ข่าว

พม่าไฟเขียวยูเอ็นเข้าไปดูแลพื้นที่โรฮิงญามากขึ้น

พม่าไฟเขียวยูเอ็นเข้าไปดูแลพื้นที่โรฮิงญามากขึ้น

14 มี.ค. 2552

กรุงเทพฯ- ยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุรัฐบาลทหารพม่ายอมให้ขยายโครงการเพื่อการดูแลประชากรในรัฐยะไข่ถิ่นฐานของผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่กำลังสร้างปัญหาให้แก่หลายประเทศ รวมทั้งไทย

นายอันโตนิโอกูแตร์เรส ข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ระบุในแถลงการณ์ที่ออกมาหลังเดินทางออกจากพม่าเมื่อคืนวันพฤหัสบดี( 12 มี.ค.) ระบุว่า ระหว่างการเยือนพม่านาน 6 วัน ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ ( 7 มี.ค.) ได้มีโอกาสเดินทางไปที่เมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือใกล้พรมแดนติดกับบังกลาเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ในพม่าที่มีชาวโรฮิงญาตั้งรกรากอยู่มากที่สุด นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปที่เมืองมะริด เมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้ติดกับทะเลอันดามัน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ผู้อพยพชาวโรฮิงญาจำนวนมากใช้หลบหนีออกจากพม่าด้วย 

 

แถลงการณ์ระบุด้วยว่าจากการสังเกตการณ์และการหารือในขั้นต้นกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่า รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และตรวจคนเข้าเมือง ได้ข้อสรุปว่า การดำเนินงานในพื้นที่รัฐยะไข่ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ ไม่สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน และจะต้องมีการตัดสินใจยกระดับโครงการที่จะมีผลในทันทีเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งพม่าเห็นด้วยที่จะให้ยูเอ็นเอชซีอาร์ขยายโครงการเพื่อประชากรในรัฐยะไข่ 

 

ประเด็นผู้อพยพชาวโรฮิงญากลายเป็นที่สนใจไปทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีหลังมีรายงานจากกองทัพเรืออินเดียว่ามีผู้อพยพหลายร้อยคนจมน้ำเสียชีวิตหลังถูกทหารไทยจับใส่เรือไม่มีเครื่องยนต์แล้วลากออกไปปล่อยทิ้งกลางทะเล นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า มีชาวโรฮิงญาบางส่วนถูกควบคุมตัวหลังขึ้นฝั่งที่ประเทศไทย และบางส่วนไปขึ้นฝั่งที่อินโดนีเซีย แต่ทั้งไทยและอินโดนีเซียต่างปฏิเสธรับคนกลุ่มนี้เป็นผู้ลี้ภัย ขณะที่รัฐบาลทหารพม่าที่ไม่ยอมรับชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองอ้างว่ายินดีรับคนเหล่านี้กลับพม่า แต่ต้องพิสูจน์สัญชาติให้ได้ก่อน แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนไม่เห็นด้วยที่จะให้ส่งชาวโรฮิงญากลับพม่า เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย