ข่าว

เปิดกรุทรัพย์ยึดเข้าคลัง4.6หมื่นล.เล็งกวาดเงินสด4หมื่นล้าน

เปิดกรุทรัพย์ยึดเข้าคลัง4.6หมื่นล.เล็งกวาดเงินสด4หมื่นล้าน

17 มี.ค. 2553

เปิดกรุทรัพย์สินทักษิณที่เตรียมยึดเข้าคลัง 4.6 หมื่นล้าน เผยเป็นเงินสดฝากแบงก์ราว 4 หมื่นล้าน มีหุ้นและหน่วยลงทุนกว่า 5 พันล้าน เล็งดึงเงินสดเข้าคลังทั้งหมด เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว มองหุ้นและหน่วยลงทุนบริหารจัดการยาก รับยังลังเลขั้นตอนดำเนินการ

  รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า จากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีคำตัดสินให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท และให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินที่เงินสดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุนรวมทั้งหุ้นที่ตระกูลชินวัตรถืออยู่ประมาณ 5.3 พันล้านบาท

 ทั้งนี้ ประกอบด้วย หน่วยลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ มูลค่า 2 , 237 ล้านบาท หน่วยลงทุน บลจ.กสิกรไทย มูลค่า 208 ล้านบาท หน่วยลงทุน บลจ.แอสเสท พลัส มูลค่า 172 ล้านบาท เป็นหุ้นที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มูลค่า 2,722 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมบัญชีกลางและสำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำลังตรวจสอบและพิจารณาแนวทางการโอนทรัพย์สินดังกล่าวมาที่กระทรวงการคลัง โดยจากการตรวจสอบของกรมบัญชีกลางในเบื้องต้นพบว่าจากทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ทำการอายัดไว้จำนวน 6.9 หมื่นล้านบาทนั้น มีส่วนของเงินสดเกินกว่า 4.6 หมื่นล้านบาทอยู่แล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่จะขอให้โอนทรัพยสินที่เป็นเงินสดทั้งหมดมาที่กระทรวงการคลัง เพราะน่าจะดำเนินการได้ง่ายกว่าการรับโอนหุ้นและหน่วยลงทุน

 “รัฐบาลและกระทรวงการคลังต้องการให้การโอนทรัพย์สินดังกล่าวเข้ามาเป็นของแผ่นดินทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายที่สุด หากจะโอนหุ้นและหน่วยลงทุนมาบริหารในระยะยาวอาจเป็นภาระและยุ่งยากในการโอนเปลี่ยนชื่อของผู้ถือครองหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีเงินสดในธนาคารพาณิชย์ที่เกินกว่าจำนวนที่ตกเป็นของแผ่นดินอยู่แล้วก็น่าจะโอนเป็นเงินสดเข้ามาได้ทั้งหมดหลังพ้น 30 วันที่เปิดโอกาสให้จำเลยยื่นอุทธรณ์” รายงานข่าวระบุ

 นอกจากนี้ กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจากคำตัดสินของศาลที่ให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินนั้น จะมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร เพราะกรณีนี้ไม่เหมือนคดีทั่วๆ ไป ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานไปบังคับยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินก็จะสามารถโอนเงินเข้ามาที่กระทรวงคลังได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดเป็นบัญชีพิเศษ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อเสนอว่าให้ทำการเปิดบัญชีพิเศษที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังก่อนจะนำมาฝากที่กรมบัญชีกลางเป็นเงินนอกงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติในการจัดการดังกล่าว