ข่าว

พท.จี้ประชุมร่วมสภาหาทางออกการเมือง

พท.จี้ประชุมร่วมสภาหาทางออกการเมือง

18 มี.ค. 2553

พท.ซัดรบ.ใส่ร้ายผู้ชุมนุมจี้เปิดประชุมร่วมรัฐสภาถกทางออก “เสนาะ ยกบทเรียนเขมรสามฝ่ายฆ่ากัน ห่วง คนคนไทยกำลังจะฆ่ากัน - ค้านยุบสภา แต่แนะให้นายกฯลาออก แล้วทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน

(18มี.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงหารือนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลนี้คงไม่ต้องการให้เกิดความปรองดองในบ้านเมือง เพราะตั้งแง่กับผู้ชุมนุม ไม่ให้ความสำคัญกับการเรียกร้องของประชาชน แถมบอกว่าผู้ชุมนุมประสงค์จะก่อความวุ่นวาย ก่อกวนการทำงานของรัฐบาล นายกฯยังไม่มีแนวโน้มจะคุยกับประชาชนอย่างสันติตามที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาและยังใช้ทีวีช่อง 11 โจมตีผู้มาชุมนุมทุกวัน ให้ข้อมูลที่ไม่จริงกับประชาชน ปล่อยปละละเลยให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯออกมากระหน่ำทุกวัน และตอนนี้ไม่รู้ว่านายกฯไปอยู่ที่ไหน เคยบอกว่ามีประชุมสภาฯจะมาร่วมทุกครั้งแต่ทำไมวันนี้ไม่มา เป็นเพราะกลัวและ ไปเชื่อข่าวของศอ.รส.ทั้งที่ข่าวที่ออกมาไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่การแต่การกุข่าวเท่านั้น แล้วยังใช้ตำรวจ ทหารเข้ามาดูแลถึง 50,000 คน ทั้งที่จำนวนผู้ชุมนุมประมาณแสนกว่าคน ซึ่งหากจะมีการใช้ความรุนแรงกลุ่มผู้ชุมนุมทำไปตั้งแต่วันแรกแล้ว

 ประธานควรเชิญวิปทุกฝ่ายมาหารือทางออกเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดือนเมษายน 52 เพราะก่อนเกิดเหตุครั้งที่แล้ว มีประชุมสภาก่อนเกิดเหตุ 1 สัปดาห์ แต่ประธานก็ไม่ปล่อยให้หารือแต่กลับปิดประชุมทันที นอกจากนี้รายงานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน 52 เสร็จมานานกว่า 6 เดือน ก็ต้องนำมาหารือกันในที่ประชุมสภาฯ ตนทวงถามไปแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังเงียบอยู่ ประธานอ้างว่า ต้องให้นายกฯตัดสินใจซึ่งไม่ใช่ เพราะประธานต้องเป็นคนนัดให้มาพิจารณา เพราะสภาเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้ข้อสงสัยทั้งหลาย ปรากฏ เพราะเกรงว่าเหตุการณ์วันนี้จะซ้ำรอยกับ 14 ตุลา 16 หรือ 6 ตุลา 19 และเมษาเลือด ประธานสภาฯไม่ควรนิ่งเฉยกับเรื่องดังกล่าว

 นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน รัฐบาลยินดีรับฟังประชาชนทุกกลุ่ม แต่ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาฯ เพราะนายกฯพิจารณาแล้ว คิดว่าควรจะรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า

 จากนั้นนายสุนัย  จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลและผู้ชุมนุมต่างสร้างจินตนาการแห่งความหวาดกลัวขึ้น รัฐบาลก็สร้างว่า ผู้ชุมุนมจะวินาศกรรม ยืนยันไม่มีใครคิดทำอะไรรุนแรงและไม่มีใครคิดฆ่านายกฯ แต่เป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลวิตกไปเอง จึงไม่ยอมมาประชุมสภา ฝ่ายเสื้อแดงพยายามอดกลั้น ขอบคุณรัฐบาลที่ไม่สร้างเงื่อนไข แต่ยังไม่ดีที่ยังมีการสร้างสงครามข่าวสารอยู่จึงขอให้ใช้สภาเป็นที่ดับร้อน เพื่อให้สังคมเห็นว่า ต้องรักษาระบบรัฐสภาไว้ ใช้เวทีนี้เป็นศูนย์กลางแก้ปัญหา และนายกฯควรไปพูดกับประชาชนที่มาชุมนุม ว่า ทำไมถึงไม่ยุบสภา ตนจะเอาชีวิตตนเองประกันความปลอดภัยให้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายชัย ตัดบทนำเข้าสู่วาระพิจารณากระทู้ แต่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผู้ตั้งกระทู้ถามทั่วไปกระทู้แรก ได้ขอให้เลื่อนกระทู้ของตนเองออกไปเพื่อให้สภาได้พูดปัญหาการชุมนุมที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ส.ส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ตั้งกระทู้ถามทั่วไปถัดมา ยืนยันว่า จะไม่เลื่อนกระทู้ของตนเองออกไป ทำให้ นายชัย แจ้งว่า เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว เวลาที่เหลือจะให้พูดปัญหาทางการเมืองขณะนี้ไปตลอดทั้งวัน แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ยอม และเริ่มส่งเสียงประท้วงในห้องประชุม ทำให้นายชัย สั่งพักประชุมให้วิปทั้งสองฝ่ายมาหารือกับประธานเพื่อไม่ให้บรรยากาศบานปลาย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที

 ภายหลังเปิดประชุมอีกครั้งนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านขอให้มีการเลื่อนกระทู้ทั่วไปออกไป และจะได้ร่วมกันพิจารณากระทู้ถามสด 3 เรื่อง เกี่ยวกับปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และจะให้นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาราช ที่ถือเป็นผู้อาวุโส อภิปรายนำเข้าสู่กระทู้สด

 นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลไม่ขัดข้อง และเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะใช้สภาเป็นที่แก้ปัญหาและตัวสภาเองก็จะได้ไม่มีความขัดแย้งกันด้วย และน.ส.ผ่องศรี จึงได้ขอเลื่อนกระทู้ถามทั่วไปออกไปในสัปดาห์ต่อไป

 จากนั้นนายเสนาะ กล่าวว่า เหตุการณ์เมษายน 52 ทำให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เพื่อแสวงหาทางออกให้บ้านเมืองมีความสงบ แต่เมื่อมีผลออกมา ก็ไม่มีการปฏิบัติ ทั้งที่ทุกคนในสภา มีหน้าที่รักษาประเทศให้อยู่รอด ต้องใช้จริยธรรม คุณธรรม และความรู้เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการนำพาประเทศ และตนเชื่อว่าประเทศมีศักดิ์สิทธิ์ ใครคิดทำลาย ก็ไม่เจริญ ทุกอย่างทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระบบการเมือง การกำหนดผู้บริหารประเทศ ล้วนออกมาจากรัฐสภา วันนี้ พ่อแม่ของคนไทยทุกคน เป็นทุกข์ จากการที่มีปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง  

 วันนี้กระทู้ระเบียบไม่ต้องมาพูดกันแล้ว บ้านเมืองกำลังวิกฤตแตกแยก อยากให้นำเรื่องเขมร 3 ฝ่ายที่ฆ่ากันเป็นล้านมาเป็นบทเรียน เป็นการแย่งอำนาจระหว่างทหารอำมาตย์ จนฝ่ายฮุนเซน มีการไปดึงประเทศเพื่อนบ้านมาช่วยไล่ฆ่าเขมรแดง ซึ่งฮุนเซนเป็นทั้งคนกู้ชาติและราชบัลลังก์แล้วไปเชิญกษัตริย์เป็นประมุข ตอนนั้นฝ่ายเจ้าก็มาเล่นการเมือง สุดท้าย ทั้งสองฝ่ายก็จับมือกันสมานฉันท์ การสมานฉันท์ ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องจับมือกันก่อน ต้องมาทำความเข้าใจปัญหาและร่วมแก้ที่ต้นตอ ประธานต้องเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อระดมความคิดช่วยกันหาทางออกที่ถูกที่ควรที่ดี

 นายเสนาะ กล่าวว่า วันนี้ความแตกแยก ไม่ใช่แค่การแย่งอำนาจกัน ที่สำคัญคือต้องมีสำนึกความรับผิดชอบ คนที่ออกมาเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดงหรืออื่นๆ ยังมีสัดส่วนไม่ถึง 1 ส่วนจากประชาชนทั้งประเทศ  มีที่ไหนที่ผู้นำประเทศออกไปพบประชาชนไม่ได้ตั้งแต่สมัยเสื้อเหลือง มาจนถึงเสื้อแดง ในอดีตปัญหาเกิดขึ้น แต่ก็มีวันจบ คนรุ่นเก่ายังรักษาคุณธรรมจริยธรรม แต่วันนี้ ความแตกแยกไม่จบ และยังแตกแยกกันถึงเป็นภาค ๆ กำลังจะฆ่ากัน ขื่อแปไม่มี ทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองฆ่ากันเหมือนเขมรหรือ ที่ฆ่ากันเองยังไม่พอ ไปดึงชาติอื่นมาฆ่าด้วย

 “ใครเป็นนายกฯก็ได้ ประธานชัยก็เป็นได้ ผมกราบท่านอภิสิทธิ์เลย อะไรมันยังไม่ถึงเวลาก็ไม่เชื่อ วันนั้นผมก็พูดต่อหน้าประธาน เพราะผมคิดว่า เมื่อมันไม่ถูกต้องผมยอมไม่ได้ อย่างไรก็ดี ตอนนี้ผมคิดว่า หากยุบสภา จะเป็นจุดนองเลือดมากกว่า เสื้อแดงมาเรียกร้องให้ยุบ จะยุบให้ฆ่ากันหรืออย่างไร ผมขอถามว่า ยุบแล้วจะหาเสียงกันอย่างไร ประชาธิปัตย์ไปอีสาน เหนือได้หรือไม่ ไปแค่ปริมณฑลก็แย่แล้ว ส่วนเพื่อไทยไปใต้ได้ไหม มันก็จะยิ่งกว่าตอนนี้ที่ยังพอกระท่อนกระแท่นกันไปกันได้ แต่ยุบไปแล้วฆ่ากันแน่นอน อายุปูนผม หรือประธานสภามองอะไรไม่ออกหรือ” นายเสนาะ กล่าว

 นายเสนาะ กล่าวว่า อยากจะกราบของร้องนายกฯ เพื่ออนาคตของประเทศไทย และอนาคตศักดิ์ศรีของตนเอง ลาออกแล้วหันหน้ามาปรึกษารือกัน เมื่อผู้ใหญ่ตัดสินใจหันหน้ามาหากันทุกฝ่าย แค่นี้ยังทำไม่ได้ นับประสาอะไร จะไปพูดให้คนทั้งประเทศรักกันได้ ขอให้ลองเชื่อผู้เฒ่าคนนี้ ตนไม่เอาอะไรมากไปกว่านี้แล้ว ไม่เอาตำแหน่งอะไร แต่ขอให้ตรงนี้เป็นการเตือนสติ การสมานฉันท์ ผิดถูกต้องให้อภัยกัน ไม่ใช่คัดง้างกันตลอด และเอาบ้านเมืองไว้ก่อน และให้อาทิตย์หน้าประธานเปิดประชุมรัฐสภา เอาปัญหาที่คนจะฆ่ากันมาช่วยกันคิด นายกฯและรัฐมนตรีทุกคนมานั่งฟังหารือกัน ถ้าจะตาย ก็ตายที่สภา ส่วนฝ่ายอื่นๆก็หยุดใส่ร้ายป้ายสี เมื่อทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เชื่อว่าแก้ได้ ถ้าไม่ทำ จะเจออย่างที่เขมรเจอ