ข่าว

อภิสิทธิ์เผยก.ตร.กำลังสอบข้อร้องเรียนจ่าเพียร

อภิสิทธิ์เผยก.ตร.กำลังสอบข้อร้องเรียนจ่าเพียร

18 มี.ค. 2553

“นายกฯ” เผย ก.ตร.กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนของ “จ่าเพียร” สายข่าวรัฐป่วนวันที่ไร้ "จ่าเพียร" คุม อ.บันนังสตา ฝ่ายความมั่นคง ห่วงกระทบแนวทางดับไฟใต้ระยะยาวอืด เตรียมออกหมายจับคนร้ายลอบวางระเบิดผกก.สมเพียร

 เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 18 มี.ค.ที่ร.11 รอ.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องคำสั่งการแต่งตั้งโยกย้ายที่ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้ร้องเรียนไว้ก่อนเสียชีวิต ว่า ขณะนี้กำลังจะดูเรื่องกระบวนการการร้องเรียน ซึ่งทางคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)กำลังตรวจสอบอยู่ ก็ต้องรอการรายงานเข้ามา

สายข่าวรัฐป่วนไร้"จ่าเพียร"คุมบันนังฯหวั่นกระทบดับไฟใต้อืด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางการปฎิบัติงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่อ.บันนังสตา จ.ยะลา หลังการสูญเสีย พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผกก.สภ.บันนังสตา จากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น นับเป็นประเด็นที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชนในพื้นที่แสดงความกังวลใจต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบหลังจากนี้

 ล่าสุดแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อ.บันนังสตา รายหนึ่ง ระบุว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อ.บันนังสตา ซึ่งหลายฝ่ายเป็นกังวลมากที่สุด คือการดูแลแหล่งข่าว หรือ สายข่าวที่คอยแจ้งเบาะแสการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ให้ทางราชการทราบความเคลื่อนไหวโดยผ่านทางพล.ต.อ.สมเพียรจะแสดงจุดยืนต่อไปอย่างไร อีกทั้งจะมีผลต่อการตัดสินใจช่วยหรือหยุดช่วยหน่วยงานราชการ

 เนื่องจากที่ผ่านมายอมรับว่าพล.ต.อ.สมเพียรถือเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในการเข้าถึงแหล่งข่าว เนื่องจากด้วยนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนตรง ทำงานจริง และคำไหนคำนั้น กลายเป็นจุดแข็งที่ได้รับการยอมรับค่อนข้างสูงจากกลุ่มแหล่งข่าวในพื้นที่ อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งการดูแลคุ้มครอง การให้ความช่วยเหลือกลุ่มสายข่าวเหล่านี้เพื่อแลกกับการข่าวที่เชื่อถือได้

 ดังนั้นหลังจากการสูญเสีย พล.ต.อ.สมเพียร อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการแจ้งเบาะแสในระดับพื้นที่ด้วย เนื่องจากพล.ต.อ.สมเพียรอาจเป็นผู้กุมความลับเพียงคนเดียวที่รู้จักว่าแหล่งข่าวคือใคร ขณะเดียวกันยังมีความเป็นห่วงว่าสายข่าวเหล่านั้นจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรหลังจากสูญเสียพล.ต.อ.สมเพียงที่คอยให้การช่วยเหลือมาก่อน ซึ่งอาจทำให้แหล่งข่าวตกอยู่ในภาวะไม่ปลอดภัยไปด้วย

 "การได้รับการยอมรับจากบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งข่าวที่แจ้งความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐทราบนั้นเป็นเรื่องใหญ่และมีผลสำคัญมากในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งประเด็นนี้เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งหารือเพื่อกำหนดแนวทางให้สอดรับกันมากที่สุด" แหล่งข่าวระบุ

เตรียมออกหมายจับคนร้ายลอบวางระเบิดผกก.สมเพียร

 เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ห้องประชุม  ในอาคารศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.ศชต.   เปิดเผยว่  เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและยิง พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา และผู้ใต้บังคับบัญชา ขณะออกปฏิบัติงานสืบสวนหาข่าวและพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.  เป็นเหตุให้ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา , พ.ต.อ.โสภณ อินทรบวร อดีต ผบ.หมู่ ป.สภ.บันนังสตา คนขับรถยนต์คันเกิดเหตุ เสียชีวิต และ ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ โรมา รอง สว.สส.สภ.บันนังสตา ,ส.ต.ท.รวิกร สังข์ศิริ ผบ.หมู่ ป.สภ.บันนังสตา ได้รับบาดเจ็บ

 ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ได้ทำการตรวจพิสูจน์ของกลางที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุและพยานหลักฐานประกอบอื่นๆ เป็นประโยชน์ทางคดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทราบว่า อาวุธปืนเอเค 47 ที่คนร้ายใช้ยิงในที่เกิดเหตุ เป็นอาวุธปืนที่เคยใช้ก่อเหตุมาแล้วถึง 4 คดี   ระหว่างปี 2550 - 2551

 ส่วนคดีที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.อ.สมเพียร คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊สปิกนิก ซุกซ่อนไว้ในท่อน้ำบริเวณถนน และจุดระเบิดโดยการลากสายไฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวมรวมพยานหลักฐานไว้เพื่อดำเนินการสืบสวนแล้ว จากพยานหลักฐาน และความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ทราบกลุ่มคนร้ายแล้ว ซึ่งจะได้เร่งรัดการออกหมายจับ และติดตามจับกุมต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

 ส่วนการช่วยเหลือ เยียวยา และบำรุงขวัญแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิต ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุดส่วนหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะทายาทของ พล.ต.อ.สมเพียร เบื้องต้น ได้รับเงินช่วยเหลือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิ องค์กรต่างๆ จำนวนกว่า 4.1 ล้านบาท และจากหน่วยงาน องค์กรอื่นๆ ที่เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง ตลอดจนได้มีคำสั่งย้ายบุตรของ พล.ต.อ.สมเพียร 1 ราย ส.ต.ท.โรจนินทร์ ภูวพงษ์พิทักษ์ ผบ.หมู่ กก.ตชด.44 อ.เมือง จ.ยะลา ไปดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ ตม.6 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ บรรจุ นายรัฐวิทชญา ภูวพงษ์พิทักษ์ บุตรชายคนที่ 3 เข้ารับราชการตำรวจ ในตำแหน่ง ผบ.หมู่ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 "ทายาทของ ด.ต.โสภณ อินทรบวร เบื้องต้น ได้รับเงินช่วยเหลือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมูลนิธิต่างๆ ตามสิทธิ เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท นอกจากนี้ จะมอบทุนการศึกษาแก่บุตร คือ ด.ช.ณัฐนนท์ อินทรบวร อายุ 14 ปี ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ระดับ ม.ต้น โรงเรียนสตรียะลา ไปจนสำเร็จระดับปริญญาตรี และจะขึ้นบัญชีบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป กับทั้งได้รับพระราชทานยศเป็นพันตำรวจเอก ” ผบ.ศชต. กล่าว

 พล.ต.ท.พีระ กล่าวว่า  แนวความคิดในการจัดสร้างอนุสาวรีย์ ให้กับ พล.ต.อ.สมเพียร เพื่อเป็นอนุสรณ์  หลังจากที่ได้รับทราบข่าวว่าทางสมาคมตำรวจมีแนวความคิดในเรื่องนี้   ในเรื่องของอนุสาวรีย์ หรืออนุสรณ์สถานต่างๆ ทางศชต. ก็มีแนวความคิดกันมานาน เพียงแต่ยังไม่มีรูปแบบ รวมถึงทุน เพราะในขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เสียชีวิต ตังแต่ปี 2547 ที่ผ่านมา จำนวน 243   นาย  ส่วนปี 2553 ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตแล้ว 6 นาย แนวความคิดในการสร้างอนุสรณ์สถานให้กับตำรวจที่เสียชีวิตในพื้นที่ ภายในกองบัญชาการมีอยู่แล้ว เพียงแต่อยู่ในขั้นตอนของรูปแบบที่เหมาะสม ว่าจะใช้รูปแบบอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุกระดูก หรือสลักชื่อ

 “ ภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ที่มีแนวความคิดเช่นเดียวกัน ที่จะระดมทุนจัดสร้างอนุสาวรีย์นั้น ทาง ศชต.ก็พร้อมที่จะให้มาพูดคุยกัน เพราะการจัดสร้างในครั้งนี้ ทำเพื่อตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ” ผบ.ศชต.กล่าว