
พิษการเมืองยกเลิกทริประนอง50%
พิษการเมืองส่งผลนักท่องเที่ยวเข้าเมืองระนองยกเลิกห้องพัก-ทริปเดินทางแล้วกว่า 50% ขณะที่ชาวพม่าหวั่นการเมืองไทยบานปลายแห่ข้ามฟากซื้อสินค้ากักตุน
จ.ส.อ.กฤษฎา เอกวานิช ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จ.ระนอง กล่าวว่าผลกระทบจากวิกฤติการณ์เมืองไทยได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด โดยพบว่ามีการยกเลิกห้องพักในช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนแล้วกว่า 50% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศยุโรปและจีน ที่ชอบเดินทางเข้ามาพักผ่อนยังเกาะต่างๆ ใน จ.ระนองแทบทุกปี ขณะที่นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ชอบเข้ามาโดยเรือส่วนตัวเพื่อเดินทางต่อไปดำน้ำในฝั่งประเทศพม่า ซึ่งมีการติดต่อเข้ามาก่อนหน้านี้ ได้แจ้งขอเลื่อนการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอย่างไม่มีกำหนดเพื่อรอดูสถานการณ์
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง กล่าวว่าวิกฤติการเมืองไทยที่เกิดขึ้นในขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อบรรยากาศค้าขายตามแนวชายแดนไทย-พม่า โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มส่งผลอย่างเห็นได้ชัด
“การท่องเที่ยวถือเป็นกลุ่มที่มีปฏิกิริยาเร็วที่สุด เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวตระหนักมากที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย โดยทราบว่าหลายกลุ่มได้ชะลอการเดินทาง แต่อีกหลายกลุ่มสั่งยกเลิกการเดินทางแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีความเสียหายมูลค่าเท่าใดคงต้องประเมินหลังเหตุการณ์คลี่คลาย ซึ่งตัวแปรสำคัญคงขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการประท้วง และทางออกของเหตุการณ์” นายนิตย์ กล่าวและว่า ส่วนของการค้าตามแนวชายแดน ถือเป็นอีกกลุ่มที่มีปฏิกริยาต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการหวั่นวิตกของชาวพม่าที่มีการสอบถามเข้ามายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเกรงว่าหากสถานการณ์บานปลายอาจจะทำให้การขนส่งสินค้ามีปัญหา หรือหากร้ายแรงอาจจะมีการสั่งปิดพรมแดน จึงทำให้ชาวพม่าเริ่มสั่งซื้อสินค้าที่จำเป็นเพิ่มขึ้น ทั้งน้ำมันพืช น้ำตาลทราย ผงชูรส เครื่องกระป๋อง ยารักษาโรค ฯลฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติถึง 30% และหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปคาดว่าอาจจะมีคำสั่งซื้อจากพ่อค้าชาวพม่า รวมถึงการข้ามฟากเข้ามาซื้อสินค้าของชาวพม่าเพิ่มมากขึ้น



