ข่าว

แม่เปิดใจเล่าทั้งน้ำตา แจ้งตร.จับลูกวัยรุ่น หลังพบสัญญาณก่อเหตุ "กราดยิง"

แม่เปิดใจเล่าทั้งน้ำตา แจ้งตร.จับลูกวัยรุ่น หลังพบสัญญาณก่อเหตุ "กราดยิง"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

แม่ชาวอเมริกันคนหนึ่ง ตัดสินใจอย่างเจ็บปวดและกล้าหาญ แจ้งตำรวจจับลูกชายวัยรุ่นหลังพบสัญญาณอาจก่อเหตุ "กราดยิง" จำต้องทำเพื่อรักษาชีวิตลูกตัวเองและลูกคนอื่น  



เกือบสองเดือนหลังเกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนประถมร็อบบ์  เมืองยูวัลดี  รัฐเท็กซัส คร่าชีวิตเด็กนักเรียนและครู รวม 21 คน  จากน้ำมือของมือปืนวัย 18 ปี   นิโคล ชูเบิร์ต แม่วัย 41 ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง หวังเป็นประโยชน์กับพ่อแม่คนอื่น ๆ  เมื่อครั้งหนึ่ง เธอต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากและเจ็บปวดที่สุด กับการแจ้งตำรวจให้จับลูกชายวัยรุ่นหลังจากพบว่าเขาอาจก่อเหตุแบบเดียวกัน 

 

ชูเบิร์ต พบสมุดบันทึกของลูกชายวัย 17 ปีในขณะนั้น  ระหว่างทำความสะอาดบ้านเมื่อ 3 ปีก่อน ลงรายละเอียดแผนกราดยิง  โดยเหยื่อรายแรกคือแม่ของตัวเอง ก่อนออกไปอาละวาดโจมตีโรงเรียนมัธยมปลายวอชิงตันสเตทที่เขาเรียนอยู่  ในวันที่ 20 เมษายน 2563  ซึ่งเป็นวันครบรอบ 21 ปีเหตุกราดยิงช็อกโลกที่เมืองโคลัมไบน์  รัฐโคโลราโด 

 

 

แม่เปิดใจเล่าทั้งน้ำตา แจ้งตร.จับลูกวัยรุ่น หลังพบสัญญาณก่อเหตุ "กราดยิง"


ก่อนพบสมุดโน้ต เธอเคยเจออุปกรณ์ที่เชื่อว่าเป็นไปป์บอมบ์และวัสดุประกอบระเบิดภายในห้องของลูกชายด้วย  เธอพกสมุดบันทึกสุดช็อกไว้กับตัว 1 วันขณะใคร่ครวญว่าจะทำอย่างไรดี   สัญชาตญาณแรกคือปกป้องลูก แต่แล้วคิดว่า หากเขาทำสิ่งเหล่านั้นจริง ๆ  ลูกชายของเธอน่าจะปลอดภัยกว่าหากอยู่ในคุก  เธอยังรู้สึกสะเทือนใจแค่คิดถึงเป้าหมายแบบไม่เลือกหน้าของลูกชาย  ซึ่งหลายคนอาจเป็นเพื่อนของลูกที่เธอรู้จัก เพื่อนร่วมงาน และแม้แต่อาจเป็นเด็กที่เธอเคยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง  นั่นจึงไม่ใช่เรื่องของเธอกับลูกชายเท่านั้น  แต่เป็นชีวิตเด็กและผู้ใหญ่หลายร้อยคน  “หากมีความเป็นได้ที่จะรักษาชีวิตไว้ได้แค่คนเดียว หรือเด็ก 1 คน ฉันคิดว่ามันคุ้ม” 

 

หลังจากนั้นไม่กี่ชม. เธอจึงแจ้งตำรวจมาจับลูกชายหลังกลับจากโรงเรียน ขณะควบคุมตัวนั้น ตำรวจพบมีดยาว 6 นิ้วอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาด้วย   ลูกชายของเธอให้การรับสารภาพข้อหาขู่วางระเบิดหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย แต่ยังยืนยันว่าเรื่องราวในสมุดโน้ตนั้นเป็นเรื่องแต่ง ไม่ได้คิดจะทำจริง ๆ ลูกชายของชูเบิร์ตถูกสั่งห้ามกลับไปโรงเรียน เข้ารับการประเมินสุขภาพจิต คุมประพฤติ 18 เดือน และบำเพ็ญประโยชน์ 20 ชม. 

 

 

ปัจจุบัน ลูกชายซึ่งอายุ 20 แล้ว ยังมีความโกรธเคืองเธออยู่ แต่อย่างน้อยชีวิตของลูกกลับมาอยู่ในร่องในรอย  นับจากจับกุม ลูกชายของเธอจบรร.มัธยมปลาย ยังต้องรักษาโรคซึมเศร้า แต่ไม่มีปัญหาเรื่องคดีความแล้ว ทั้งกำลังวางแผนเรียกต่อมหาวิทยาลัย  

 

 

ชูเบิร์ต ให้สัมภาษณ์ในรายการ กูด มอร์นิง อเมริกา ยอมรับว่า ใจสลายเมื่อรู้ว่าลูกชายคิดกับเธออย่างไร  แต่เธอยังรักเขา  “นั่นคือลูกของฉัน ฉันให้กำเนิดเขา  มันเจ็บปวดมาก และความเจ็บปวดนั้นยังอยู่  แต่ฉันรักลูก รักอย่างไม่มีเงื่อนไข และจะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ  ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม” 

 

แม่อเมริกันคนนี้ ยังกล่าวด้วยว่า  ในฐานะพ่อแม่  เป็นความรับผิดชอบที่จะต้องรู้ว่าลูก ๆ กำลังทำอะไรอยู่ ต้องรู้เท่าทัน  เฝ้าระวังและจับสัญญาณ  ลูกมักจะบอกเราผ่านการกระทำว่ามีบางอย่างผิดปกติ  เธอไม่เสียใจที่ส่งลูกให้ตำรวจ เพราะเธอเชื่อว่าการกระทำของเธอคือการช่วยชีวิตผู้อื่น 

 

“แน่นอน เราไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของลูกได้ตลอดเวลา  ไม่มีใครทำได้หรอก  แต่มีสัญญาณหลายอย่างที่คุณจะรู้ได้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น  ฉันเข้าไปในห้องลูก  ถามตลอดเวลา ทำอะไรอยู่  จะไปไหน ซึ่งเขาเกลียดมัน  แต่เขายังมีชีวิตอยู่ และทุกคนยังมีชีวิตอยู่   
 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด