
ทุนอินเดียเลื่อนลงทุนผลิตล้อยางรถรอการเมืองคลี่คลาย-บีโอไอเชื่อต่างชาติเข้าใจ
ทุนอินเดียชะลอลงทุนผลิตยางล้อรถยนต์ในไทย รอสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย บีโอไอมั่นใจปีนี้ยอดขอส่งเสริมไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้าน ระบุต่างชาติยังเชื่อมั่นและเข้าใจ มองเหตุการณ์ไม่ยืดเยื้อ กระทบแค่จิตวิทยาการลงทุน
นางอรรชกา ศรีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงุทน (บีโอไอ) กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ทำให้นักลงทุนจากอินเดียที่เตรียมเข้ามาลงทุนผลิตยางล้อรถยนต์ในช่วงเดือนมีนาคม 2553 ชะลอโครงการไว้ก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ แต่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย กลุ่มนักลงทุนจากอินเดียจะเข้ามาลงทุนตามปกติ
"แม้สถานการณ์การเมืองของไทยจะร้อนแรง แต่นักลงทุนต่างประเทศยังเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์จะไม่ยืดเยื้อและกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจการเมืองไทย เท่าที่สำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนพบว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร แต่นักลงทุนต่างชาติยังมองว่าไทยมีศักยภาพการลงทุน แต่อาจจะมีบางช่วงกระทบจิตวิทยาการลงทุนบ้าง" นางอรรชกากล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบีโอไอได้ส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีถึง 7.2 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ 4 แสนล้านบาท และจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ก็เชื่อมั่นว่าในปีนี้การขอบีโอไอจะไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท โดยบีโอไอได้จัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศมากกว่า 150 กิจกรรม ซึ่งสัปดาห์หน้าจะนำคณะไปร่วมงานมหกรรมยานยนต์ที่อินโดนีเซีย เพื่อสอบถามว่าอินโดนีเซียมีความสนใจสั่งซื้ออุปกรณ์ยานยนต์จากไทยหรือไม่
นอกจากนี้ บีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมการขับเคลื่อนเอสเอ็มอีไทยสู่นวัตกรรมใหม่ที่ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในการเพิ่มการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีไทยในประเภทต่างๆ ให้แข็งแกร่งเป็นไปตามโครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันและการลงทุนภาค อุตสาหกรรม และบีโอไอได้คัดเลือกเอสเอ็มอีไทยที่มีศักยภาพประมาณ 13 ราย ที่จะส่งเสริมให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
ด้านนายวรวุฒิ เวสารัชกิจ ผู้บริหารทีมนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยไตรมาส 4 ปี 2552 ขยายตัว 5.8% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การส่งออกไทยขยายตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนจะฟื้นตัวในอัตราเร่งได้หรือไม่ ต้องติดตามการแก้ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดและปัญหาเสถียรภาพการเมือง การลงทุนภาคเอกชนช่วงที่ผ่านมายังไม่ขยายตัวดีนัก เพราะผู้ประกอบการยังไม่มั่นใจในความต้องการสินค้าว่าฟื้นตัวจริงหรือไม่ รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ส่วนเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากการว่างงานในสหรัฐและอียูที่ยังสูง



