
"การเมืองวุ่น"กระทบกีฬา ชวดดึงเงินเข้าบ้านหมื่นล้าน
"บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิกไทย ยอมรับสถานการณ์ทางการเมืองไทยในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ทำให้ขาดโอกาสในการนำรายได้เข้าประเทศนับหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
ตามที่ นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้หารือกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ถึงเรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาต่างๆ ได้แก่ เอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชี่ยลอาร์ทเกมส์, เอเชี่ยนยูธเกมส์, เอเชี่ยนบีชเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์นั้น ล่าสุด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิกไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย ซึ่งเกิดเหตุความไม่สงบ ส่งผลกระทบต่อการเสนอตัวดังกล่าว เพราะไม่สามารถตอบคำถามเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้แก่นานาประเทศได้
"เหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการเสนอตัว เพราะไม่สามารถชี้แจงได้ว่าสถานการณ์จะไว้วางใจได้เมื่อไหร่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ขาดโอกาสในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพระดับนานาชาติ หากได้จัดสิ่งหนึ่งที่จะเป็นผลพลอยได้ นอกจากเรื่องศักดิ์ศรีและชื่อเสียง อีกสิ่งที่สำคัญคือเรื่องการท่องเที่ยวที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่น ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้เสียโอกาสในการนำเงินจากการเป็นเจ้าภาพเข้าประเทศนับเป็นพันๆ หมื่นๆ ล้านบาทเลยทีเดียว"
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากไทยเสนอตัวจัดการแข่งขัน คงได้รับผลกระทบแน่นอน เห็นได้จากตอนเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนมาร์เชี่ยลอาร์ทเกมส์เมื่อปีที่แล้ว ต้องเลื่อนจัดถึง 2 ครั้ง ซึ่งมีประเทศสมาชิกสอบถามมาตลอด โดยเฉพาะจีนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ดังนั้นโอลิมปิกจะไม่ยื่นเรื่องเสนอตัวใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) กำหนดให้ยื่นเรื่องวันสุดท้ายวันที่ 31 มีนาคมนี้ นอกจากรัฐบาลจะยืนยันถึงความพร้อมในทุกด้าน และขอให้โอลิมปิกเป็นผู้ดำเนินการให้
ประธานโอลิมปิกไทย กล่าวถึงการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้ว่า เจ้าภาพได้ยืนยันว่ามีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยได้เริ่มนับถอยหลังสู่วันแข่งขันแล้ว ในส่วนทัพไทยกำลังพิจารณาเรื่องงบประมาณว่าจะพอเพียงกับจำนวนนักกีฬาหรือไม่ ดังนั้นจะเน้นส่งกีฬาเฉพาะที่มีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลเท่านั้น ส่วนกีฬาไหนที่มองแล้วไม่มีโอกาส การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะพิจารณาและตัดออกไป
"เป้าหมายในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าจีน ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพต้องหวังครองเจ้าเหรียญทองอยู่แล้ว ดังนั้นกรณีที่ไทยจะได้เหรียญทองเท่ากับเอเชี่ยนเกมส์ครั้งก่อนที่กรุงโดฮา ซึ่งได้มา 13 เหรียญทอง ก็มีโอกาสน้อยลงแน่ อย่างไรก็ตาม ช่วงใกล้การแข่งขันจะมีการประเมินอีกครั้งถึงจำนวนเหรียญทองที่น่าจะได้"



