
จี้"อภิสิทธิ์"เปิดสภาแก้ปัญหาการเมือง
อภิวันท์จี้นายกฯ-ผู้มีอำนาจ มีจิตสำนึกเปิดประชุมสภา ถกแก้ปัญหาการเมือง ลั่นไม่ย้ายที่ประชุมไปค่ายทหารแน่นอน
(18มี.ค.) เวลา 09.00 น. พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงก็ดำเนินการของเขา โดยเป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้น ยกระดับในการชุมนุมเพื่อสร้างความเป็นธรรมและยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม เหมือนเช่นกรณีที่เรียกร้องให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ทำหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกคน ซึ่งข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ให้ยุบสภา คงเป็นอีกทางหนึ่งที่ให้อำมาตย์ลงจากอำนาจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้หรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ตนพูดไปหลายครั้งว่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้ความแตกแยกของประเทศไทยก็ไปเหมือนกับรัสเซีย ฝรั่งเศส จีน ซึ่งเป็นกรณีที่คนรากหญ้าออกมาต่อสู้กับอำมาตย์ เป็นการต่อสู้ทางชนชั้นซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไข ซึ่งในเมืองไทยสามารถแก้ไขได้ ถ้าผู้มีอำนาจเข้าใจปัญหาและมีจิตสำนึก เพราะขณะนี้ประชาชนในกทม.ให้การตอบรับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ดังนั้นนายกรัฐมนตรีและคนที่เหนือกว่านายกรัฐมนตรีควรจะพิจารณา
เมื่อถามว่าจะมีทางออกอย่างไรเพื่อให้สถานการณ์ของประเทศคลี่คลายลงพ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ง่ายนิดเดียวคือต้องนำประเทศให้กลับคืนสู่ความเป็นธรรม และมีมาตรฐานทางกฎหมายเป็นมาตรฐานเดียว สังคมก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติได้
หากมีการตัดสินคดีพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท เหมือนกรณีพรรคพลังประชาชนจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ไปได้ใช่หรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ตนพูดถึงเรื่องทั่วๆไป ไม่ได้เจาะจงเฉพาะกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ต้องการบอกว่าหากบ้านเมืองเกิดความเป็นธรรม ก็จะดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ส.ส.เพื่อไทยเรียกร้องให้ใช้เวทีสภา เพื่อหารือแก้ปัญหา พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า เป็นทางหนึ่งในการแก้ปัญหา ซึ่งขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่าจะรับฟังหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ว่านักการเมืองควรมีจิตสำนึกที่สูงกว่าคนธรรมดาในการรับผิดชอบบ้านเมือง
ต่อข้อถามที่ว่าหลายฝ่ายระบุว่าควรรอให้บรรยากาศการเมืองเย็นลงกว่านี้ก่อน พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า เห็นว่าช่วงเวลานี้ควรเข้าหารือในสภาที่เป็นหนึ่งใน 3 อำนาจในการบริหารประเทศ
เมื่อถามว่าหาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมาร่วมประชุมเพื่อหารือและเกิดเหตุซ้ำรอย 7 ต.ค.จะแก้อย่างไร พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ครั้ง 7 ต.ค. รัฐบาลใช้วิธีละมุนละม่อมในการสลายการชุมนุม ซึ่งเป็นวิธีการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ถ้ามีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ก็คงต้องใช้วิธีเดียวกัน ซึ่งตนเชื่อว่าจะไม่รุนแรง
ถามว่าควรจะเปิดให้มีการหารือโดยเร็วที่สุดหรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ถ้าสภาไม่ทำหน้าที่ก็แสดงว่าอำนาจนิติบัญญัติถูกแทรกแซง และบ้านเมืองคงเดินต่อไม่ได้ ถ้าอำนาจนิติบัญญัติไม่สามารถทำอะไรได้
ส่วนจำเป็นหรือไม่หากมีการเปิดประชุมร่วมเพื่อหารือจะต้องมีการเปลี่ยนสถานที่การประชุม พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะในการแถลงนโยบายของรัฐบาลก็แถลงที่อื่นมาแล้ว
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้ ร.11 เป็นสถานที่ประชุมแทน พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ตนคงไม่ไปที่นั่น เพราะไม่ใช่สถานที่ประชุมสภา ในค่ายทหารตนไม่ไป ภาพลักษณ์ที่ออกมาคงดูไม่สวยงาม
เมื่อถามว่าแล้วจะมีสถานที่ที่ปลอดภัยมากกว่านี้หรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา จะเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ตนขอร้องให้เข้ามาประชุมกันที่สภา เพราะเชื่อว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 กล่าวว่า วันนี้วาระจะมีการพิจารณากระทู้ซึ่งถ้าจะเปิดประชุมสภาได้เสียงเพียง 1 ใน 5 คือ 95 คนเท่านั้น ก็จะสามารถเปิดประชุมสภาได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีสมาชิก 189 คน กับพรรคร่วมฝ่ายค้านก็น่าจะครบ เพราะมีการประสานกับส.ส.ของพรรค โดยกำชับให้มาประชุมสภาครบทุกคน ส่วนกระทู้สดที่มีการถามรัฐมนตรีนั้นหากรัฐมนตรีไม่มาก็ไม่มีปัญหา เพราะส.ส.ก็สามารถอภิปรายกันเองซึ่งก็แล้วประธานในที่ประชุม แต่ในส่วนรัฐมนตรีที่มาก็จะมีการบันทึกระเบียบวาระการประชุมเอาไว้
เมื่อถามว่าหากสัปดาห์หน้าการชุมนุมคนเสื้อแดงยืดเยื้ออีกจะมีปัญหาต่อการทำงานของสภาหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า สภาก็สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ตามปกติ แต่อาจจะมีการกำหนดมาตรการในเรื่องของความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เท่าที่ประเมินการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่มีท่าทีที่มีความรุนแรงหรือน่าเป็นห่วงเกิดขึ้น แต่ในมุมกลับกันเมื่อกลับมาดูในสภาจะเห็นว่ามีปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะการไม่สามารถทำงานได้บ่อยครั้ง ดังนั้นต้องไปดูว่าเกิดจากอะไร



