
พายุฤดูร้อนถล่มกรุงเสาไฟฟ้าล้มทับรถ-คนเจ็บระนาว
พายุฤดูร้อนถล่มกรุงอย่างหนัก เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มระเนระนาดทับรถยนต์เสียหายหลายคัน คนเจ็บอีกระนาว การจราจรเป็นอัมพาต ชาวบ้านย่านใกล้เคียงไม่มีไฟฟ้าใช้นานหลายชั่วโมง การไฟฟ้านครหลวงเร่งเข้าเคลียร์ค่าเสียหายให้ผู้เคราะห์ร้ายเป็นการด่วน
เหตุพายุฤดูร้อนถล่มกรุงจนเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 13 มีนาคม พ.ต.ท.จตุพัฒน์ แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.สายไหม รับแจ้งเหตุเสาไฟฟ้าโค่นล้มหลายต้นและทับรถยนต์ผู้คนที่สัญจรไปมาได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณถนนเพิ่มสิน-ออเงิน แขวงและเขตสายไหม กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเขตบางเขนให้มาดำเนินการเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุที่อยู่ระหว่างซอยเพิ่มสิน-ออเงิน 37-41
จากการตรวจสอบพบว่ามีเสาไฟฟ้าล้มทั้งหมด 8 ต้น เป็นเสาขนาดใหญ่จ่ายไฟฟ้าแรงสูงจำนวน 5 ต้น เสาไฟฟ้าขนาดเล็กจ่ายไฟฟ้าแรงต่ำจำนวน 3 ต้น โดยมีรถยนต์ที่ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับ และถูกสายไฟฟ้าพาดคร่อมไว้รวมทั้งหมด 7 คัน ได้แก่ รถยนต์กระบะอีซูซุสีแดง ทะเบียน ลพ 5835 กรุงเทพมหานคร ถูกเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่หักโค่นทับช่วงหลังคารถได้รับความเสียหายพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ได้แก่ นายสุทิน เทพสุภา อายุ 31 ปี คนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ และหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.ภูมิพล อาการเป็นตายเท่ากัน อีกราย นายบุญเลี้ยง อินทสร อายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอ ปากแตกฟันหัก เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.สายไหม ส่วนอีกรายไม่ทราบชื่อและไม่ทราบโรงพยาบาลที่นำส่ง
ถัดไปข้างหน้ารถกระบะเป็นรถเก๋งโอเปิล สีฟ้า ทะเบียน พบ 9738 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายกระจกมองข้างแตกหักทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากถูกสายไฟเกี่ยว ถัดไปข้างหน้าเป็นรถแท็กซี่ สีฟ้า ทะเบียน ทล 4677 กรุงเทพมหานคร ถูกเสาไฟฟ้าขนาดเล็กโค่นทับหลังคายุบกระจกด้านหน้าและประตูด้านซ้ายแตก ถัดไปเป็นรถบรรทุกหกล้อ ซึ่งเป็นรถส่งน้ำอัดลมยี่ห้อเป๊ปซี่ ทะบียน 81-2295 นนทบุรี ถูกสายไฟพาดคร่อมไม่ได้รับความเสียหาย ใกล้กันมีรถเก๋งโตโยต้า โคโรน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน 7ษ 5699 กรุงเทพมหานคร ถูกสายไฟพาดไม่ได้รับความเสียหาย ห่างออกไปอีกประมาณ 10 เมตร พบรถบรรทุกสี่ล้อ สีขาวคาดฟ้า ทะเบียน ตพ 4552 กรุงเทพมหานคร เป็นรถขนเครื่องมือแพทย์ ถูกเสาไฟฟ้าทับได้รับความเสียหายบริเวณหลังคา และห่างออกไปอีกประมาณ 15 เมตร มีรถบรรทุกสิบล้อ สีเทาทะเบียน 86-7201 นครปฐม ถูกสายไฟพาดคร่อมทั้งคัน ไม่ได้รับความเสียหาย
นายอิทธิศักดิ์ อำพันแสง อายุ42 ปี คนขับรถแท็กซี่สีฟ้าที่เสียหาย กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ขณะกำลังขับรถแท็กซี่ไปคืนอู่ โดยใช้เส้นทางถนนเพิ่มสิน-ออเงิน ระหว่างทางที่ขับมานั้นอากาศเริ่มแปรปรวน มีลมกระโชกแรง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุสังเกตเห็นเสาไฟฟ้าห่างจากจุดที่ตนอยู่ประมาณ 20 เมตรโค่นล้มลงมาด้านหน้ารถเก๋งโตโยต้าสีน้ำเงิน จากนั้นเสาไฟต้นอื่นๆ ก็ทยอยล้มตามกันอย่างต่อเนื่อง
“ระหว่างที่เสาไฟกำลังล้มต่อเนื่องกันหลายต้นนั้น ผมรู้สึกตกใจมากทำอะไรแทบไม่ถูก และรถผมอยู่ช่วงตรงกับเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่กำลังล้มลงมา ผมจึงตั้งสติแล้วก็พยายามหักหลบเพื่อให้พ้นเสาไฟขนาดใหญ่ที่กำลังล้ม แต่ก็มีเสาไฟฟ้าขนาดเล็กอีกต้นล้มทับมาที่หลังคารถผมอย่างจัง จนผมร้องเสียงหลง และผมก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เพราะศีรษะถูกกระแทกรู้สึกมึนๆ ยังถือว่าผมโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากกว่านี้” นายอิทธิศักดิ์กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.จตุพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นก็บันทึกเหตุการณ์และสภาพที่เกิดเหตุทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และจะเรียกผู้เสียหายทั้งหมดไปให้ปากคำอีกครั้ง และจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีอุบัติเหตุชนเสาไฟหักโค่น สันนิษฐานได้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกระแสลมที่พัดอย่างรุนแรง จนทำให้เสาไฟฟ้าต้นใดต้นหนึ่งล้ม ก่อนสายไฟจะรั้งเสาต้นอื่นๆ หักโค่นล้มลงมาด้วย เป็นเหตุให้มีรถยนต์ของประชาชนที่ขับขี่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุจำนวนหลายคันได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวอีก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบเสาไฟฟ้าที่เกิดเหตุว่าติดตั้งได้มาตรฐานหรือไม่ หากว่าเสาไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานก็จะเป็นความผิดของการไฟฟ้า ที่ประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่กายจนสาหัส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกิดเหตุมีประชาชนมาดูกันจำนวนมาก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ประชาชนที่บ้านเรือนอยู่ในละแวกนั้นได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ติดต่อกันหลายชั่วโมง นอกจากนี้ถนนเส้นดังกล่าวยังใช้การไม่ได้ ต้องปิดการจราจรไปโดยสิ้นเชิงจนกว่าเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะมาเก็บกู้เสาไฟฟ้าที่หักโค่น และสายไฟออกไปเสียก่อน
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางการไฟฟ้าเขตบางเขต ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่เกิดเหตุ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายมาเจรจาตกลงรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดกับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่ก่อน จากนั้นจะเร่งดำเนินการนำเสาไฟฟ้ามาเปลี่ยนให้เป็นการชั่วคราว



