
ส.ว.ถกเสนอทางออกเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ
ประสพสุขเรียกส.ว.ถกหาทางออกชาติ เสนอรัฐบาล-ม็อบรักษาแนวทางสงบ สันติ อย่ายั่วยุกัน 60 ส.ว.เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปตาม รธน.161
เมื่อเวลา 11.00 น. 17 มี.ค. อาคารสุขประพฤติ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในการประชุมเพื่อปรึกษาหารือและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมจำนวน 66 คน ทั้งนี้ส.ว.ได้อภิปราย และแสดงความคิดเห็น พร้อมเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศกันหลากหลายเกี่ยวกับการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มต่าง ๆ ในขณะนี้ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 13.20 น. นายประสพสุข บุญเดช พร้อมด้วยนายนิคม ไวยรัชพานิช น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภา และส.ว.ร่วมกันแถลงว่า ที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน คือสนับสนุนให้ใช้กระบวนการทางสภา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วยการเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้นำในการแสดงจุดยืนของสมาชิกวุฒิสภา ด้วยการเรียกร้องผ่านสื่อมวลชนให้ทุกฝ่ายเจรจากันอย่างสันติวิธี วุฒิสภายืนยันไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในทุกกรณี รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองด้วยการทำรัฐประหาร ต้องขอชื่นชมทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมหรือรัฐบาล ที่พยายามระมัดระวัง และดูแลให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีเหตุของความรุนแรงเกิดขึ้น
เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้วิเคราะห์สถานการณ์ม็อบว่าจะรุนแรงหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า ไม่ได้ลงรายละเอียด ไม่ได้คุยถึงปัญหาอะไรอย่างไร แต่คิดว่าสถานการณ์คงจะซาลงและยุติในที่สุด
ต่อข้อถามที่ว่าแต่มีการสร้างสถานการณ์โดยการยิงใส่บ้านบุคคลสำคัญ ๆ และสถานที่ราชการ นายประสพสุข กล่าวว่า เรื่องการสร้างสถานการณ์ก็เป็นอีกเรื่อง แต่โดยรวมเชื่อว่าจะซาลง ซึ่งตนอยากให้นำทุกเรื่องมาพูดคุยกันในรัฐสภา จะทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย ซึ่งเราก็มานั่งคิดกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ เพราะส.ว.ทั้ง 150 คนมาจากคนละที่ ที่รับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่แล้ว
จากนั้นกลุ่มส.ว.ทั้งสายสรรหาและเลือกตั้ง จำนวน 60 คน ที่เข้าชื่อเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตาม 161 ได้ยื่นหนังสือต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อแจ้งไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯให้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา
โดยนายวิทยา อินาลา ส.ว.นครพนม กรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 161 เนื่องจากปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง ซึ่งหน้าที่ของวุฒิสภาต้องช่วยแก้ปัญหาในแนวทางของรัฐสภา ซึ่งเราต้องการให้เปิดการประชุมโดยเร็วที่สุด เพราะปัญหาของบ้านเมืองต้องรีบแก้ไข อย่างช้าน่าจะภายในสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่าประธานรัฐสภาจะแจ้งให้นายกฯเพื่อขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 นายวิทยา กล่าวว่า วุฒิสภายินดี เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็เคยขอเปิดประชุมตามมาตรา 179 มาแล้ว
นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง กล่าวว่า นายกฯควรจะเร่งเปิดประชุมให้เร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความสงบภายในบ้านเมือง ไม่ต้องห่วงกลุ่มเสื้อแดงจะปิดล้อม คิดว่าคงไม่มี เราต้องใช้เวทีรัฐสภาสร้างความสงบสุข เราไม่ต้องกลัว เราต้องทำหน้าที่ของเรา
ขณะที่นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า เส้นทางของวุฒิสภาพยายามจะหาช่องทางแก้ปัญหาบ้านเมืองในสภา เราต้องใช้เวทีของเรา เพราะเราไม่อยากลงถนน
ส.ว.ถกเครียดช่วยหาทางออกให้ปท.สุดท้ายเหลว
รายงานข่าวจากที่ประชุมส.ว.แจ้งว่า การหารือเป็นการภายในเกี่ยวกับทางออกของสถานการณ์การเมืองในขณะนี้มุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาระยะสั้นที่กำลังเกิดขึ้น โดยมีส.ว.เสนอแนวทางหลากหลาย อาทิ การเสนอให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แต่ส.ว.อีกส่วนหนึ่งก็คัดค้านว่า ไม่ใช่หน้าที่ของวุฒิสภา เพราะผลจะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ การออกพ.ร.ก.นิรโทษกรรม ทำให้ปลุกผู้ชุมนุมอีกฝ่ายหนึ่งให้ออกมาอีก และการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ จะให้ใครเป็นนายกฯ และจะทำอะไรได้ เพราะเป้าหมายของกลุ่มที่ขัดแย้งเป็นคนละแบบ ข้อเสนอนี้จึงตกไป
นอกจากนี้ มีบางส่วนเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเจรจา แต่ส.ว.บางส่วนก็คัดค้านว่า ไม่ควรมีกรรมการ เพราะการเจรจาในที่แจ้ง จะไม่สำเร็จแน่นอน เพราะเป็นการยกระดับการต่อรองให้มากขึ้นไปอีก ทำให้ส.ว.บางส่วน เสนอให้ประธานวุฒิสภา เป็นคนกลางในการเจรจา แต่ส.ว.บางส่วนก็คัดค้านว่า คราวที่แล้วก็เข้าไปร่วมเป็นคนกลางแต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ และถ้าเชิญมาแล้วคู่ขัดแย้งไม่มา ก็หน้าแตก และยังมีปัญหาว่า จะนำใครมาเจรจา ระหว่าง เสื้อเหลืองกับเสื้อแดง หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ส่วนจะหาคนกลางคนอื่น ก็ไม่แน่ใจว่า จะมีผู้มีบารมีมากพอที่คู่ขัดแย้งจะเชื่อหรือไม่ ทำให้ข้อเสนอนี้ตกไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ยังมีส.ว.บางส่วนเสนอว่า วุฒิสภาทั้ง 150 คน ควรรวมตัวเป็นอกภาพ และช่วยกันหาข้อสรุปเสนอเป็นแนวทางให้รัฐบาลดำเนินการ แต่ข้อเสนอมีส.ว.บางส่วนเห็นว่า ในส.ว.เอง ก็มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน จึงยากที่จะได้ข้อสรุปเป็นเอกภาพ นอกจากนี้ รัฐสภาเคยมีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนมีข้อสรุปออกมา แต่เรื่องก็เงียบไปโดยที่รัฐบาลไม่ยอมดำเนินการอะไร สุดท้าย ส.ว.จำนวนมากเห็นว่า วุฒิสภาไม่ควรเข้าไปแทรกแซง แต่ควรทำหน้าที่ของตนเอง โดยติดตามตรวจสอบการดูแลการชุมนุมของรัฐบาลไม่ให้ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้ชุมนุม และตรวจสอบการชุมนุมว่า มีความรุนแรงหรือไม่ ส่วนระยะยาวรัฐบาลต้องมีแผนการปรับโครงสร้างระบบการเมือง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน
แหล่งข่าวระบุว่า ส.ว.ยังเห็นพ้องว่า ให้ใช้กลไกสภา เป็นที่รับฟังและสะท้อนปัญหา จึงเห็นด้วยที่ส.ว.จะเข้าชื่อเสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ทั้งนี้ มีส.ว. 2 กลุ่ม จะเสนอญัตติคือกลุ่มส.ว.เลือกตั้งสายอีสาน และกลุ่ม 40 ส.ว. ซึ่งประธานวุฒิสภา จะแจ้งเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมวุฒิสภาวันที่ 22 มีนาคม เพื่อให้ส.ว.มาลงชื่อให้ครบ และคาดว่าจะส่งทั้งสองญัตติให้นายกฯได้ในวันที่ 23 มีนาคม และคาดว่า สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม น่าจะเปิดประชุมวุฒิสภาพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้



