ข่าว

ตร.ทลายรง.ผลิตชิ้นส่วนM16อีกอ้างมีหลักฐานว่าจ้าง

ตร.ทลายรง.ผลิตชิ้นส่วนM16อีกอ้างมีหลักฐานว่าจ้าง

17 มี.ค. 2553

"ผบก.น.2" ยันยังไม่เจอหลักฐาน"มือปืน-รถต้องสงสัย"ยิงเอ็ม 79 ถล่ม ร.1 พัน 1 รอ. ขอเวลาแกะรอยวงจรปิดคลี่คลายคดี มั่นใจจับมือยิงได้แน่ ตำรวจอยุธยาเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ หลังได้เบาะแสว่าเป็นแหล่งผลิตอาวุธสงคราม เจ้าของสถานประกอบการชี้แจงยันเป็นการผลิตสิน

 วันที่ 17 มี.ค. พล.ต.ต สาโรจน์ พรหมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนคลี่คลายคดี คนร้ายลอบยิงระเบิด M 79 ใส่กรมทหาราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ว่าฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบเทปบันทึกภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงบริษัท โทลล์เวย์ ซึ่งมีหลายจุดด้วยกัน ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการถอดเทป และดึงภาพรถต้องสงสัยให้ชัดเจนรอบคอบ จนถึงขณะนี้จากหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า เป็นฝีมือของใครและกลุ่มไหน และใครเป็นคนยิง รวมถึงรถผู้ต้องหาต้องตรวจสอบอีกระยะ เพราะหลักฐานที่ได้ยังไม่เพียงพอที่จะไปขออำนาจศาลออกหมายจับใครได้

 "ยอมรับว่าการติดตามตัวคนร้ายค่อนข้างมีอุปสรรค เพราะเวลาเกิดเหตุรวดเร็วมาก อีกทั้งยังไม่มีพยานคนใดมาให้เบาะแส ส่วนกล้อง CCTV บนทางด่วนโทลล์เวย์ที่บันทึกภาพรถต้องสงสัยนั้น ทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างแกะภาพและหารถต้องสงสัยอยู่ สำหรับนายนาวิน ดาวสนิท ที่ขับรถต้องสงสัยนั้น ได้สอบสวนอย่างละเอียดแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแต่ช่วงเกิดเหตุมีพยานเห็นรถวิ่งอยู่ในเวลานั้นเท่านั้น จึงตกเป็นผู้ต้องสงสัย แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่ใช่ ก็ต้องปล่อยตัวไป ซึ่งคดีนี้ก็จะรวบรวมหลักฐาน แกะรอยล่าตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีให้ได้" ผบก.น.2 กล่าว

 อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุได้ประสานทั้งโทลล์เวย์ และทางด่วนพิเศษ ช่วยตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น เพื่อช่วยสอดส่องดูแล ช่วยเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา และจากนี้ไป จะเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก

นำกำลังตำรวจทลายรง.ผลิตชิ้นส่วนM16อ้างมีหลักฐานว่าจ้าง

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.อนุสรณ์ วะยาคำ ผกก.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ธีระยุทธ์ ทองสาริ รองผกก.สส.สภ.อุทัย พ.ต.ท.มาโนช บุญส่ง สว.สส. กลุ่มงานสืบสวนภ.จว.พระนครศรีอยุธยาพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย และนายวิญญาณ มาลีวัฒน์ นายอำเภออุทัย  จ.พระนครศรีอยุธยา  นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบริษัทที เอส พี ทูล แอนด์ พาร์ท จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนสายอยุธยา - ภาชี เลขที่ 210 - 211 หมู่ 4 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา  หลังได้รับข้อมูลว่าเป็นแหล่งผลิตอาวุธสงคราม

 พบว่าเป็นอาคารพาณิชย์สองชั้น จำนวน 2  คูหา  ชั้นล่างตั้งเครื่องจักรและเครื่องกลึงตรวจค้นพบคนงานทั้งชายและหญิงจำนวน 10 คน กำลังทำงานอย่างปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสั่งหยุดและตรวจสอบพบอะไหล่ชิ้นส่วนของปืน M16 จำนวนมากแบ่งเป็นโครงปืนส่วนบนจำนวน 2 , 100 ชิ้น โครงปืนส่วนล่างจำนวน 3 , 000 ชิ้น และชิ้นส่วนศูนย์หน้าจำนวน 2 , 400 ชิ้น ทำจากอลูมิเนียมบางส่วนบรรจุใส่กล่องเตรียมส่งแล้วและยังพบลำกล้องจำนวน 9 อัน เข็มแทงชนวนจำนวน 11 อัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้ตรวจสอบ

 สอบสวน  นายภาคิน นิลสนธิภาธร  อายุ 43 ปี เจ้าของบริษัท  ให้การว่า เปิดร้านกลึงเหล็กมานาน 10 10 ปี  โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นโรงงานในนิคมอุตสหกรรมต่างๆในจ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนชิ้นส่วนปืน M16 นี้ได้รับทำมาประมาณ 2 - 3 ปีแล้วโดยมีนายทหารมาว่าจ้างโดยทำสัญญาอย่างถูกต้อง ในหนังสือสัญญาระบุว่า ห.จ.ก.จำกัด พี ซี คอมพิวเตอร์ แอนคอมมิวนิเคชั่น เลขที่ 88 / 5 หมู่ 1 ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรีโดยมีนายอมรเทพ สมบูรณ์ยิ่ง เป็นผู้ว่าจ้างบริษัทที เอส พี ทูล แอนด์ พาร์ท จำกัดโดยมีนายภาคิน นิลสนธิภาธร เจ้าของโรงงานเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2552

 นายภาคิน  กล่าวว่า ทุกครั้งที่ผลิตอะไหล่เสร็จก็จะมีเจ้าหน้าที่จาก ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร จ.ลพบุรี มาตรวจสอบชิ้นส่วนอะไหล่โดยตนเองรับทำแต่ค่าแรงประมาณชิ้นละ 300 - 500 บาท โดยทางผู้ว่าจ้างจะนำชิ้นส่วนที่เป็นอลูมีเนียมฉีดขึ้นรูปมาแล้วทางโรงงานก็มีหน้าที่เจาะเป็นรู กลึง และตบแต่งให้ขึ้นรูปตามแบบตัวอย่างซึ่งทราบว่าเป็นอาวุธปืนสิ่งเทียมเป็นแบบจำลองนำไปให้ทหารใหม่ฝึกยิงในสนามฝึก จึงมั่นใจว่ารับงานมาทำโดยถูกต้องไม่ได้หลบหรือซ่อนอะไหล่แต่อย่างใด

 นายสุพจน์ หาวิจี อายุ 30 ปี  ภูมิลำเนา จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ทำงานมา 2 ปีกว่าเป็นช่างกลึงเหล็กและอลูเนียมก่อนหน้านี้ก็ทราบข่าวการจับกุมอะไหล่ชิ้นส่วนอาวุธปืน M79 ที่อ.วังน้อยและที่จ.สมุทรปราการแต่ที่โรงงานรับทำอย่างถูกต้องถ้าทำผิดกฎหมายเจ้าของโรงงาน คงสั่งให้คนงานหยุดผลิตและนำอะไหล่ทั้งหมดไปซ่อนหรือย้ายที่แล้วแต่คนงานที่นี่มั่นใจทุกคนจึงยังคงทำงานปกติ

 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลางไว้ตรวจสอบก่อนในเบื้องต้นพบว่ามีหนังสือสัญญาว่าจ้างอย่างถูกต้อ งและกำลังตรวจสอบผู้ว่าจ้างได้รับอนุญาตสั่งให้ผลิตปืนชนิดดังกล่าวจริงหรือไม่ โดยทราบว่ามีนายทหารยศพันโทเป็นผู้ว่าจ้างและมาตรวจสอบคุณภาพของชิ้นส่วนด้วยตนเอง จะประสานเจ้าหน้าที่ทหารมาตรวจอย่างละเอียดเพื่อจะได้นำเดินการหากถูกต้องก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าผิดเงื่อนไขคงต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมายส่วนของกลางทั้งหมดได้นำมาเก็บรักษาเอาไว้ที่ สภ.อุทัย รอเจ้าหน้าที่ทหารมาร่วมตรวจสอบอีกครั้งส่วนเจ้าของร้าน ช่วงนี้ยังไม่ได้แจ้ง ข้อกล่าวหา สำหรับเรื่องนี้มีพลเมืองดีแจ้งเข้ามาทางฝ่ายสืบสวนของ สภ.อุทัย จึงได้สั่งการให้ออกไปตรวจสอบ

 ทางด้านนายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจ.พระนครศรีอยุธยาได้เดินทางไปตรวจสอบ  กล่าวว่า ทางอุตสาหกรรมจังหวัดได้อนุญาตให้ กลึง เจาะ ไส เจีย คว้านแต่โรงงานมาผลิตอาวุธปืนโดยผิด พ.ร.บ.โรงงานไม่ได้อนุญาตจึงได้รายงานให้นายวิทยา ผิวผ่อง  ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ทราบ และได้สั่งปิดโรงงานไว้ชั่วคราวก่อนเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป

 เมื่อเวลา 15.00 น.พล.ท.ชูศักดิ์ สันติวรวุฒิ ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม(ผบ.ศอว.ศอพท.)เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เพื่อชี้แจงกรณีที่กองทัพอ้างว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้ผลิตของกลางที่ตรวจยึดได้นั้น

 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ของกลางที่ยึดได้ทั้งหมดเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน ไม่ใช่อาวุธปืนสงคราม หรือเรียกว่าเป็นปืนจำลอง ที่ใช้สำหรับให้ทหารฝึกการใช้อาวุธ จึงจำเป็นต้องทำให้เหมือนของจริง ซึ่งของกลางที่พบนั้นเป็นปืนจำลองที่ไม่สามารถบรรจุกระสุนจริงได้ อีกทั้งก็ยิงกระสุนปืนไม่ได้ และเมื่อศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร มายืนยันหนักแน่นว่า เป็นการว่าจ้างให้ผลิตชิ้นส่วนของสิ่งเทียมอาวุธ โดยตำรวจเชื่อว่าเป็นชิ้นงานที่ทหารสั่งทำจริง มีการสั่งทำเพื่อไว้ใช้ในราชการเท่านั้น และทางทหารจะมีการทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายืนยันอีกครั้ง เบื้องต้นได้ส่งคืนของกลางทั้งหมด ให้กับทหารไปหมดแล้ว และไม่ได้มีการตั้งข้อหาใด ๆ แก่เจ้าของโรงงานหรือคนงาน

 นายสุรเชษฐ ชัยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ทหารน่าจะรู้ดี เพราะการผลิตอาวุธสงคราม โดยเฉพาะอาวุธปืนเอ็ม 16 นั้นกฎหมายไทยและกฎหมายสากลไม่อนุญาตให้ไทยผลิต เพราะเป็นผลิตอาวุธลักษณะนี้เป็นลิขสิทธิ์ของประเทศอเมริกา ไม่ได้หมายความประเทศใดจะผลิตก็ผลิตได้ หากทหารไทยผลิตเท่ากันละเมิดลิขสิทธิ์ หรือละเมิดข้อผิดตกลงระหว่างประเทศ เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเงื่อนงำที่แอบแฝงเจตนาไว้ เช่นอาจเป็นขวนการค้าอาวุธข้ามชาติ หรือค้าอาวุธให้ชนกลุ่มน้อย หรือกองโจร แต่ก็อาจตรวจสอบได้ยาก เพราะผู้มีอำนาจในการตรวจสอบ ผู้มีอำนาจในการสั่งซื้อ ผู้มีอำนาจในการสั่งผลิต เป็นกลุ่มเดียวกัน 

 นอกจากนี้อาวุธปืนที่ผลิตในประเทศไทย หลายฝ่ายก็ทราบดีว่าเป็นของเทียม แต่ในทางปฏิบัติพบว่าใช้งานได้จริง และถูกนำไปใช้ในกองทัพ และในแต่ละปีจะมีการสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หมายความว่าในวงการทหารอาจมีการทุจริต สั่งซื้ออาวุธจากบริษัทนอกประเทศ แต่พอส่งมอบปืน กลับส่งมอบปืนที่ผลิตในไทยเอง ทำให้ทหารที่อยู่ในกระบวนการนี้ร่ำรวยกันเป็นอย่างมาก

 นายสุรเชษฐ กล่าวอีกว่า การที่สั่งให้โรงงานที่อยุธยาผลิตชิ้นส่วนอาวุธปืนนั้น พบว่าเป็นการทำสัญญาจ้างช่วง ดังนั้นต้องไปตรวจสอบสัญญาแรก ที่ทหารทำกับบริษัทที่ จ.ลพบุรี ว่าในสัญญาฉบับแรกนั้นระบุว่า ให้มีการว่าจ้างทำสัญญาจ้างช่วงต่อได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ ก็แสดงว่าการจ้างยังบริษัทที่อยุธยานี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาสัญญาจ้างงานของรัฐในลักษณะนี้มักจะไม่อนุญาตให้ทำสัญญาจ้างช่วง อย่างไรก็ตามเป็นห่วงว่า หากมีการจ้างทำอาวุธ และมีการผลิตเกินจำนวนที่สั่ง อาวุธที่ผลิตเกินไปนี้หากถูกนำขายสู่ท้องตลาดหรือตลาดมืดใครจะรับผิดชอบ หรืออาวุธที่ผลิตเกินนั้นอาจมีกลุ่มนายทหารนำเอาไปขายต่ออีกได้