
เปิดภาพทักษิณพร้อมครอบครัวที่มอนเตเนโกร
ตำรวจยัน "ทักษิณ" เป็นพลเมืองมอนเตเนโกร และไม่ได้กระทำผิดอะไร จึงไม่สามารถจับกุมได้ ปูดข่าวเจรจาซื้อเกาะนอกชายฝั่งทะเล ด้าน รมว.ต่างประเทศยันได้รับคำเตือนจากทางการไทย ลั่นไม่ให้ "แม้ว" ใช้มอนเตเนโกรเป็นฐานโจมตีประเทศอื่น
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างแถลงการณ์ยืนยันของตำรวจมอนเตเนโกรว่า อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ที่กำลังหลบหนีคดีคอรัปชั่น เดินทางออกจากดูไบด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปถึงเมืองชายฝั่งทิวัด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม และเป็นพลเมืองมอนเตเนโกร ตำรวจจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายใดๆ กับพ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่เอพีรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังเจรจาจะซื้อเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งในทะเลอาเดรียติก นอกชายฝั่งมอนเตเนโกรด้วย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า จนถึงปัจจุบันเจ้าหน้าที่มอนเตเนโกรไม่เคยออกมาชี้แจงว่า อดีตผู้นำไทยได้สัญชาติของประเทศนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตสาธารณรัฐของอดีตสหภาพโซเวียตได้อย่างไร และว่าก่อนหน้านี้สื่อท้องถิ่นพากันรายงานว่าพบเห็น พ.ต.ท.ทักษิณที่เมืองบุดวา เมืองโบราณแถบชายฝั่งทะเลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ด้านนายมิลาน โรเซน รัฐมนตรีต่างประเทศมอนเตเนโกร บอกผู้สื่อข่าวว่า ทางการไทยแจ้งเตือนมายังกระทรวงว่า พ.ต.ท.ทักษิณอาจใช้อิทธิพลสร้างความตึงเครียดในไทยจากประเทศที่สาม ซึ่งจะตอบว่าไม่เพียงกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ หากใครก็ตามพยายามใช้มอนเตเนโกรทำสิ่งใดที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศอื่น เจ้าหน้าที่มอนเตรเนโกรจะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณอัพโหลดรูปภาพที่ถ่ายร่วมกับบุตรชายและบุตรสาว 2 คน จำนวน 6 รูป ผ่านเว็บไซต์ Thaksinlive.com ระหว่างการตรวจความคืบหน้าการปรับปรุงโรงแรมในประเทศมอนเตเนโกร ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็น
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์โตรอนโต สตาร์ของแคนาดา รายงานอ้างความเห็นของนายชาร์ลส คีย์ส อาจารย์กิตติคุณประจำคณะมานุษยวิทยาและเอเชียศึกษา ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ผู้ศึกษาเกี่ยวกับประเทศไทยมานาน 50 ปีว่า สถานการณ์ในไทยนับเป็นละครการเมืองอันสุดแสนจะน่าพิศวง แต่ก็มีความหมายในทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง การประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงมองว่า การประท้วงครั้งนี้หาทางไปไม่ได้ ในสภาพการเมืองอันแสนจะซับซ้อนในประเทศ
นายคีย์สกล่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ได้เรียกตัวเองว่า เป็นสัญลักษณ์ของคนที่ถูกรังแกโดยเหล่าชนชั้นสูง ที่ไม่แยแสต่อประชาธิปไตย และระบบยุติธรรม แต่ระหว่างที่เขาอยู่ในอำนาจ 2 สมัย ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2544 นั้น เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่นำไปสู่การฆ่าตัดตอน และการกวาดล้างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนทางภาคใต้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน ขณะที่ธุรกิจครอบครัวของเขาก็เป็นที่น่าสงสัย และยังโดนข้อหาคอรัปชั่นอีกด้วย
หนังสือพิมพ์โตรอน สตาร์ ระบุอีกว่า ความแตกแยกระหว่างชนชั้นของไทยยังเป็นสิ่งที่คลุมเครือ เพราะพวกชาวบ้านต่างจังหวัดจำนวนมากก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ หรือไม่ก็ไปทำงานที่สิงคโปร์ ไต้หวัน และประเทศในตะวันออกกลาง และแม้รากเหง้าของพวกเขาจะเป็นชาวไร่ชาวนา แต่ดูเหมือนการใช้ชีวิตของพวกเขาจะอยู่ในระดับของชนชั้นกลางมากขึ้นทุกที
อาจารย์กิตติคุณคีย์ส ให้ความเห็นด้วยว่า ด้วยความที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นตำรวจมาก่อน จึงมีความใกล้ชิดกับบรรดานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และแม้นายทหารระดับสูงจะต่อต้านเขา แต่พวกทหารชั้นผู้น้อยต่างก็มาจากต่างจังหวัด และมีอยู่หลายจังหวัดที่เห็นอกเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ นี่จึงอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลกับกองทัพต้องอดกลั้นต่อการประท้วง โดยตำรวจปราบจลาจลได้แต่ยืนรักษาการณ์ตอนที่แกนนำการประท้วงเอาขวดเลือดไปเทราดหน้าประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือจะเข้ามาทำความสะอาด
"การประท้วงของคนเสื้อแดงไม่มีทางนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาสู่อำนาจได้ แต่หากแต่ละฝ่ายอดกลั้นไม่ให้เกิดความรุนแรงก็อาจนำไปสู่การประนีประนอม" อาจารย์กิตติคุณคีย์ส ระบุ



