
ยอดจอง"นิสสันมาร์ค"พุ่งสัปดาห์แรกกวาด120คัน
เปิดจองอีโคคาร์ นิสสันมาร์ค คึกคักตั้งแต่ไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ยอดจองสัปดาห์แรก"นิสสันปัตตานี 2001-โชว์รูมหาดใหญ่" กวาดแล้ว 120 คัน คนแห่ชมรถวันหนึ่ง 40-50 คน ขณะที่โตโยต้าสงขลา ไม่หวั่นตลาดรถปี 2553 คึกคักแน่จากแนวโน้มเศรษฐกิจ อัดงบกิจกรรมลุยชานเม
นายณรงค์ ตั้งภัสสรเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสันปัตตานี 2000 จำกัด เปิดเผยว่าหลังจากที่โชว์รุมนิสสันถนนสามสิบเมตร อ.หาดใหญ่ ได้นำรถนิสสันมาร์ค ซึ่งเป็นรถอีโคร์รายแรกมาเปิดตัว ปรากฎว่าได้รับการตอบรับจนทางผู้บริหารเองตกใจ เพราะมีลูกค้าขึ้นมาดูรถวันหนึ่ง 40-50 คัน
โดยตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เป็นต้นมาขณะนี้ยังไม่ถึงวันเปิดตัวคือ 27 มีนาคม 2553 มียอดจองเข้ามาแล้งกว่า 120 คัน ซึ่งทางนิสสันปัตตานี มั่นใจว่า จะส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้เสร็จภายใน 3-4 เดือน
“ การเปิดตัวนิสสันมาร์คนั้นถือว่าตรงใจผู้บริโภคซึ่งกำหนดไว้ 4 กลุ่ม คือ คนที่มีระกระบะอยู่แล้วและอยากมีรถเก๋งคันที่ 2 ไว้สำหรับใช้งาน 2. กลุ่มที่มีมอเตอร์ไซต์ และมีศักยภาพพอจะซื้อรถเก๋งได้ 3. นิสิตจบใหม่ ที่แต่งงานหรือเพิ่งสร้างครอบครัวใหม่ และ 4. กลุ่มพ่อแม่ที่ต้องการซื้อรถยนต์เป็นของขวัญ หรือรางวัลตอบแทนลูกๆ เมื่อสำเร็จตามเป้าหมายเช่นสอบเข้ามหาลัยได้เป็นต้น และจากการที่ลูกค้าขึ้นมาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้”
นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ยอดขายนิสสันปัตตานีในปี2552 เหลือประมาณ 600 คันจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำ โดยในปี 2551 มียอดขาย 800 คัน และในปี 2553 ตั้งเป้าว่า จะต้องได้ 1,100 คัน ซึ่งมั่นใจว่านิสสันมาร์คจะเข้ามาช่วยเสริมและทำให้ลูกค้าเข้ามาดูรถมากขึ้น ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 375,000 บาท
“ในปี 2552 ทีผ่านมา ยอดขายรถเก๋งเพิ่มขึ้นจนสามารถกินมาร์เก็ตแชณ์กระบะ และสัดส่วนกลายเป็น 50-50 % เนื่องจากน้ำมันดีเซลราคาที่แพงขึ้น และในช่วงนี้ราคายางดีมั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ได้ และในปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา"กรรมการผู้จัดการนิสสันปัตตานี กล่าว
ด้าน นายวีนัส วิเชียรวิยากุล ผู้ช่วยผู้จัดการสายขาย บริษัทพิธานพาณิชย์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีทีผ่านมาหลังจากราคายางมีราคาดีขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ทำให้บริษัทจำหน่ายรถยนต์มีความมั่นใจว่าในปี 2553 ตัวเลขการจำหน่ายจะต้องดีกว่าทีผ่านมา
โดยปี 2552 โตโยต้าพิธานขายไป 2,500 คัน และในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มขึ้น 15-20 % หรือที่ 3,000 คัน ซึ่งตัวเลขยอดขาย 2 เดือนแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีทีผ่านมาดีกว่า โดยขายไปแล้วกว่า 200 คัน
“ รถจะขายดีเป็นช่วงๆ และมีบ้างเดือนที่อาจจะขายไม่ดีเพราะคนไทยไม่นิยมออกรถ เช่นเมษายนที่กำลังจะถึงเป็นต้น ดังนั้นตัวเลขทั้งปีอาจจะต้องเฉลี่ยกันไป” นายวีนัส กล่าวและว่า
ในปีนี้โตโยต้าพิธาน ได้ตั้งงบประมาณเพื่อการทำอีเว้นท์ตลอดทั้งปีที่ 3 ล้านบาท โดยกิจกรรมการตลาดของเราจะทำให้เชิงรุก เป็นการจัดคาราวานออกไปตมพื้นที่อำเภอชนบท เช่นในเดือนนี้ไประโนด เดือนหน้าก็จะไปลอนซ์กันที่สตูล ซึ่งการออกไปพบลูกค้านั้นถือว่าได้ดีกว่า มากกว่าที่จะรอให้ลูกค้ามาหาที่โชว์รูม ไปทุกครั้งมียอดจองเข้ามา
วันนี้รถยนต์ยังน่าซื้ออยู่เพราะแคมเปญจากปลายปีที่ทุกค่ายอัดเพื่อเพิ่มยอดขายไม่ได้ถูกตัดไปมากนัก ก็ถือว่ายังเป็นจังหวะ และโอกาสของผู้บริโภค และรถยนต์กระบะก็ยังเป็นความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันเพราะนอกจากจะใช้ในงานแล้วก็ยังสะดวกในการใช้ในชีวิตประจำวัน" นายวีนัส กล่าวและว่า
ทั้งนี้ตัวเลขของ การขายในช่วง 3-4 ปีทีผ่านมา โตโยต้าพิธาน ขายรถกระบะ 60-70 % ส่วนที่เหลือ 30-40 % เป็นเก๋ง แต่ปีทีผ่านมาตัวเลขกระบะกับเก๋งบาลานซ์กันที่ 50-50% เนื่องจากคนส่วนใหญ่เริ่มมองหารถใช้คันที่ 2 ในขณะเดียวกันเดี๋ยวนี้รถเก๋งประหยัดมากขึ้น ชาวสวนเองซึ่งเคยเป็นลูกค้าหลักกระบะก็หันมาซื้อรถเก๋งมากขึ้น
ด้านนายฐานิต ปัญญาวชิโรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พี.วี.เค ไซเคิล จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ด กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์กระบะฟอร์ด ดีขึ้นมาตั้งแต่ช่วง 2 เดือนปลายปีที่แล้วและดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยอดขายรวมปี 2552 ก็ยังติดลบเมื่อเทียบกับปี 2551
"เราหวังว่าปีนี้ ซึ่งกำลังฟอร์ดจะเปิดตัวรถยนต์อีโคร์คาร์ เฟสต้าในงานมอเตอร์โชว์ปลายเดือนมีนาคมนี้ ก็น่าจะทำให้ตลาดดีขึ้น "นายฐานิต กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกกระเตื้อง และภาคใต้เศรษฐกิจขึ้นกับยางพาราเป็นหลักเมื่อยางราคาดีมั่นใจว่า ตลาดรถยนต์ก็จะดีไปด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งฟอร์ดตั้งเป้าหมายว่า ยอดขายปี 2553 จะเพิ่มจากปีทีผ่านมา 10-20 %



