
มาร์ค"กร้าวฟ้องหมิ่น"แม้ว-สามเกลอ"
อภิสิทธิ์"กร้าวมอบสนง.กฎหมายพิจารณาฟ้องหมิ่นประมาท พร้อมดำเนินคดีทักษิณ"และแกนนำนปช. 3 คนเหตุปราศรัยบิดเบือนข้อเท็จจริง เชื่อทักษิณ" ผู้บงการตัวจริงเตือนให้รักษาคำพูดสั่งให้ นปช. สลายการชุมนุมหากว่าภายใน 7 วัน ไม่ประสบความสำเร็จในข้อเรียกร้อง
(18มี.ค.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ได้วิดีโอลิงค์มาบนเวทีใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ประกอบกับการปราศรัยของแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและใส่ร้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งหากปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปหลายครั้งโดยไม่ดำเนินการใด ๆ จะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้สำนักงานกฎหมายม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยให้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นคนดูแลคดี โดยรวบรวมพยานหลักฐานการพูดปราศรัยและการวิดีโอลิงค์ ของพ.ต.ท.ทักษิณที่บิดเบือนข้อเท็จจริงในต่างกรรมต่างวาระ
การกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีเป็นฮิตเล่อร์ โดยยกเหตุการณ์สงกรานต์เลือด การใช้คลิปตัดต่อเสียงนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นคนสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งเป็นการกล่าวเท็จโดยสิ้นเชิง ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณต่างหากที่มีพฤติกรรมเหมือนกับฮิตเล่อร์ ในการฆ่าตัดตอน 2,500 ศพที่ปราบปรามการค้ายาเสพติด การฆ่าประชาชนที่มัสยิดกรือเซะ รวมไปถึงข้อกล่าวหาว่า นายกฯแวดล้อมไปด้วยบุคคลสีม่วง ซึ่งไม่เข้าใจว่าหมายถึงใคร ถ้าจะหมายถึงตนเองคงไม่ใช่สีม่วง แต่ พ.ต.ท.ทักษิณต่างหากที่ใกล้ชิดกับบุคคล ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสีม่วง ก็อยากถามว่านายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มแดงสยามเป็นสีม่วงหรือไม่ การกล่าวหาว่านายกฯไม่มีหิริโอตัปปะ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นมาโดยตลอด โดยเฉพาะการไม่ละอายต่อบาป ไม่ฟังบุคคลอื่นที่มาวิจารณ์ตัวเอง
นอกจากนี้ยังรวมถึงการฟ้องหมิ่นประมาทของกลุ่มนปช.อย่างน้อย 3 คนที่ใช้คลิปเสียงอันเป็นเท็จคือ1.นาย จตุพร พรมพันธุ์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานตั้งแต่วันที่ 14 - 18 มีนาคม และจะดำเนินคดีทุกคดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปิดคลิปเสียงครั้งใดจะฟ้องทุกครั้ง ถือว่าเป็นกรรมต่างวาระ และอยากให้สื่อสังเกตการณ์ การตัดต่อคลิปเสียงนายกฯ เป็นการตัดต่อจุดบกพร่องที่จับได้คือ 1.การขึ้นต้นของคลิปเสียงที่บอกว่า “ทุกท่านคงจะได้ฟังและเหตุการณ์ ”โดยหลังจากนั้นเป็นการตัดต่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคำพูดที่เอามาตัดต่อ เป็นเหตุการณ์ หลังสงกรานต์เลือด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ว่า นายกฯจะสั่งใช้ความรุนแรงกับม็อบ ซึ่งเป็นข้อเท็จริงที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
2. กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้วิดีโอลิงค์มาเมื่อคืนที่เวทีคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นภาพที่ปรากฏชัดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ คือ ผู้จัดการม็อบตัวจริงและบงการแกนนำ ส่วนสามเกลอเป็นแค่หุ่นเชิดและนอมินีให้ พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังได้ชื่นชมการดาวกระจายของแกนนำนปช. ที่ไปเทเลือดที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและบ้านนายกฯแสดงให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนกำหนด และรับรู้การกระทำครั้งนี้อย่างชัดเจน รวมถึงการจัดเวทีย่อยที่สะพานมัฆวานว่ามีเยาวชนที่สนใจ และสั่งให้นายวีระ มุสิกพงศ์ ไปนำปราศรัย และพูดในลักษณะว่ามวลชนกลุ่มหนึ่งไม่ได้ทานข้าวหนึ่งถึงสองวัน จึงสั่งให้จัดตั้งโรงครัวให้อยู่ในม็อบ และเมื่อคืนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ขึ้นเวทีและเป็นที่ยอมรับว่า ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นมาบนเวทีร่วมกับคนสำคัญด้วย
การประกาศของ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าให้คนเสื้อแดงอดทนภายใน 7 วัน ก็จะได้ประชาธิปไตย ตนอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ รักษาคำพูด ถ้าหากว่าภายใน 7 วันไม่ประสบความสำเร็จในข้อเรียกร้อง ก็อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีการสั่งการให้สลายการชุมนุม เพราะการชุมนุมที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบให้เดือดร้อน กระทบต่อการลงทุน และกระทบต่อการเดินทางเยือนของราชวงศ์ญี่ปุ่นและผู้นำสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ นปช.ทั้งสิ้น
นายเทพไท กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าดูคนที่ชุมนุมซึ่งนับวันจะน้อยลง ไม่น่าจะเกินสองหมื่นคน ตนอยากเรียกร้องไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำทุกคนว่าน่าจะจัดระเบียบการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับคน กทม. อยากเสนอว่าน่าจะย้ายเวทีการชุมนุมไปปักหลักที่ท้องสนมหลวง ซึ่งจะไม่รบกวนการจราจรของประชาชน โดยเฉพาะถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของ กทม.และจะมีการจัดงานกาชาดที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้เห็นว่าสนามหลวงเป็นสถานที่ที่จัดได้ เพราะกลุ่มแดงสยามได้ยกเลิกการชุมนุมไปแล้ว จึงอยากให้ นปช.เห็นแก่ส่วนรวมและคนกทม.ที่จะต้องใช้ชีวิตประจำวันด้วย
สำหรับความขัดแย้งของแกนนำนปช.ในกลุ่มต่าง ๆ นั้น เป็นที่น่าสังเกตคือเมื่อคืนแกนนำสามเกลอออกมาปราศรัยบนเวที โจมตี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสร อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง ถึงแม้จะมีความขัดแย้ง แต่ไม่ควรมีการปราศรัยรุนแรงขนาดนี้ ดังนั้น จึงขอตั้งข้อสังเกต เรื่องความขัดแย้ง ดังนี้ คือ 1. เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการแสดง เพื่อตบตาประชาชนหรือไม่ 2. เป็นการแยกบทบาทในการแสดงการเคลื่อนไหวหรือไม่ โดยพยายามที่จะแยกให้เห็นว่าถ้ามีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ก็ไม่เกี่ยวกับแกนนำ นปช. แต่เป็นการสร้างความรุนแรงโดยแดงฮาร์ดคอร์ ซึ่งพยายามจะโยนความผิดให้คนเหล่านั้น 3 . เป็นการชิงแกนนำในหมู่คนเสื้อแดง ที่จะเข้าไปควบคุมมวลชน โดยเฉพาะกระแสข่าวที่ว่า มีท่อน้ำเลี้ยงก๊อก 2 ไหลมาอีกระลอกหนึ่ง เป็นการชิงความเป็นเจ้าของในการใช้จ่ายหรือไม่
นายเทพไท กล่าวว่า วิดีโอลิงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการพูดถึงความขัดแย้งของกลุ่มคนเหล่านี้เลย ซึ่งถือเป็นความผิดปกติหรืออาจต้องการใช้คนกลุ่มต่าง ๆ เพื่อต่างกรรมต่างวาระเพื่อประโยชน์ของตัวเองใช่หรือไม่ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้พยายามที่จะปูดว่ามีความขัดแย้งในพรรคประชิปัตย์ เกี่ยวกับข้อเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดงในเรื่องการยุบสภา โดยพาดพิงไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ ว่านายชวนต้องการยุบสภา แต่คนรอบข้างนายกฯไม่เห็นด้วย ก็อยากชี้แจงว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่เคยหยิบยกเรื่องการยุบสภามาพูดคุยแม้แต่ครั้งเดียว อำนาจการยุบสภาเป็นเรื่องของนายกฯ และนายกฯก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ที่จะต้องสั่งการตามที่คนเสื้อแดงเรียกร้อง ส่วนการกล่าวหาว่าคนรอบข้างนายกฯเป็นคนหัวนอกก็ไม่เป็นความจริง ดังนั้นไม่ควรมาสร้างความแตกแยกให้พรรคประชาธิปัตย์
ตนอยากให้พรรคเพื่อไทยดูแลลูกพรรคให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยุบสภาหรือการลาออกของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่าเป็นเอกภาพหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอองแกนนำนปช.ที่ออกมาเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยลาออก จากการเป็น ส.ส.ทั้งหมดแต่สุดท้ายก็มาเบี่ยงเบนประเด็นว่าไม่สามารถลาออกได้เพราะกลัวว่าจะต้องชดเชยค่าใช้จ่ายเลือกตั้งคนละ 10 ล้านบาทซึ่งไม่เป็นความจริง ในกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่มีบัญญัติไว้ ดังนั้นถ้าหากส.ส.พรรคเพื่อไทยจะลาออก ก็ลาออกเพราะความประสงค์ของตัวเอง ถ้าไม่ลาออกอย่าไปโยนความผิดให้รัฐธรรมนูญ
“ อยากขอร้องไปยังส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ขึ้นไปปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดง ว่าให้เลือกเอาระหว่างการเมืองในสภาและนอกสภา ถ้าอยากทำการเมืองนอกสภาขอให้ลาออก ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะแกนนำที่มาจากระบบสัดส่วน ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งเลย เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายมานิต จิตจันกลับ ก็สามารถลาออกได้ทันที แต่นายจตุพรพยายามออกมาเบี่ยงเบนประเด็นว่า การที่ ส.ส.ทั้งหมดไม่ลาออก เพราะกลัวต้องชดใช้เลือกตั้งซ่อมไม่เป็นความจริงดังนั้นข้อเรียกร้องนี้มาจาก นปช.นายจตุพรก็ควรทำเป็นตัวอย่างเสียก่อน” นายเทพไท กล่าว



