
ปล้นสะท้านโลกฉกยา2พันกว่าล้านคาดนำไปปล่อยในตลาดมืด
ฮาร์ทฟอร์ด-หัวขโมยเลียนแบบหนังฮอลลีวู้ด บุกโกดังขโมยยามูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาทไปขายในตลาดมืด
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันพุธ (17 มี.ค.) ว่าเกิดคดีโจรกรรมปล้นสะท้านโลกแบบหนังฮอลลีวู้ดขึ้นที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐ แต่คราวนี้ของที่ถูกโจรกรรมไม่ใช่เพชร ทองคำแท่ง หรืองานศิลปะมูลค่ามหาศาล แต่เป็นยาหลายขนานรวมมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 2,300 ล้านบาท) ซึ่งถูกเก็บเอาไว้ที่โกดังแห่งหนึ่ง คาดว่ายาเหล่านี้จะถูกนำออกไปขายในตลาดมืด หรือในต่างประเทศต่อไป
รายงานข่าวระบุว่า หัวขโมยได้เจาะหลังคาโกดังที่ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมเอนฟิลด์ ซึ่งอยู่ครึ่งทางระหว่างเมืองฮาร์ทฟอร์ด และเมืองสปริงฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์เป็นรู ก่อนจะไต่ลงไปข้างในแล้วกวาดเอายาของเอลี ลิลลี แอนด์ โค บริษัทเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐไป โดยยาเม็ดที่ถูกขโมยไปเหล่านี้มีปริมาณมากพอที่จะบรรจุลงในรถพ่วงได้ 1 คันรถเลยทีเดียว
ขโมยกลุ่มนี้เลือกทำการตอนช่วงรุ่งสางของวันอาทิตย์ซึ่งเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เมื่อหย่อนตัวลงไปในโกดังได้แล้ว หัวขโมยก็ปิดสัญญาณเตือนภัย ก่อนจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงในการขนยาไปใส่รถคันหนึ่งที่จอดรออยู่ด้านนอก
คาร์ล สเฟอร์ราซซา ผู้บัญชาการตำรวจเมืองเอนฟิลด์ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ปรากฏแสดงให้เห็นว่ามีคนหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นโจรกรรมที่มีการวางแผนประสานงานกันมาเป็นอย่างดีมาก แน่ใจได้เลยว่านี่ไม่ใช่การย่องเข้าไปโจรกรรมตามบ้านโดยทั่วไปอย่างแน่นอน
ตำรวจเอนฟิลด์ไม่ได้เปิดเผยว่าโกดังแห่งนี้ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้หรือไม่ และมีการเรียกตัวพนักงานไปสอบสวนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือ ตัวตึกไม่มีรั้วกั้น และมีการเรียกหน่วยสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เข้ามาดูแลคดีแล้ว
ที่ผ่านมาเคยมีการบุกเข้าไปขโมยยาตามโกดังมาบ้างเหมือนกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุโจรกรรมทางเวชภัณฑ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว โดยนายอีริก กอร์กอน ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนบอกว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานแบบเดียวกับเหตุโจรกรรมเงินอันโด่งดังในเมืองบอสตันเมื่อปี 2493 ที่เรียกกันว่า "โจรกรรมบริงค์"
เอ็ดเวิร์ด เซจบีล โฆษกบริษัทเอลี ลิลลี กล่าวว่า มูลค่ายาที่ถูกโจรกรรมไปในครั้งนี้อยู่ที่ 75 ล้านดอลลาร์ มียาโปรแซค และยาซิมบัลตาซึ่งเป็นยารักษาโรคซึมเศร้า และยาไซพรีซาซึ่งเป็นยารักษาโรคจิตรวมอยู่ด้วย แต่ไม่มียาเสพติดหรือยาแก้ปวดอยู่ในโกดังแห่งนี้
แดน เบอร์เกส ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรองของฟรีทวอทช์ อินเตอร์เนชันแนล บริษัทรักษาความปลอดภัยในเทกซัส กล่าวว่า หัวขโมยกลุ่มนี้น่าจะมีผู้รับซื้อคอยอยู่แล้ว โดยอาจจะเป็นพวกขายยาออนไลน์ คนในอเมริกาใต้หรือเอเชียซึ่งกฎระเบียบควบคุมการขายยาค่อนข้างหละหลวม โดยเขาไม่เชื่อว่ายาเหล่านี้จะถูกนำไปขายตามโรงพยาบาล หรือร้านขายยาท้องถิ่น เพราะร้านค้าพวกนี้ไม่ยอมเสี่ยงแน่นอน



