
โพนยางคำวางโพสิชั่นแบรนด์เนื้อพรีเมี่ยมสู้เนื้อนอกลดการนำเข้า
โพนยางคำจับมือพันธมิตรเชียงใหม่ ประกาศขยายตลาดเนื้อพรีเมี่ยมเต็มรูปแบบ ชูคุณภาพเนื้อ ความสะอาด ถูกหลักอนามัย หวังกวาดเม็ดเงินปีละ กว่า 400 ล้านบาท
พ.อ.หญิง มัทนา โอสถหงษ์ ผู้อำนวยการ สหกรณ์โพนยางคำ จำกัด กล่าวว่าโพนยางคำเป็นสหกรณ์ที่ผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพที่รู้จักกันในนาม เนื้อไทยเฟรนซ์ หรือเนื้อโคขุนโพนยางคำ ซึ่งมีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย คุณภาพทัดเทียมเนื้อต่างประเทศ โดยในปีนี้สหกรณ์จะขายฐานการผลิตเพื่อรองรับการบริโภคเนื้อของประชากรในประเทศให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็นกว่า 6,000 ตัว เพื่อนำรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์
เนื่องจากเชื่อว่าปีนี้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจะมีความรุนแรง สหกรณ์มีจุดประสงค์ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรเพื่อเป็นรากฐานความมั่นคงให้กับประชาชนระดับรากหญ้า โดยการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เหมาะสม ที่สำคัญรูปแบบสหกรณ์เป็นการส่งเสริมการรวมตัวกันประกอบอาชีพในการทำธุรกิจ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริมให้กับเกษตรกร จะเห็นได้จาก ทรงรับสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.อ.หญิงมัทนา ยังกล่าวอีกว่า สหกรณ์โพนยางคำ เป็นสหกรณ์ที่ผลิตเนื้อคุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเนื้อโค ว่าเนื้อโคขุนโพนยางคำมีคุณภาพทัดเทียมเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ สะอาด ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค เพราะมีการวางแผนการผลิตที่ควบคุมและกำกับดูแลครบวงจร ตั้งแต่ลูกโคแรกเกิด เลี้ยงดู เลี้ยงขุน จนถึงขบวนการผลิตเป็นเนื้อโคขุน สามารถตรวจสอบได้ตลอดวงจรการผลิต ปราศจากสารเร่งการเจริญเติบโต และยาปฏิชีวนะ ผ่านการชำแหละในโรงงานที่ได้มาตรฐาน
โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศส และรัฐบาลออสเตรเลีย กำกับดูแลโดยสัตวแพทย์ตลอดวงจรการผลิต มีระบบการจัดการด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม มีระบบการจัดการซากและเนื้อโคตามหลักสากล มีการกักเก็บบ่มเนื้อในห้องควบคุมอุณหภูมิเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม มีการตรวจสอบอุณหภูมิ ตลอดจนการซุ่มตรวจหาสารตกค้างในเนื้อ การวัดระดับไขมันแทรกตามมาตรฐาน มอก. 6001-2547 ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่า ได้บริโภคเนื้อที่สะอาด ปลอดภัย และถูกหลักสุขอนามัยแน่นอน
ผู้อำนวยการสหกรณ์โพนยางคำกล่าวอีกว่า จากการคาดการณ์ว่าปีนี้ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม สหกรณ์จึงได้ปรับแผนการตลาดรับมือรับภาวะการว่างงานของประชาชนในแถบจังหวัดภาคอีสาน โดยเฉพาะ สกลนคร นครพนม และหนองคาย โดยจะเพิ่มสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก เพื่อรองรับอัตราการว่างงานที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังมีแผนการที่จะขยายตลาดเนื้อพรีเมี่ยมให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อสร้างแบรนด์เนื้อไทยให้คนยอมรับว่าเราไม่แพ้เนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ โดยได้มีการจับมือกับ พันธมิตรทางภาคเหนือกลุ่มของเจ้าธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ และดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ เพราะเราเห็นว่า ภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่เป็นตลาดที่ใหญ่ และสามารถที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางที่จะส่งออกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ จีน เวียดนาม และ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางได้
ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพนยางคำ พรีเมี่ยม จำกัด ตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวของสหกรณ์โพนยางคำทางภาคเหนือกล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเนื้อพรีเมียมทางภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ แต่จากคุณภาพของเนื้อโคขุนโพนยางคำ ทำให้เรามีความมั่นใจว่าเราจะสามารถที่จะทำตลาดทางภาคเหนือได้แน่นอน โดยจะเป็นการช่วยลดการขาดดุลการค้าจากต่างประเทศ โดยใน ปี50 เรานำเข้าเนื้อคุณภาพจากต่างประเทศ 325 ล้านบาท แต่ข้อมูลปี 51 เพียง 3 ไตรมาส พบว่า เรานำเข้าแล้ว 240 ล้านบาท ถ้าเราสามารถสร้างการยอมรับ เนื้อ พรีเมียมไทยให้คนไทยได้ ก็จะช่วยลดการนำเข้าเนื้อจากต่างประเทศ
ดร.ปิยะพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้เราได้เตรียมความพร้อมในการลงทุนโดยการก่อสร้างห้องเย็นบ่มเนื้อ ห้องตัดแต่งเนื้อและการวางแผนตลาด โดยจะเน้นที่การทำเนื้อให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด โดยจะรับซากโคที่บ่ม (Aging) มาแล้วจาก สหกรณ์โพนยางคำที่สกลนคร มาทำการบ่ม (Aging) เพิ่มเติมโดยเทคนิคจากต่างประเทศเพื่อให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด โดยที่เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยรองลงมา นอกจากนี้ ยังได้ลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการก่อสร้าง โรงแรม ห้องอาหาร และสปา สำหรับเป็นโชว์รูม รับนักท่องเที่ยวครบวงจร คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการรับนักท่องเที่ยวได้ ต้นเมษา นี้



