
'โกดัง'...หลักฐานฟ้อง'ม็อบแดง'หมิ่นฯ
ในระหว่างที่บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นเวทีปราศรัย ทั้งที่เวทีใหญ่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ หรือขณะเคลื่อนขบวนไปกดดันรัฐบาลตามสถานที่ต่างๆ อีกด้านหนึ่งพนักงานสอบสวนชุดใหญ่ก็ทำหน้าที่จดบันทึกข้อความที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมายอยู่ที่ศูนย์ปฏ
ศปก.บช.น.ใช้ห้องประชุมใหญ่ชั้น 2 บช.น.เป็นศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว มีเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายเข้ามาทำหน้าที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ รองผู้บัญชาการเหตุการณ์ ทีมสืบสวน ทีมหาข่าว ทีมเจรจาต่อรอง ทีมประเมินสถานการณ์ และทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ โดยที่นี่จะเป็นแม่ข่ายหลักรองรับข้อมูลจากบรรดาชุดสืบสวน ที่ปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ส่งภาพถ่าย เสียงปราศรัย ฯลฯ อยู่ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ท้องสนามหลวง สะพานผ่านฟ้าลีลาศ หน้าบ้านนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีพนักงานสอบสวนอีกชุดทำหน้าที่นั่งมอนิเตอร์อยู่หน้าจอทีวีพีเพิลแชนแนล ทีวีของกลุ่มคนเสื้อแดง เฝ้าดูและจดบันทึกการปราศรัยของแกนนำตลอดเวลา หากข้อความใดที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทก็จะจดบันทึกสั้นๆ เช่น วันที่ เดือน ปี เวลา และข้อความหมิ่นประมาทใคร พูดทำนองไหน เป็นข้อมูลคร่าวๆ เอาไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดในภายหลัง เพื่อไม่ให้พลาดการปราศรัยในช่วงต่อๆ ไป
หลักๆ แล้วการทำหน้าที่บันทึกและวิเคราะห์นี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือมอนิเตอร์ผ่านจอทีวี กับอีกชุดทำหน้าที่บันทึกและวิเคราะห์จากกล้องวิดีโอของชุดสืบสวน จากนั้นจะนำมาประเมินสถานการณ์ หากสถานการณ์ใดหมิ่นเหม่ที่จะเกิดความรุนแรงก็จะหาแนวทางเจรจาต่อรอง เป็นต้น
ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นมา พนักงานสอบสวนที่เฝ้าฟังการปราศรัยชุดแล้วชุดเล่าที่หมุนเวียนกันมาทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง พบว่าส่วนใหญ่เป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับส่วนตัวแทบทั้งสิ้น
"เท่าที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า ส่วนใหญ่ผู้ปราศรัยได้กล่าวพาดพิงในลักษณะหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ผู้ถูกพาดพิงมีอยู่หลายท่าน ประชาชนก็คงจะรู้ๆ กันอยู่ว่ามีใครถูกพาดพิงบ้าง เราจะเก็บบันทึกไว้ หากผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในภายหลัง ฐานทำให้เสียชื่อเสียง เทปบันทึกเสียงและภาพเหล่านี้จะเป็นหลักฐานหนึ่งที่จะนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง" พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.กล่าว
หรือในกรณีที่ผู้เสียหายไปร้องทุกข์ต่อศาลหรือฟ้องร้องต่อศาลเอง หากหลักฐานที่มีอยู่ไม่ครบแล้วทำเรื่องเสนอผู้พิพากษาขอหลักฐานจากตำรวจก็สามารถกระทำได้ด้วยเช่นกัน
ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 11 ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง หมวด 3 ความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 326 สรุปได้ว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้นั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง ผู้นั้นทำผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนมาตรา 328 ระบุว่า ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพ หรือตัวอักษร ที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ แผ่นเสียงหรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำการโดยการกระจายเสียงหรือกระจายภาพ หรือกระทำการโดยป่าวประกาศโดยวิธีอื่น ผู้กระทำจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
แต่ความผิดนี้สามารถยอมความได้
อย่างไรก็ดีแม้ว่าในชั้นนี้การชุมนุมกดดันรัฐบาลของกลุ่มเสื้อแดง จะใช้วิธีเคลื่อนตัวไปกดดันตามสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์อำนาจของรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อการจราจรอันมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และการเทเลือดจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข และอื่นๆ ซึ่งตำรวจมองว่าเป็นความผิดเล็กน้อย เนื่องจากผู้ชุมนุมมีสิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ และลดการเผชิญหน้านำมาสู่การปะทะจึงปล่อยให้การชุมนุมดำเนินต่อไป
"ฝ่ายสอบสวนจะดำเนินการในส่วนของความผิดส่วนตัว คือ เก็บหลักฐานไว้ และการกระทำที่มีโทษทางอาญา เช่น การยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนก่อความไม่สงบ เหมือนกับกรณีของอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หนึ่งในแกนนำที่ยุยงให้คนเผาบ้านเผาเมือง ทำร้ายนายกรัฐมนตรี เหล่านี้จะถูกเก็บไว้เป็นข้อมูลดำเนินการในภายหลัง" หนึ่งในชุดพนักงานสอบสวน กล่าว
บรรยากาศใน ศปก.บช.น.เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ ทีวี ทุกคนสาละวนอยู่กับงานของตัวเอง จดบันทึกและแกะเทปอัดเสียงม้วนแล้วม้วนเล่า หนึ่งในพนักงานสอบสวน ยอมรับอย่างไม่อายว่า "ฟังไปนานๆ บางทีก็น่าเบื่อ"
เขา ขยายความว่า เพราะส่วนใหญ่เป็นความผิดส่วนตัว ตำรวจไม่มีสิทธิไปกล่าวหา เว้นแต่ผู้เสียหายจะแจ้งความเอง ส่วนความผิดเกี่ยวกับกฎหมายอาญาแผ่นดินยังไม่ค่อยพบ
"นั่งฟังอยู่อย่างนี้แหละ ถึงเวลาก็กลับบ้านไปพัก แล้วก็กลับมาทำใหม่ ไม่รู้จะจบเมื่อไร ?" เขาตั้งคำถามเอากับตัวเอง



