ข่าว

 คุณค่าหลังความตาย

คุณค่าหลังความตาย

18 มี.ค. 2553

กว่าผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล จะเล็งเห็นคุณค่าและความดีของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตและความตาย

 มีคนพูดกันมากว่า ใครกันแน่คือคนที่พรากดวงวิญญาณไปจากผู้กำกับเพียรและครอบครัว

 มีคนตั้งคำถามกันมากว่า ถ้าวันนั้นผู้บังคับบัญชาเล็งเห็นคุณค่าผู้กำกับเพียร จะมีวันนี้หรือไม่

 คำตอบที่ได้โหดร้ายกว่านั้น คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเลวร้ายไม่ต่างอะไรกับโจรใต้ที่กดระเบิด !?!

 วงการตำรวจมักเป็นเช่นนี้เสมอ

 คนทำดีมากมายไม่ได้ดี คนได้ดีมากหลายไม่เคยทำงาน

 เกือบ 40 ปีในอายุราชการตำรวจ ตั้งแต่เป็นจ่าเพียรจนครองยศ พ.ต.อ. เป็นผู้กำกับเพียร ไม่มีส่วนไหนของชายชาตินักรบที่ไม่ใช่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

 ทุกอณูในร่างกาย ทุกส่วนของจิตใจ และความนึกคิด คำนึงถึงแต่ชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

 ไม่เคยนึกถึงตัวเอง แม้แต่ครอบครัวก็ยังเป็นสองรองจากชาติ

 คำอธิบายของนายตำรวจระดับสูงที่ดาหน้าออกมาพูดถึงการเยียวยาข้อผิดพลาด ฟังไม่ต่างอะไรกับข้อแก้ตัว

 ความช่วยเหลือมักมาช้าเสมอ

 ในวันที่ความสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว ใครคนนั้นไม่ต้องการยศถาบรรดาศักดิ์และการเลื่อนขั้น

 ไม่มีใครต้องการเงินบำเหน็จบำนาญที่ไม่ได้ใช้

 ไม่ต้องการแม้แต่การเชิดชูเกียรติในวันที่พวกเขาไม่ได้รับรู้และร่วมชื่นชม

 คนที่ทุ่มเท เสียสละ หยาดเหงื่อและน้ำตา สมควรจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่าควรคู่กัน

 จ่าเพียรจะเป็นบันทึกหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์ตำรวจไทย

 ทั้งเรื่องชีวิตการงานและจิตวิญญาณตำรวจ

 ส่วนผู้กำกับเพียรจะเป็นอีกบันทึกของความไม่เป็นธรรมในวงการสีกากี

 บาดแผลและอาการบาดเจ็บจากการถูกลอบยิงและระเบิด ไม่เจ็บปวดเท่ากับได้รับรู้ว่า "นายไม่ให้คุณค่า"

 กว่าจะมองเห็นและใส่ใจก็เป็นวันที่สายเกินไปยากกลับคืน

 "คงอยากจะทำเรื่องขอพระราชทานยศ พล.ต.อ.ให้ผมตอนตายแล้วมากกว่า"

 ใช่แล้ว ! ความผิดพลาดนี้ แม้แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ก็มากเกินกว่าจะรับผิดชอบ

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]