
สาวไทยซิ่งประสานงานฝรั่งผู้ดีขี่จยย.ดับ
สาวไทยเมียฝรั่ง ซิ่งเฟอร์จูเนอร์กลับบ้าน ชนประสานงานฝรั่งเมืองผู้ดีขี่จยย.ตายคาที่
(18มี.ค.) เวลา 02.30 น. พ.ต.ท.จักรรินทร์ ทั่วสุภาพ พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดเหตุรถชนกับจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดในซอยเขาน้อย บริเวณหน้าหมู่บ้านไมค์ ออคิด วิลล่า ม.13 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยารีบไปตรวจสอบ
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อ MR.LEE SPENCER อายุ 41 ปี สัญชาติอังกฤษ (เจ้าของร้านหน่อย บาร์เบียร์) สภาพศพนอนอยู่กลางถนน มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ศีรษะแตกคอหักหมุนได้รอบ โดยมีเพื่อนๆชาวต่างชาติและแฟสาวไทยต่างมานั่งกอดศพด้วยความเศร้าเสียใจ ข้างตัวผู้เสียชีวิตพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ125 สีเขียว-ดำ หมายเลขทะเบียน คยฉ 940 ชลบุรี มีร่องรอยถูกชนพังยับเยินล้มตะแคงอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเฟอร์จูเนอร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ฌอ 2185 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนนสภาพด้านหน้ารถนั้นมีร่องรอยถูกชนกันชนด้านหน้าและไฟด้านหน้าซ้ายแตก โดยมีคนขับทราบชื่อ นางสมใจ ใจทัด อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/47 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ยืนตัวสั่นอยู่ในอาการตกใจ รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างรถโดยมีสามีชาวต่างชาติยืนปรอบใจ
นางสมใจ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังขับรถจะกลับบ้านพักภายในซอยที่เกิดเหตุดังกล่าว หลังจากไปทำธุระที่บ้านเพื่อนย่านพัทยาใต้โดยมีสามีนั่งมาในรถด้วย มาถึงที่เกิดเหตุ เห็น MR.LEE (คนเสียชีวิต) กำลังขับรถจักรยานยนต์สวนทางมาด้วยความเร็วอีกทั้งขับส่ายไปมาคล้ายกับเมาสุรา จึงทำให้เกิดการพุ่งชนประสานงานกันกับรถของตนอย่างแรงทำให้ MR.LEE คอหักเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเพื่อนๆของผู้เสียชีวิตที่มาดูศพต่างเศร้าเสียใจที่เห็นเพื่อนตัวเองเสียชีวิต เกิดอารมณ์โมโหพาลจะทำร้ายผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่อีกด้วยแต่เจ้าหนาที่ตำรวจก็ห้ามปราบไว้
เบื้องต้นนั้นตำรวจได้ถ่ายรูปลงบันทึกที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพร้อม กับนำศพ MR.LEE ไปชันสูตที่ รพ.บางละมุง และสอบถามพยานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะควบคุมตัว นางสมใจ คู่กรณีไปสอบสวนปากคำสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



