ข่าว

เปิดราบ11เยี่ยมครัวทหาร-บ้านเฮี้ยน!

เปิดราบ11เยี่ยมครัวทหาร-บ้านเฮี้ยน!

18 มี.ค. 2553

ในช่วงตั้งแต่ก่อนที่ทัพเสื้อแดงจะยกมาประชิดเมือง หน่วยข่าวกรองก็ได้กลิ่นข่าวการลอบสังหาร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบฉับพลัน

 ฉะนั้นมาตรการรักษาความปลอดภัยนายกฯ จึงต้องเพิ่มดีกรีให้เข้มข้นถึงขีดสุด โดยทีม รปภ.ได้พานายกฯ เข้ามาพักที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของ ศอ.รส. ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา

 โดยมีทีม รปภ.คุมเข้มนายกฯ ถึงขีดสุดยิ่งกว่าไข่ในหิน ก่อนหน้าที่ทัพแดงจะเคลื่อนบุกกรุงถึง 3 วัน!!

 การจัดเตรียมบ้านพักนายกฯ ภายในราบ 11 เป็นหน้าที่ของ พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ. ร.11 รอ. โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งได้จัดกำลังจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี มาอารักขาเป็นพิเศษ

 โดยมี พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นผู้บังคับบัญชากำลัง มีการจัดกำลังจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) กรมสรรพาวุธทหารบก คอยเป็นเกราะทองแดงกำแพงเหล็กให้

 การเลือกใช้กำลังจาก พล.2 รอ.มาคุมเข้มบ้านนายกฯ แสดงให้เห็นถึงมาตรการ รปภ.ขั้นสูงสุด เนื่องจาก พล.อ.อนุพงษ์ มีเส้นทางรับราชการใน พล.2 รอ. มายาวนานตั้งแต่ ผบ.พัน-ผบ.พล

 ดังนั้นการเลือกใช้ "ลูกน้องเก่า" ของตัวเองที่ถือว่ารู้ใจ และไว้ใจได้กว่าใคร แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถัน และเข้มงวดเรื่องการรักษาความปลอดภัยในตัวนายกฯ เป็นพิเศษของ พล.อ.อนุพงษ์

 สำหรับบ้านพักของนายกฯ ใน ร.11 รอ. เป็นบ้านพักรับรองเก่าของ พล.อ.ประมณฑ์ ผลาสินธุ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เมื่อปี 2538-2539

 ทว่า พล.อ.ประมณฑ์ อยู่ได้เพียง 6 เดือนก็ย้ายออกไป ก่อนจะให้ พล.อ.พัฑฒะนะ พุทธานานนท์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบก ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็น "น้องรัก" ของ พล.อ.ประมณฑ์

 แต่ต่อมาไม่นานบ้านหลังดังกล่าวก็มีต้องร้างไปอีก เนื่องจากภรรยาของ พล.อ.พัฑฒะนะ เสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุ หลังจากนั้น พล.อ.พัฑฒะนะ จึงได้ย้ายออกไป

 จากนั้นบ้านหลังดังกล่าวก็ "ร้าง" ไปนาน แต่ก็ยังมีกำลังพลทำความสะอาดอยู่ทุกวัน กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน พล.อ.มนตรี ชมภูจันทร์ อดีตเสนาธิการทหารบก ที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้ไปตกแต่งบ้านหลังดังกล่าวเพื่อที่จะเข้าไปอยู่

 แต่หลังจากที่ได้ตกแต่งภายในไปได้ระยะหนึ่งก็ไม่กล้าเข้าไปพักอยู่ เนื่องจากมีเสียงร่ำลือกันว่า “บ้านนี้มีอาถรรพณ์” เพราะมีเสียงร่ำลือกันว่าภรรยาของ พล.อ.พัฑฒะนะ รักและผูกพันกับบ้านหลังนี้มาก

 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเสียงร่ำลือถึงความ "เฮี้ยน" ของบ้านหลังนี้เพียงใด แต่ขุนทัพก็เปิดบ้านในราบ 11 ให้นายกฯ อภิสิทธิ์พักไปแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวนายกฯ เองล่วงรู้ถึงกิตติศัพท์ของบ้านหลังนี้มาก่อนหรือไม่

 แต่ถ้าลืมๆ เรื่องความเฮี้ยนไปแล้ว บ้านหลังนี้ก็นับว่าโอ่โถง และน่าอยู่มากทีเดียว โดยในบ้านมีห้องนอนขนาดใหญ่ถึง 3 ห้องนอน ห้องแรกเป็นห้องของนายกฯ ห้องที่สอง เป็นของ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ วอลล์เปเปอร์นายกฯ ห้องที่สาม เป็นห้องของ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ ส่วน นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พักอยู่ห้องด้านล่าง

 ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. พักอยู่ที่บ้านพักอีกหลังหนึ่ง ใกล้กับบ้านนายกฯ และบ้านพักของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก

 นายสุเทพ พักอยู่ร่วมชายคาเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ท่ามกลางชุด รปภ.พร้อมอาวุธเต็มอัตราศึก

 ส่วนที่กังวลว่า เหล่าซูเปอร์วีไอพีและทหารหลายกองพันในราบ 11 จะมีที่ฝากท้องหรือไม่ก็หายห่วงได้ เพราะร้านค้าในค่ายมีเพียบ ทั้งยังมีครัวของกองทัพบก คือ “รถครัวสนาม” ของกรมพลาธิการทหารบก ที่มีกำลังพล 34 ชีวิตคอยบริการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

 พ.อ.ปุญชรัสมิ์ มีพร้า รองผู้อำนวยการกองเกียกกาย กรมพลาธิการทหารบก บอกว่า ใน ร.11 รอ. มีรถครัวสนามถึง 2 คันที่ทำข้าวกล่องได้มากถึงมื้อละ 1,200-1,400 กล่อง

 คำนวณคร่าวๆ วันหนึ่งมี 3 มื้อ ทหารพลาธิการเพียงหยิบมือต้องเข้าครัวมือระวิงเพื่อทำข้าวกล่องถึง 3,600-4,200 กล่อง

 รถครัวสนามสามารถทำอาหารได้สารพัดเมนู ทั้งต้ม-ผัด-แกง-ทอด ซึ่งแต่ละคันสามารถเลี้ยงทหารได้เป็นกองพัน โดยมี พล.ท.ทวี แจ่มจำรัส เจ้ากรมพลาธิการทหารบก คอยควบคุมคุณภาพอาหาร

 ภารกิจของกำลังพลประจำรถครัวสนาม จะต้องปฏิบัติภารกิจได้ทุกสถานการณ์ ทั้งในสนามรบ หรือกระทั่งการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

 ผลงานของรถครัวสนามเคยสร้างชื่อมาแล้วในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ เช่น เหตุการณ์สึนามิที่ จ.พังงา ซึ่งต้องทำข้าวกล่องไม่ต่ำกว่าวันละ 1 หมื่นกล่อง หรือคราวที่น้ำท่วมดินถล่มที่ จ.อุตรดิตถ์

 "ภารกิจช่วยเหลือประชาชนเป็นหน้าที่หลักของเรา เพราะเงินภาษีของประชาชนที่จ่ายมาก็จะต้องย้อนกลับไปหาประชาชน ถือว่ากองทัพได้ทดแทนบุญคุณของประชาชน” พ.อ.ปุญชรัสมิ์ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

ปัญญา ทิ้วสังวาลย์