ข่าว

"มาร์ค"กล่าวสุนทรพจน์ส่งเสริมท่องเที่ยว

"มาร์ค"กล่าวสุนทรพจน์ส่งเสริมท่องเที่ยว

14 มี.ค. 2552

นายกฯ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" กล่าวสุนทรพจน์ส่งเสริมการท่องเที่ยว “Amazing Thailand …. Amazing Value

       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน Thailand  Tourism Meeting  ในโอกาสเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2552 ณ โรงแรม Royal  Lancaster กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร  โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้ว่าการท่องเที่ยว รอให้การต้อนรับ สรุปสาระสำคัญของสุนทรพจน์ ดังนี้  
       นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมความสำเร็จของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า มีมูลค่าการลงทุนกว่าหลายพันล้านปอนด์ ในปี 1960 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย 81,000 คน ทำรายได้เข้าประเทศ 7 ล้านปอนด์  50 ปีให้หลัง ปี 2008  ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 14 ล้านคน นำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศถึง 10.5 พันล้านปอนด์  
        สำหรับคนที่ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยทราบดีว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่ใช้เรื่องง่ายสำหรับไทยเลย  ขอยืนยันอย่างชัดเจนในวันนี้ว่า ประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ  การเมืองไทยกลับเข้าสู่ระบบ  รัฐบาลบริหารประเทศบนหลักการประชาธิปไตย  ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส เคารพความยุติธรรมและหลักกฎหมาย  ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกเป็นความท้าทายที่รัฐบาลส่วนใหญ่กำลังผชิญในวันนี้  แม้ว่าจะมีการดำเนินการมาตรการการเงินตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1997 เป็นผลสถาบันการเงินของไทยยืนยัดต่อวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่การลงทุนต่างประเทศและการท่องเที่ยวก็ไม่สามารถพ้นจากผลกระทบดังกล่าวได้ 
         ดังนั้นรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาทั้งระยะกลางและระยะยาว เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  โดยออกมาตรการทั้งการลดค่าธรรมเนียมลงจอดเครื่องบิน  ยกเว้นค่าวีซ่าเป็นเวลาสามเดือน และการเข้าชมอุทยานแห่งชาติโดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงครึ่งเดียว 
         ทั้งนี้ ไทยหวังว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก แม้ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยกว่า 900,000 คนต่อปี   ก่อนหน้าที่จะมีการนำมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ ผลการสำรวจจาก UK Post Office  Holiday Costs Barometer แสดงให้เห็นว่า เมืองไทย “คุ้มเงิน คุ้มราคา” จากแบบสอบถามที่แสดงให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร เครื่องดื่มและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็น ถูกเกินกว่าครึ่งหากเทียวกับการท่องเที่ยวในอิตาลี ซึ่งแพงที่สุดในประเทศแถบนี้ และค่าใช้น้อยกว่าการท่องเที่ยวในสเปนซึ่งถือว่ามีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในยุโรปถึงร้อยละ 41 นอร์เวย์ได้มอบรางวัล Grand Travel Award 2009 แก่ประเทศไทย ซึ่งได้รับติดต่อกันเป็นเวลา 6 ปี จาก และ สวีเดนยังได้มอบรางวัล Best Tourist Destination  แก่ไทยด้วย ทำให้ไทยยังคงเป็นปลายทางการท่องเที่ยวลำดับต้นๆ ของโลก ยิ้มสยาม ยังคงเป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย  จะตระหนักถึงคุณค่า 3 ประการ คือ  ความคุ้มค่าเงิน  ความหลายกหลาย และความเป็นไทย  พร้อมด้วนวัฒนธรรม ประเพณีที่งดงาม
          นอกจากนี้ ไทยยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านสุขภาพ และการบริการทางการแพทย์ที่มากด้วยคุณภาพที่โดดเด่นในราคาทที่เหมาะสม  ขระเดียวกัน ประเทฃสไทยก็พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเป็นศูนย์กลางจัดการประชุม สัมมนาระดับโลก 
          ทั้งนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 เห็นความสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยว ว่าเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต  รวมทั้งการหาโอกาสใหม่ ๆ  เพื่อส่งเสริมให้คนมาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งการพัฒนาการท่องเที่ยวที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชากรในท้องถิ่น  ไทยยังเป็นประเทศแถวหน้าของการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในระดับโลก  โดยมีแผนงานการตลาดใหม่ๆ  มีสินค้าที่มีเอกลักษณ์  การเดินทางและการท่องเที่ยวยังเป็นนโยบายหลักในการพัฒนาประเทศ  และมีบทบาทสำคัญในการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ช่วยกระจายรายได้ทั่วประเทศ  สร้างงานให้กับประชาชน 
          ความสำเร็จของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสะท้อนให้เห็นจากความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐ อุตสาหกรรม และสังคมโดยรวม และชุมชนท้องถิ่น  ซึ่งเป็นแกนหลักในการวางแผนและบริหารจัดการทรัพย์สินทางธรรมชาติและวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจโลกเป็นสิ่งท้าทาย
          ดังนั้น รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ประเทศไทยยังสงบสุข มั่นคงและมีความเป็นมิตร สำหรับการมาเยือน รวมทั้งการลงทุนและธุรกิจที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวยังคงมีอยู่  การทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับ ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเน้นความปลอดภัย ความมั่นคง และความเป็นดีอยู่ดีของท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด 
         รวมทั้งการได้รับการพักผ่อนย่อนใจสำหรับนักท่องเที่ยว หรือนักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เป็นที่น่าดีใจว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศมีขาขึ้น  แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นผลมาจากเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและการเงินโลกทั่วโลก ความจริงคือนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาประเทศ  ซึ่งเป็นการยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยยังปลอดภัย เป็นปลายทางการท่องเที่ยวที่คุ้มราคา  เ
        พื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย  โครงการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟไปยังสนามบิน จะแล้วเสร็จในปีนี้  เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปมาระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและกรุงเทพด้วยความรวดเร็ว  และจะยังมีการขยายเส้นทางไปยังปลายทางต่าง ๆ   รวมทั้งสิทธิประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวอื่นๆ  อาทิ การยกเว้นค่าวีซ่าเป็นเวลาสามเดือน การลดหย่อนธรรมค่าจอดเรื่องบิน และการเยี่ยมชมสวนสาธารณแห่งชาติ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงครึ่งเดียว
         สำหรับมาตรการในระยะยาว ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาคเอกชนในรูปแบบต่างๆ จะเป็นส่วนส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยได้มีเสนอโครงการส่งเสริมการตลาดต่างๆ อาทิ 7 Wonders of Amazing Thailand เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมทั้ง การพัฒนามาตรฐานสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นศูนย์การท่องเที่ยวระดับโลก  เป็นนศูนย์กลางสำหรับการสัมมนาระหว่างประเทศ และการ่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ   รวมทั้ง การให้ความสำคัญต่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม  โดยจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อสงเสริมโครงการ Asia’s Perfect 10 Paradises
        นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการเดินทางนอกประเทศไทยในฐานะนายกรัฐมนตรี  ได้ยืนยันต่อผู้นำทั้งภาครัฐและธุรกิจสำคัญๆ ของโลก ว่า สถานการณ์ในประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  ธุรกิจก็ดำเนินไปตามปกติ ต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน 
         นับตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ประเทศไทยได้มีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา   นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ณ อำเภอหัวหิน และชะอำ  ห่างจากกรุงเทพ ฯ ประมาณ  2 ชั่วโมง  ซึ่งเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ เป็นจุดเริมต้นใหม่ของ10 ชาติสมาชิกอาเซียน  และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศไทย ชะอำและหัวหินยังมีชายหาดที่สวยงาม ประเทสไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่เป็นมิตร มีความสงบ  วัฒนธรรมที่อ่อนโยน พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว  และมีความภาคภูมิใจในความมีน้ำใจไมตรี  
        ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ถึงนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล คือ การทำให้ไทยกลับม่เป็นดินแดนแห่งโอกาส มีความเสรีและรอยยิ้ม เพียงสามเดือนหลังจากที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศสามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งโอากศ มีเสรีภาพและรอยยิ้ม