ข่าว

 อำนาจรัฐ :การแย่งชิงและการรักษาไว้

อำนาจรัฐ :การแย่งชิงและการรักษาไว้

17 มี.ค. 2553

การได้อำนาจรัฐสำหรับการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา พรรคการเมืองเป็นองค์กรหนึ่งซึ่งเป็นที่รวมของนักการเมือง ที่เสนอตัวให้ประชาชนเลือกมาเป็นตัวแทนตนเข้าไปทำหน้าที่เลือกรัฐบาล เมื่อมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

 และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 บุคคลที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ผู้รับเสียงส่วนใหญ่ให้เป็นนายกรัฐมนตรี จะได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลขึ้นบริหารบ้านเมือง หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว

 นี่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

 แต่ตามประเพณีนิยมหรือวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยสากล ที่นักการเมืองมีจริยธรรม มียางอาย มีพัฒนาการทางจิตใจเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง ดังเช่นประเทศที่เจริญแล้ว ทั้งที่ยุโรปและเอเชีย พรรคการเมืองที่มี ส.ส.ซึ่งประชาชนเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด จะต้องได้รับสิทธิจัดตั้งรัฐบาล และพรรคการเมืองที่มี ส.ส.น้อยกว่าต้องยอมรับกฎเกณฑ์เช่นว่านี้ กลุ่มพลังทางสังคมจะชอบใจหรือไม่ ต้องไปว่ากันในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

 ประเทศไทยเราปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยตามหลักสากลหรือไม่ ?

 นายกรัฐมนตรีของเราให้เหตุผลเช่นไร ในการเข้าสู่อำนาจรัฐและการรักษาอำนาจข้อนี้ไว้ เพื่ออธิบายแก่ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่พากันมาสร้างความเดือดร้อนต่อการดำรงชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ด้วยการชุมนุมที่อ้างว่าโดยสงบและปราศจากอาวุธ เรียกร้องให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งกันใหม่ ทุกท่านคงได้ยินได้ฟังกันแล้ว

 นี่เป็นปรากฏการณ์ของการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งอำนาจรัฐในมือของนักการเมืองที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ และพยายามรักษาไว้สุดชีวิต โดยมีกลุ่มทหารและตำรวจเป็นผู้สนับสนุนค้ำจุนด้วยเหตุผล เพื่อรักษาหลักการของการปกครองระบอบประชาธิปไตยเอาไว้

 หลักการอะไร หลักการของนักวิชาการทางรัฐศาสตร์ผู้ใดหรือ ?

 ลืมตาดูโลก ดูประเทศศิวิไลซ์อื่นๆ เขาบ้าง การที่ประชาชนเรือนแสนชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ผู้นำรัฐบาลของเขาจะลาออกหรือประกาศยุบสภา เพื่อป้องกันการนองเลือดจากการขัดแย้งทางการเมือง โดยมอบอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจ หากมั่นใจว่าประชาชนยังนิยมชมชอบท่านอยู่

คมพิทักษ์ราษฎร์