
ในหลวงรับสั่งพล.ต.อ.สมเพียรยอดตร.
สมเด็จพระบรมฯ เสด็จฯแทนพระองค์พระราชทานเพลิงศพ พล.ต.อ.สมเพียร ครอบครัวซาบซึ้ง ทรงเผย "ในหลวง-พระราชินี" มีรับสั่ง พล.ต.อ.สมเพียรเป็นยอดตำรวจ เป็นนักรบที่แท้จริง" ชาวยะลาแห่ไว้อาลัยแน่วัด รัฐ-เอกชนแจกหนังสือตำนานจ่าเพียรเป็นที่ระลึก 5,000 เล่ม คนร้ายยังเห
เมื่อเวลา 13.47 น. วันที่ 17 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ณ วัดคลองเปล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ และประชาชนร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพจำนวนมาก
ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวของ พล.ต.อ.สมเพียร ได้แก่ นางพิมพ์ชนา ภูวพงษ์พิทักษ์ ภรรยา และลูกๆ ทั้ง 4 คน คือ นายจีรพัชร์ ภูวพงษ์พิทักษ์ ส.ต.ต.เสรฐวุฒิ ภูวพงษ์พิทักษ์ นายรัฐวิทย์ ภูวพงษ์พิทักษ์ และ ส.ต.ท.โรจนินทร์ ภูวพงษ์พิทักษ์ เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจแก่ครอบครัว และยกย่องการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.อ.สมเพียร ที่เสียสละเพื่อแผ่นดิน
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จำนวน 2 ราย คือ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา เป็น พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม และ ด.ต.โสภณ อินทรบวร เป็น พ.ต.อ.โสภณ ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ โดยพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) แก่ พล.ต.อ.สมเพียร และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.) แก่ พ.ต.อ.โสภณ
นางพิมพ์ชนากล่าวภายหลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพว่า แม้จะเสียใจที่ต้องสูญเสียสามี ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ภาคภูมิใจ ในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จนไม่สามารถที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำรัสว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใย และทราบว่า พล.ต.อ.สมเพียรเสียชีวิตด้วยความเสียสละ กล้าหาญ มีพระราชกระแสรับสั่งชมเชยว่า พล.ต.อ.สมเพียรเป็นยอดตำรวจ เป็นนักรบที่แท้จริง ทำหน้าที่เพื่อแผ่นดินและประเทศชาติ และพระราชทานของที่ระลึก ซึ่งเป็นกล่องสวยงาม ทำให้ตื้นตันใจ และจะเก็บเอาไว้เป็นมิ่งมงคลแก่วงศ์ตระกูลภูวพงษ์พิทักษ์ นอกจากนี้ยังมีพระราชดำรัสถามถึงความเป็นอยู่ และการทำงานของลูกชายทั้งสี่คน
“นับเป็นสิ่งที่หาที่สุดมิได้แล้วสำหรับครอบครัวเรา เพราะสิ่งที่พี่เพียรทำเอาไว้เป็นสิ่งดีงาม แม้กระทั่งพระบรมวงศานุวงศ์ยังทรงชมเชยถึงคุณงามความดี โดยเฉพาะสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่มีรับสั่งหน้าศพว่า 'ผู้กำกับเพียรเป็นนักรบอย่างแท้จริง' เป็นเสียงที่ยังดังก้องอยู่ในหูและฝังลึกในใจ” นางพิมพ์ชนา กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า
นางพิมพ์ชนากล่าวอีกว่า หลังจาก ผกก.สมเพียรเสียชีวิต นอนได้เพียงวันละ 1 ชั่วโมง ไม่สามารถข่มตานอนได้ แต่ก็ยังมีความภาคภูมิใจในความเสียใจ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และหวังว่า การเสียชีวิตของ พล.ต.อ.สมเพียร จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในน้ำ เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ด้านนายรัฐวิทย์ ภูวพงษ์พิทักษ์ บุตรชายคนที่ 3 กล่าวว่า โอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ด้วยผลงานของพ่อที่เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะที่พระองค์ท่านมีพระราชดำรัสถึง พล.ต.อ.สมเพียรว่า ทรงติดตามเรื่องราวและทรงอ่านประวัติในหนังสือที่ระลึก พร้อมทั้งมีพระราชกระแสชมเชยว่าเป็นยอดตำรวจ และหากมีความประสงค์ใดให้ประสานและติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้
“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้สำหรับครอบครัวเอกสมญา และซาบซึ้งที่พระองค์ท่านทรงติดตามเรื่องราวของพ่อและมีรับสั่งชมเชยพ่อว่าเป็นยอดตำรวจ ผมจะขอเดินตามกรอบความดีที่พ่อทำเอาไว้” นายรัฐวิทย์ กล่าวพร้อมปาดน้ำตา
นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวว่า ภาครัฐและเอกชนใน จ.ยะลา ต่างรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของ พล.ต.อ.สมเพียร เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รู้จักสนิทสนมและเคยร่วมงานกันมาก่อน ที่สำคัญคือเป็นนายตำรวจที่ประพฤติตัวดีและเป็นผู้เสียสละเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง หน่วยงานทุกภาคส่วนใน จ.ยะลา พร้อมใจกันสนับสนุนงบประมาณร่วมกับ ศอ.บต. จัดทำหนังสือ “จ่าเพียร ตำนานนักรบ นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด” เพื่อเป็นที่ระลึกจำนวน 5,000 เล่ม แจกให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพด้วย
นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวว่า พล.ต.อ.สมเพียรมีความผูกพันกับ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการตำรวจ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จนกระทั่งเสียชีวิต จากคุณูปการของ พล.ต.อ.สมเพียร เทศบาลนครยะลาพร้อมจะมีส่วนร่วมในเรื่องการสร้างอนุสาวรีย์ให้เป็นเครื่องเตือนใจในการกระทำความดี โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจว่าคนทำดีต้องได้ดี นอกจากนั้นยังเห็นว่า ประสบการณ์ของ พล.ต.อ.สมเพียร ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ที่ใช้ชีวิตอยู่ใน 3 จังหวัด มีความเข้าใจ มียุทธวิธี มีกลยุทธ์ต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาต่อสู้กับความไม่สงบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติน่าจะมีการถอดบทเรียนการต่อสู้ ซึ่งอาจจะสร้างเป็นห้องเกียรติยศ ภายในห้องจะมีการบรรจุเรื่องราว ยุทธวิธีการทำงาน เป็นห้องที่ใช้เรียนรู้ศึกษาเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่
“ขณะนี้ทางเทศบาลจะทำหนังสือไปยังผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) เพื่อหวังให้ ศชต.เป็นผู้นำในการดำเนินการ แต่หาก ศชต.ไม่ทำ เชื่อว่าในส่วนของประชาชน เอกชนในพื้นที่ มูลนิธิต่างๆ ก็จะร่วมกันริเริ่มขึ้นมา แล้วเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วม ซึ่งเชื่อว่าในวันนี้ความรู้สึกของพี่น้องทั้งประเทศก็ไม่ได้มีความแตกต่างกัน เราคงจะร่วมกันสร้างอนุสาวรียสถานเป็นความรำลึกให้แก่จ่าเพียรของพวกเรา” นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าว
ส.ต.ต.มาโนทย์ บุญประคม ผู้บังคับหมู่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษบันนังสตา กล่าวว่า แนวความคิดที่จะจัดสร้างอนุสาวรีย์เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้เป็นตัวอย่างของการทำงานให้แก่ตำรวจในพื้นที่ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมเพียรทำงานเพื่อประชาชนด้วยความทุ่มเท หากเป็นไปได้ก็อยากจะให้สร้างอนุสาวรีย์ที่ สภ.บันนังสตา เพื่อให้ทุกคนได้ระลึกถึงตลอดไป
ร.ต.ท.บรินทร์ ใจอุตม์ รองสารวัตรหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้ เพราะ พล.ต.อ.สมเพียร เป็นตัวอย่างของตำรวจในการมุมานะ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ทุ่มเทในการทำงาน จะได้เตือนสติตำรวจรุ่นหลังให้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยังวัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา เคารพศพ พ.ต.อ.โสภณ อินทรบวร อายุ 41 ปี ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.บันนังสตา ที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดส่งผลให้ พล.ต.อ.สมเพียร และ พ.ต.อ.โสภณ เสียชีวิต รวม 2 นาย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยนายชวนได้มอบเงินช่วยเหลือแก่นางจิตต์ อินทรบวร ภรรยาของผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งด้วย
นายชวนกล่าวว่า เคยพูดถึงความผิดพลาดของรัฐบาลทักษิณเมื่อปี 2544 เรื่องโจรกระจอก คือที่มาของสาเหตุทั้งหมดในวันนี้ของพี่น้องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ไม่อยากจะพูดถึงอีก และไม่อยากที่จะย้อนกลับไปอีก ก็ได้แต่ขอแสดงความเสียใจต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ที่ต้องสูญเสียชีวิตทุกสาขาอาชีพ
ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ภาคใต้ในอดีตต้องยอมรับว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้ามาแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของพสกนิกรของพระองค์กว่า 40 ปี จนประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข มีพื้นที่ทำมาหากินและทำการเกษตรอย่างอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งรัฐบาลทักษิณเข้ามาและไม่ให้ความสำคัญต่อการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ โดยกล่าวเพียงว่าโจรภาคใต้เป็นโจรกระจอก และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาสถานการณ์ก็มีความรุนแรงมาเรื่อยๆ ขณะนี้รัฐบาลก็ดี เจ้าหน้าที่ก็ดี ก็พยายามที่จะคลี่คลายปัญหาดังกล่าว ก็เห็นใจทุกฝ่ายที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอยู่ในขณะนี้ และเสียใจต่อเหตุการณ์ที่ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา เสียชีวิต และไม่มีโอกาสได้ไปอยู่ที่ จ.ตรัง ซึ่งในฐานะที่ตนเป็นคน จ.ตรัง ก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมาก หาก ผกก.สมเพียรได้ไปอยู่ แต่ก็ไม่ทราบเหตุผลอะไร จนกระทั่งสายไปแล้ว
สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.อ.โสภณ จะมีขึ้นในวันที่ 18 มีนาคม 2553 เวลา 13.00 น. ที่ฌาปนสถานเทศบาลนครยะลา
เมื่อเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน ศูนย์ประสานงานเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ จ.ยะลา รายงานเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ยะลา ว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2553 เวลา 22.00 น. ขณะที่นายวิสูท แก้วเขียว อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีแดง ทะเบียน น 5610 ยะลา มี น.ส.บุญยัง พรหมมณี อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 291 หมู่ 10 ต.โนนสมบูรณ์ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และ ด.ช.สถาพร ยะมาพัฒน์ อายุ 13 ปี โดยสารมาด้วย โดยขับออกจากตัวเมืองยะลาเพื่อเดินทางไปเยี่ยมบิดามารดา
เมื่อมาถึงทางเข้าบ้านจาเราะบอยอ หมู่ 13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา คนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่ น.ส.บุญยังจึงใช้อาวุธปืนขนาด .22 ยิงตอบโต้กับกลุ่มคนร้าย กระทั่งคนร้ายได้หลบหนีไป เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ ด.ช.สถาพรเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนายวิสูทและ น.ส.บุญยังได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา
ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้า 14 ปลอก ตรวจสอบพบรถกระบะถูกกระสุนปืนบริเวณประตูด้านขวา 2 รู กระจกหน้าแตก เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
ส่วนที่ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 13.50 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.วรพงษ์ สนพลอย ร้อยเวร สภ.ยี่งอ รับแจ้งมีเหตุคนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 1 กก. ใส่ทหารสังกัด ร้อย.ร.3013 ฉก.นราธิวาส 32 จำนวน 7 นาย ที่ทำหน้าที่ รปภ.อยู่ในบังเกอร์หน้าร้านขายของชำ ชื่อร้านบั่นมุ้ยพานิชย์ เลขที่ 104 เขตเทศบาลตำบลยี่งอ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบระเบิดแสวงเครื่องแบบผลิตเอง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซีสีฟ้า น้ำหนัก 1 กก. ตกอยู่หน้าบังเกอร์ริมถนนหน้าร้านบั่นมุ้ยพานิชย์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าเก็บกู้และนำไปทำลายด้วยปืนพลังน้ำแรงดันสูง
จากการสอบสวน พ.จ.อ.ทินกร ช่างทอง หัวหน้าชุด ทราบว่า ขณะทำหน้าที่ รปภ.ร่วมกับทหาร รวม 7 นาย ในบังเกอร์หน้าร้านบั่นมุ้ยอยู่นั้น มีคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงไม่ทราบสียี่ห้อและแผ่นป้ายทะเบียน เมื่อถึงหน้าร้านคนร้ายได้ชะลอความเร็ว เพื่อให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มทหารที่นั่งอยู่ในบังเกอร์ แต่ระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงรอดตายอย่างหวุดหวิด



