ข่าว

เชื่อคนร้ายหวังยิงM79ใส่บ้าน"อักขราทร"

เชื่อคนร้ายหวังยิงM79ใส่บ้าน"อักขราทร"

16 มี.ค. 2553

คนร้ายยิงบึ้มM 79 ใส่บ้านนักธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ากลางดึก หลังคาทะลุ ห่างจากบ้าน"อักขราทร"เพียง 200 เมตร เชื่อคนร้ายหวังยิงใส่บ้าน"ประธานศาลปกครองสูงสุด"

(16มี.ค.) เวลา 02.30 น. ร.ต.ท.นวพล วิทยเกรียงไกร พนักงานสอบสวน (สบ.1) ได้รับเเจ้งมีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดภายในบ้านเลขที่ 22/8 ซอยลาดพร้าว 23 แยก 6 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.สุพจน์ พรหมศิริ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.สุรจิตร เปลี่ยนประเสริฐ สว.สส.สน.พหลโยธิน ร.ต.อ.สมชัย โชติยวัชชัย รองสว.สส.สน.พหลโยธิน และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี)

 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ปลูกมีรั้วรอบขอบชิด บริเวณบนหลังคาบ้านมีรูโหว่ 2 รู รูแรกเส้นผ่าศูนย์กลาง 2o x 5o เซนติเมตร รูที่ 2 เส้นผ่าศูนย์กลาง 70 x 80 เซนติเมตร ฝ้าเพดานเป็นรูพรุน เศษกระเบื้องแตกกระจัดกระจาย จนท.หน่วยเก็บกู้สามารถเก็บวัตถุ ลักษณะเป็นเศษหัวตระกั่วระเบิด ซึ่งเป็นปลอกรัดรอบหัวกระสุนเอ็ม 79 ได้ 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

 จากการสอบสวนนายวรสิทธิ์ เกียรติกวีอนันต์ อายุ 43 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนเปิดบริษัท เค อิมปรู๊ฟเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าเครื่องไฟฟ้าอิเล็กโทรนิค ก่อนเกิดเหตุตนได้นอนหลับพักผ่อนอยู่กับครอบครัว จากนั้นช่วงเวลา 02.00 น.ก็ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จึงตื่นมาดูก็พบว่าหลังคาเป็นรูโหว่ เศษกระเบื้องตกลงมาแตกกระจัดกระจายเต็มบ้าน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ ทั้งนี้ตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวกับใคร รวมถึงเรื่องธุรกิจก็ไม่เคยขัดแย้งกับใคร

 ด้านพ.ต.ท.อำนวย น้อยประเทศ รองผกก.ป.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า สำหรับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นภายในซอย 23 อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานติดตามจับกุมตัวคนร้าย ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ ทั้งนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับบ้านของนายอักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด แต่อย่างใด เนื่องจากอยู่คนละซอยกัน ซึ่งภายในท้องที่ของสน.พหลโยธินมีบ้านบุคคลสำคัญอยู่ 4 หลัง เป็นบ้านขององคมนตรี 2 หลัง บ้านกกต. 1 หลัง และบ้านของท่านอักขราทร สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยปกติจะมีเจ้าหน้าที่สายตรวจคอยตรวจตราอยู่ตลอด และจะมีสว.ป. มาตรวจวันละ 1 ครั้ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภายในซอยลาดพร้าว 23 เป็นซอยเดียวกับบ้านของพล.อ.สายหยุด เกิดผล รองประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย และประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (พีเน็ต) และยังมีบ้านของนายอักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตร เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายอาจจะพุ่งเป้าไปที่บ้านของนายอักขราทร แต่พลาดไปตกที่บ้านหลังอื่น

ผบก.น.2 ประชุมคลี่คลายคดียิงเอ็ม 79

 เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 ได้เรียก สว.สส. ในสังกัด บก.น.2 ทุกโรงพัก เข้าประชุมหามาตรการเฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยบ้านพักบุคคลสำคัญและสถานที่ราชการ หลังจากเกิดเหตุคนร้ายใช้ M-79 ยิงใส่ กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ (ร.1 พัน1 รอ.) ในพื้นที่ สน.บางซื่อ และเหตุการณ์ที่คนร้ายยิง M-79 ใส่บ้านนักธุรกิจในซอยลาดพร้าว 23 ใกล้กับบ้านของนายอักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

 พล.ต.ต.สาโรจน์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเหตุคนร้ายที่ยิงระเบิด m79 ใส่บ้านนักธุรกิจภายในซอยลาดพร้าว 23 คนร้ายไม่น่ามีวัตถุประสงค์มุ่งเป้าไปที่บ้านของนายอักขราทร เนื่องจากจุดที่คนร้ายก่อเหตุ กับจุดที่เกิดระเบิดขึ้นห่างกันประมาณ 300 เมตร ซึ่งบ้านของนายอักขราทร อยู่ห่างจากจุดที่เกิดการระเบิดประมาณ 300-400 เมตร จึงไม่อยู่ในรัศมีทำการของเครื่องยิงระเบิด m79 ที่จะสามารถยิงถึงได้ แต่หากคนร้ายยิงจากที่สูงด้วยวิถีโค้งก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ตนเชื่อว่าเป้าหมายของคนร้ายน่าจะเป็นการก่อกวนเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบมากกว่า ซึ่งตนได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาจุดเสี่ยงที่เป็นยอดตึกสูงในบริเวณใกล้เคียงประมาณ 5 จุดแล้ว แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบพยานหลักฐานและร่องรอยของคนร้ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนและอาคารต่างๆ บริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

 พล.ต.ต.สาโรจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุดังกล่าวนั้นจากการตรวจสอบกระสุน m79 พบว่าหัวกระสุนเป็นสีบรอนซ์ ส่วนเหตุที่ ร.1 พัน1 รอ. ทราบว่าหัวกระสุนเป็นสีทองแดง ซึ่งหัวกระสุนสีทองแดงจะมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงกว่า ตนได้สั่งการประสานขอกล้องวงจรปิดจากโทลเวย์ดอนเมือง ตั้งแต่จุดขึ้นโทลเวย์จนกระทั่งจุดสิ้นสุด ประมาณ 9 ตัว พร้อมทั้งกล้องจากทางด่วนในบริเวณใกล้เคียงมาตรวจสอบหารถยนต์ต้องสงสัย แต่เบื้องต้นยังไม่พบรถยนต์ต้องสงสัยของคนร้ายแต่อย่างใด ส่วนคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุนั้นคาดว่าน่าจะยิงมาจากบนโทลเวย์ และยิงขณะรถจอดนิ่งมากกว่า และคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 1 คน อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้ง 2 ไม่น่ามีส่วนเชื่อมโยงกัน

 “ยอมรับว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่ยาก เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นมืออาชีพ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะพยายามอย่างเต็มความสามารถ โดยจะทำให้รอบคอบและรัดกุมมากที่สุด เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ สำหรับท้องที่ บก.น.2 นั้น มีบ้านบุคคลสำคัญประมาณ 20 จุด และมีสถานที่สำคัญอีกจำนวนมาก ซึ่ง พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ได้กำชับให้ตำรวจทุกท้องที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ” พล.ต.ต.สาโรจน์ กล่าว

 รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ได้เรียกฝ่ายสืบสวน บก.น.5 มาร่วมสอบสวนเพื่อคลีคลายคดีที่คนร้ายก่อเหตุยิง m79 ใส่ ร.1 พัน1 รอ. ในท้องที่ สน.บางซื่อ ด้วย โดยมีการรวบรวมกล้องวงจรปิดทั้งแต่ดอนเมืองจนถึงทางลงโทลเวย์ขาเข้า ซึ่งขณะนี้ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด 5 ตัวแล้ว ส่วนกล้องอีก 2 ตัวบริเวณทางด่วนดอนเมืองและแจ้งวัฒนะ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ