ข่าว

สละเลือดล้างอาถรรพณ์?

สละเลือดล้างอาถรรพณ์?

18 มี.ค. 2553

"ฟองสนาน จามรจันทร์" หนึ่งในบล็อกเกอร์ "โอเคเนชั่น" ผู้ออกตัวว่าโหรสมัครเล่น อาชีพหลักเป็นข้าราชการ เคยเป็นนักข่าว นักจัดรายการ แล้วได้มาศึกษาโหราศาสตร์ด้วยตนเองมาเกือบสิบปี โดยอาศัยตำรับตำราที่เขียนโดยครูโหรในอดีต ให้ความสนใจกับดวงเมืองที่สถาปนาเมื่อวัน

 ฟองสนานได้ทำนายดวงชะตาประเทศไทย หรือดวงเมืองบางกอกครั้งนี้ไว้ในบล็อก "โอเคเนชั่น" http://www.oknation.net/blog/fongsanan ว่า มีลัคนาอยู่ราศีเมษ ธาตุไฟ และหากจะจับที่ความเป็นไปของบ้านเมืองต้องจับกันที่ตัวแทนดวงเมืองที่ราศีเมษที่มีพระอังคาร (3) จรเป็นตัวแทนหรือตนุลัคน์เป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องดูดาวจรอื่นๆ ประกอบกันมาทำมุมดี-ร้ายกับดวงเดิมด้วย

 ย้อนกลับไประหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม 2548-4 กุมภาพันธ์ 2549 ขณะที่ประเทศชาติกำลังวุ่นวายขายกระจาดด้วยสถานการณ์ภาคใต้ และการต่อต้านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีก่อตัวขึ้น เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้ว่าผู้เขียนพอมีความรู้ด้านโหราศาสตร์บ้าง พากันถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง

 ผู้เขียนก็ได้นำโฉลกของคัมภีร์พระอภิธรรมอรรถสาลินีของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ที่รวบรวมไว้โดยอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ผู้ล่วงลับ ถึงพระเคราะห์ใหญ่ที่โคจรวิปริตคือเดินผิดปกติแทนที่จะเดินหน้า กลับถอยหลัง (พักร) หรือเดินเร็วผิดปกติ (เสริด) หรือหยุดนิ่ง (มนฑ์) มาจับ

 โดยระยะนั้นพระอังคาร (3) ตัวแทนตนุลัคน์ดวงเมืองยกเข้าราศีเมษ ได้มาตรฐานเกษตราธิบดี แปลว่ามั่นคงแต่แทนที่จะอยู่เพียง 45 วัน กลับเดินผิดอยู่ในราศีเมษหลายเดือน ตั้งแต่ประมาณวันที่ 17 กรกฎาคม 2548-4 กุมภาพันธ์ 2549 ซึ่งคัมภีร์ทายไว้ว่า

 พระอังคารพักรในราศีเมษธนูสิงห์    สามสิ่งว่าร้ายหนักหนา
เป็นนิมิตรแก่แผ่นพระสุธา      จะแยกเป็นสองว่าน่าอัศจรรย์
จะเกิดลมพายุใหญ่วิปริต      จะเกิดไข้ทรพิษเป็นมหันต์
    มหาชนจะพินาศลงดาษครัน

 ช่วงนั้นใครๆ ที่ได้ฟังผู้เขียนท่องกลอนเป็นนกแก้วนกขุนทอง บางคนหัวเสียบอกพึ่งไม่ได้ท่องแต่กลอนไม่รู้เรื่อง บางคนก็คิดว่าจะเป็นเรื่องภาคใต้กระมังที่พยายามจะแยกดินแดนอยู่

 แต่ต่อมาเหตุการณ์ก็พิสูจน์เป็นจริงตามตำรายิ่งกว่าตาเห็นว่า เป็นเรื่องของหวัดนก ที่สัตว์ปีกเป็นแสนตัวรับเคราะห์ถูกฆ่าในลักษณะพินาศลงดาษครันแบบผิดปกติ บางตัวยังไม่ตายก็ถูกโยนในหลุม กลับไม่ใช่คนที่ตายเป็นเบือ

 และที่เกิดแผ่นดินแยกเป็นสองตามมาให้เป็นแผลในใจของคนไทยทุกวันนี้คือ เริ่มจากสีเหลือง าเป็นแดง เป็นหลักของความขัดแย้ง แซมด้วยน้ำเงิน โดยมีสีขาวพยายามดึงทุกฝ่ายให้มีสติ

 สำหรับปีนี้ (2553) พระอังคารที่เดินผิดปกติในราศีกรกฎ ธาตุน้ำระหว่างวันที่ 3 ตุลาคม 2552-28 พฤษภาคม 2553 ไม่น่าเป็นห่วงนัก เพราะไม่ใช่ราศีร้ายตามตำรา อาจจะเป็นเพียงอย่างที่ "โหรทรัพย์ สวนพลู" บอกไว้ในศาสตร์แห่งโหร ปี 2553 ที่พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชนคือ รัฐบาล (ตนุลัคน์) หรือทหารกองทัพรวมทั้งตำรวจ (พระอังคาร) จะไม่เข้มแข็ง อาการจะเหมือนนักกีฬาน้ำหนักเกินแล้วมีปัญหาเรื่องหัวเข่า ฯลฯ เพราะการเดินผิดปกติในราศีกรกฎเพราะถ้าจับโฉลกตามตำราเป็นแต่เพียงว่า

 “อังคารพักรมีศึกต่างเมืองมา” ซึ่งก็แม่นยิ่งกว่าตาเห็น เนื่องจากนายกรัฐมนตรีประเทศเพื่อนบ้านก่อศึกด้วยวาจาอย่างดุเดือดในระดับพอให้หงุดหงิดรำคาญใจ เพราะพฤหัสบดีเทพเทวาคุ้มครองดวงเมืองยังเข้มแข็งอยู่

 อย่างไรก็ตาม พระเสาร์ (7) ดาวโทษทุกข์ ตัวแทนรัฐบาล การบริหารราชการแผ่นดิน ที่ปัจจุบันสถิตในภพที่หกราศีกันย์ หรือภพอริดวงเมือง แม้ตามตำราจักรปนีบอกว่า ให้คุณกับประเทศชาติแต่เป็นไปชนิดที่รัฐบาลต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสตามลักษณะโทษทุกข์ กลับเดินผิดปกติ คือถอยหลังระหว่างวันที่ 18 มกราคม-23 พฤษภาคม 2553
ตามตำราพระเสาร์จะร้ายเมื่อเดินถอยหลังในสี่ราศีคือพฤษภ สิงห์ มีน และธนูตามโฉลก

 “พระเสาร์แลอังคารท่านภิปราย  พักรในราศีร้ายจำเพาะมี
คือพฤษภ สิงห์ มีน ธนู   พักร์ ว่าร้ายนักทำนายไว้สี่ราศี
จะเกิดความฉิบหายวายชีวี    พระธรณีจะดูดกินซึ่งเลือดคน”

 เมื่อพระเสาร์เดินถอยหลังในราศีกันย์ซึ่งไม่ใช่สี่ราศีดังกล่าว พระธรณีจะดูดกินซึ่งเลือดคน คาดว่าจะเป็นเพียงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงเจาะเลือดเพื่อเทราดเป็นสัญลักษณ์หน้าทำเนียบรัฐบาล หน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหน้าบ้านนายกรัฐมนตรีที่สุขุมวิท

 และถ้ามองในแง่ดี การกระทำดังกล่าวเจ็บเพียงเจาะเลือดอาจจะช่วยล้างอาถรรพณ์ห้เกิดเหตุดักหน้า ดีกว่าคนไทยต้องเสียเลือดเสียเนื้อจริงๆ

 อีกทั้งขณะนี้-26 เมษายน 2553 พฤหัสบดี (5 เทพเทวาคุ้มครองดวงเมืองเข้มแข็งยิ่งนัก เพราะสถิตในภพที่สิบเอ็ด เป็นโชคลาภคุ้มครองดวงเมืองแม้การเผชิญหน้าใดๆ ของคนในประเทศจะดูดุเดือดเลือดพล่านตามเรือนราหู คือราศีกุมภ์ ที่พฤหัสบดีจรสถิตอยู่ แต่ในที่สุดคนส่วนใหญ่จะยับยั้งชั่งใจไปตามลักษณะการของพฤหัสบดีที่ทรงศีลและธรรม

 ขอให้คนไทยทั้งประเทศยึดพฤหัสบดี คือหลวงพ่อสติเป็นที่ตั้ง หากไม่สบายใจจริงๆ ก็สวดมนต์เพื่อเสริมพลังให้พระสยามเทวาธิราชเข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อคุ้มครองชะตาเมืองด้วยเถิด...