์ "ย้ำกับนักธุรกิจผู้ดีบริหารปท.บนพื้นฐานปชต.

14 มี.ค. 2552

นายกฯ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ยืนยันต่อนักธุรกิจจากสหราชอาณาจักร จะบริหารประเทศบนพื้นฐานของประชาธิปไตย ระบุ พร้อมต้อนรับนักลงทุน ที่จะมาประกอบธุรกิจในประเทศไทยจากทั่วโลก

(14มี.ค.) การเดินทางเยือนราชอาณาจักรวันแรกของนายกรัฐมนตรีวานนี้ เมื่อเวลา 16.00 น. ซึ่งตรงกับเวลา 22.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยใช้โอกาสนี้ในการพบปะนักธุรกิจจากสหราชอาณาจักร โดยกล่าวสุนทรพจน์ เรื่อง การฟื้นฟูสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันให้ไทยก้าวหน้าว่า ขณะนี้ไทยกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยรัฐบาลจะบริหารงานบนพื้นฐานของประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และโปร่งใสยุติธรรม

 ทั้งนี้การที่สหราชอาณาจักรเปิดโอกาสให้ไทยเดินทางมาเยือนครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าสหราชอาณาจักรเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าแก้ไขปัญหาได้ แม้ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องพึ่งเงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ เพื่อเป็นทุนสำรองของการแก้วิกฤตเศรษฐกิจรวมทั้งไทยจะเคารพเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา

 จากนั้นได้ไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อนักธุรกิจการท่องเที่ยวในงาน Thailand Tourism Meeting โดยกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งการลดค่าธรรมเนียมจอดเครื่องบิน การยกเว้นวีซ่า 3 เดือน การเข้าชมอุทยานแห่งชาติโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงจะมีการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ที่สำคัญจะทำให้ไทยเป็นดินแดนแห่งโอกาสเสรีและรอยยิ้มอีกครั้ง
 และในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ตอบข้อซักถามของนักธุรกิจชาวอังกฤษ เกี่ยวกับรายละเอียดของการปฏิรูปการเมืองว่า ที่ผ่านมามีความขัดแย้งทางความคิดของคน 2 กลุ่ม เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางการเมือง และต้องการเห็นว่ารัฐบาลถ่วงดุลอำนาจ จึงมอบหมายองค์กรอิสระทางวิชาการ เชิญทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น

 นอกจากนี้ นักธุรกิจ ยังได้สอบถามถึงเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้ รัฐบาลต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาและประชาชน ดังนั้น รัฐบาลจะรับฟังข้อเรียกร้องจากประชาชน และหากรัฐบาลทำงานล้มเหลว จะต้องเปิดโอกาสให้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารงานประเทศ