
นายกฯเบรกเพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือกพาณิชย์หาช่องทางใหม่-เกษตรฯ เล็งใช้ก.ม.คุมปลูกข้าว
นายกฯ สั่งทบทวนเพิ่มค่าชดเชยรับซื้อข้าวเปลือกตันละ 200 บาท มองไม่เป็นตามนโยบายประกันรายได้ มอบหมายปลัดพาณิชย์หาช่องทางใหม่แก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ด้านกระทรวงเกษตรฯ เล็งงัดกฎหมายคุมชาวนาปลูกข้าวนาปรัง ห่วงน้ำไม่เพียงพอ
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้สั่งทบทวนกรณีที่คณะอนุกรรมการระบายข้าวให้เพิ่มค่าชดเชยการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรอีกตันละ 200 บาท เพื่อให้เกษตรกรขายข้าวได้ราคาสูงขึ้น เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นไปตามนโยบายประกันรายได้ แต่กลับไปเหมือนโครงการรับจำนำที่ดำเนินการมาให้อดีต
"ได้มอบหมายให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ไปหาแนวทางใหม่เพื่อมาแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศไปจัดทำแผนการโรดโชว์ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในตลาดต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าเจรจาขายข้าวให้ประเทศที่สนใจ โดยจะแบ่งกับรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจในการออกโรดโชว์ยังต่างประเทศ เพื่อทำตลาดการค้าข้าวไทยร่วมกันต่อไป" นางพรทิวากล่าว
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แม้จะมีการรณรงค์ให้เกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้ผล โดยเกษตรกรยอมเสี่ยงปลูกข้าว เพราะหวังจะได้ผลผลิตไปขายในช่วงที่ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่ปริมาตรน้ำลุ่มเจ้าพระยาอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงมาก จึงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจและแก้ไม่ตก ดังนั้น ได้สั่งให้ฝ่ายนักกฎหมายของกระทรวงเกษตรฯ ไปคิดหาแนวทาง ซึ่งอาจจะถึงขั้นออกกฎหมายมาบังคับใช้ นอกจากเหนือจากปัจจุบันที่ใช้มาตรการจูงใจ และการขอความร่วมมือ แต่ไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ ส่วนกฎหมายที่จะมาบังคับใช้จะต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน
ขณะเดียวกันคณะกรรมการจัดระบบการปลูกข้าวใหม่ ที่มีนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำระบบการปลูกข้าวใหม่อยู่ ซึ่งจะให้ปลูกข้าวปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ช่วงเวลาที่ว่างจะให้ปลูกพืชชนิดอื่นที่เหมาะสมแทน เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอาจจะใช้ระบบใหม่นี้ได้ในปี 2554
สำหรับสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณ 45,032 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 61% น้อยกว่าปี 2552 จำนวน 4,006 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 5% ขณะนี้ยังพบว่าหลายพื้นที่มีการปลูกข้าวนาปรังเกินกว่าเป้าหมาย โดยตั้งเป้าไว้ 9.5 ล้านไร่ แต่ปลูกจริงขณะนี้ 13.1 ล้านไร่ โดยเฉพาะในลุ่มเจ้าพระยาตั้งเป้า 6 ล้านไร่ มีการปลูกจริง 8.5 ล้านไร่ เกินกว่าเป้าหมาย 2.5 ล้านไร่ ในส่วนของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ได้วางแผนไว้ว่าช่วงสิ้นเดือนเมษายนนี้จะเก็บน้ำไว้ใช้ 1,700 ล้านลูกบาศก์เมตร
.



