
"เทือกจี้ตร.หามือยิงเอ็ม79ใส่'ร.1พัน1รอ.'
"สุเทพ ชี้ข่าวกรองสหรัฐแจ้งเบาะแสก่อวินาศกรรมไทย บอกม็อบแดงกรีดเลือดไม่ได้ผล แค่โฆษณาปรามทักษิณ อย่าปลุกระดมข้ามชาติระวังเจอข้อหาหนัก เค้นตำรวจหามือเอ็ม 79 เข้าใส่ ร.1 พัน.1 รอ.
(16มี.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุคนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(ร. 1 รอ.)ว่า เป็นสิ่งที่ตนกังวลใจอยู่ และตนพยายามกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามจับกุมแหล่งผลิตเอ็ม 79 แต่ไม่รู้ว่า เอ็ม 79 ที่ผลิตเรียบร้อยแล้วไปตกอยู่กับใครบ้าง ซึ่งกรมทหารราบที่ 1 รอ. เราเคยใช้เป็นกองบัญชาการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ( ศอ.รส.)แต่จากประสบการณ์เราเห็นว่า เป็นสถานที่ที่ป้องกันยากเพราะอยู่ใกล้ทางด่วน ซึ่งสามารถใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาได้ เราพยายามหาวิธีป้องกันแต่ทำได้ยาก หากจะนำปืนสไนเเปอร์ขึ้นไปอยู่บนอาคารโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ก็จะถูกกล่าวหาว่าเอากำลังไปซุ้มยิง ครั้งนี้จึงเปลี่ยนมาใช้กรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เป็นกองบัญชาการแทน ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกินความคาดหมาย
“ อยากเรียนไปถึงผู้ที่มุ่งสร้างสถานการณ์ในลักษณะที่โจมตีค่ายทหาร หรือที่ตั้งของทหาร ขอให้นึกถึงว่า อาจจะไปถูกเด็กที่เป็นลูก และเขาก็จะเกลียดชังท่านมากขึ้น ดังนั้นอย่าทำเลยเพราะไม่เป็นผลดี เราคนไทยด้วยกัน การใช้ความรุนแรงไม่มีประโยชน์ และไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นปกติ ธรรมดาในประเทศไทย ประวัติศาสตร์ประเทศไทย แนวความคิดแตกต่างกันได้แต่เราจะไม่เข่นฆ่ากัน ” นายสุเทพ กล่าว
ต่อข้อถามที่ว่า เหตุการยิงเอ็ม 79 สงสัยพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกหรือไม่ นายสุเพท กล่าวว่า ตนก็เฝ้าระวังพล.ต.ขัตติยะ อยู่แต่ก็ยังมีกลุ่มอื่นที่ต้องเฝ้าระวังด้วย จากการวิเคราะห์ของตนคิดว่า คนที่ทำงานให้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้รับคำสั่งตรงจากพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่างคนต่างพยายามสร้างผลงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนหนักใจ ทั้งนี้แต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายก็มีปัญหากันอยู่บ้าง ตนได้ติดตามและพยายามหาวิธีป้องกัน คนที่ยิงเอ็ม 79 เป็นคนที่ได้รับการฝึกมาแล้วแต่บอกไม่ได้ว่าเป็นทหารหรือตำรวจเพราะคนธรรมดาเมื่อไปฝึกมาก็สามารถยิงได้เช่นกัน
เมื่อถามว่า ศอ.รส.ประเมินว่ากลุ่มใดก่อเหตุนายสุเทพ กล่าวว่า ตนสงสัยบางกลุ่มและได้ตรวจสอบติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่ชัดเจน ถ้าชัดเจนจะแจ้งให้ทราบ คิดว่า สิ่งที่ทำเพื่อต้องการยั่วยุให้ทหารออกมาตอบโต้เพื่อให้เกิดเหตุรุนแรง และนำไปขยายผล ซึ่งตนได้เตือนกำลังพลทุกคนว่า เราทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ดังนั้นต้องอดทนอดกลั้น ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ร.11 รอ.เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนกับนายกฯ รู้สึกว่าสบายใจที่ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นซึ่งต้องขอบคุณนายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำที่ยกเลิกการชุมนุมและนำกลุ่มผู้ชุมนุมกลับ รวมถึงไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาแทรกแซง
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะกรีดเลือดและไปเทที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประสงค์ต้องการเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งก็มีคนให้ความสนใจอยู่แล้ว สื่อต่างประเทศก็เสนอข่าวว่า ไม่เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในโลก ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่นั้น ตนไม่อยากวิจารณ์เพราะถ้าพูดมากไปเดี๋ยวกลุ่มผู้ชุมนุนมจะโกรธ แต่มองเหมือนมะเขือเทศผสมน้ำ แต่ถ้าหากว่าประชาชนเกิดเป็นอะไรขึ้นมาทางแกนนำก็ต้องรับผิดชอบ
ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องขยายผลการชุมนุนมให้เป็นความรุนแรง รัฐบาลจะอดทนอดกลั้น ไม่ทำอะไรที่รุนแรง จากการประเมินสถานการณ์ ของศอ.รส.ตั้งแต่ 12 - 14 มี.ค.เราพยายามรักษาสภาพเอาไว้ให้อยู่ในระดับที่ดี ประชาชนก็มีความสบายใจ และจะพยายามทำอย่างนี้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากการประชุมยืดเยื้อไม่มีความรุนแรง นักท่องเที่ยว นักลงทุนก็จะไม่ตกใจ ตลาดหุ้นก็ยังดีอยู่ หากการเมืองอยู่ในกรอบที่เข้มแข็งไม่มีใครเสียเลือดเนื้อจะเป็นภาพที่ดีของประเทศเรา
เมื่อถามว่าคนในประเทศจะกลับมารักกันเหมือนเดิมได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่าต้องได้ตนไม่หมดหวังเมื่อเหตุการณ์เหล่านี้ผ่านพ้นไป คนไทยก็จะกลับมารักเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่เราต้องอดทนให้มาก ถามว่ารู้สึกกังวลหรือไม่ที่สภาจะบีบให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนกับพรรคร่วมรัฐบาลได้ติดต่อประสานงานกันหากพรรคร่วมมีปัญหาก็จะโทรศัพท์มาสอบถามซึ่งเรามีความเป็นเอกภาพดี ในส่วนของผู้นำทางทหารก็ไม่ได้มากดดันตน มีแต่ตนไปกดดันทหารที่ต้องดูแลตน
ต่อข้อถามที่ว่ามีแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุนมเรียกร้องให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยลาออกเพื่อการประชุมสภาไม่ครบองค์ประชุม นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องยุบถ้าสมาชิกขาดไปเท่าไหร่เราก็เลือกตั้งซ่อมเท่านั้น ส่วนการประชุมครม.จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
เมื่อถามว่า พ.ต.ท. ทักษิณออกมาทวิตเตอร์ ปลุกระดมคนเสื้อแดงจากต่างประเทศ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนอยากฝากไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ระมัดระวังในการใช้คำพูด ถ้าหากคำพูดของท่านเป็นการปลุกระดมและส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ ความผิดก็จะมากขึ้นเพราะท่านอยู่ต่างประเทศมีการกระทำการจากต่างประเทศ
ส่วนการนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ มารับโทษนั้นขึ้นอยู่กับประเทศที่เขาไปอยู่ว่าเขาจะตอบสนองต่อคำร้องของกระทรวงต่างประเทศของประเทศไทยอย่างไร ส่วนประเทศที่เขาไปอยู่ตอนนี้เราไม่ได้มีความสัมพันธ์ในลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก ส่วนหากพ.ต.ทักษิณ กลับมาที่ดูไบและใช้เป็นฐานในการเคลื่อนไหวนั้น การดำเนินการคงจะลำบาก ซึ่งการดำเนินการของพ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ประเทศอื่นๆคิดมาก เพราะท่านมีปัญหาในเรื่องทุจริต ซึ่งหลายประเทศต่อต้าน และลูกน้องของพ.ต.ท.ทักษิณ กระทำสิ่งต่างๆ เข้าข่ายการก่อการร้าย หากพ.ต.ท.ทักษิณ พูดหรือทำสิ่งที่ผิดประชาคมโลกไม่ยอมรับ และเขาจะเป็นผู้ตัดสินเอง ส่วนผู้ชุมนุมจะมีการชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่นั้น คิดว่า อยากจะอยู่กี่วันก็ให้พอสมควร อยู่ได้เท่าไรก็อยู่ แต่ขอความร่วมมือให้ดูแลบ้านเมือง
เมื่อถามว่า การยิงเอ็ม 79 เข้าไปใน ร. 11 รอ. ในช่วงกลางวันถือเป็นการการท้าทายหรืออุกอาจอำนาจรัฐหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนกลางวันเป็นช่องโหว่ของตนจริง ๆ เพราะถ้าตนตั้งด่านตรวจทุกคนจะเดือดร้อนมาก ดังนั้นการตั้งด่านตรวจชุดลาดตระเวนจึงทำเฉพาะตอนกลางคืนเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชิวิตอย่างปกติสุขให้มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศแจ้งเตือนมายังรัฐบาลไทยว่าจากการดักฟังโทรศัพท์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการสั่งการให้มีการก่อวินาศกรรม นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงพูดไม่ได้ แต่ขอเรียนว่าสาเหตุที่ทำให้ตนต้องการเพิ่มมาตรการเต็มที่ส่วนหนึ่งที่ข่าวที่มาจากต่างประเทศ ที่ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะมีหลายประเทศได้แจ้งเตือนเข้ามา ส่วนเขาจะได้ข่าวอย่างไรตนไม่ทราบ ทั้งนี้ตนคิดว่าไม่ว่าใครในโลกต้องการให้เรื่องราวความเห็นที่แตกต่างแต่ละประเทศเป็นเรื่องที่สามารถต่อสู้ได้ในกฎเกณฑ์กติกา และกรอบ แต่หากทำอะไรที่เป็นลักษณะการก่อการร้ายประเทศไหนเขาก็ไม่ชอบ ซึ่งตอนนี้ตนก็ติดตามดูทุกกลุ่ม



