
"มาร์ค"ไม่ไปประชุมสภา-เก็บตัวแก้เกมม็อบ
"อภิสิทธิ์" ไม่ร่วมประชุมร่วมรัฐสภา เก็บตัวถกศอ.รส.แก้เกมม็อบ ชิ่งบินตรวจภัยเเล้งตากเเละพิษณุโลก
(16มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11 รอ.) ว่า นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นประธานประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ(ศอ.รส.) โดยไม่ได้เดินทางไปร่วมประชุมร่วมรัฐสภา ที่อาคารรัฐสภา ถนนอู่ทอง ตามที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภานัดประชุมเพื่อพิจารณารายงานกรอบเจรจาไทย-กัมพูชา 4 ฉบับ รวมทั้งการพิจารณาร่างข้อตกลงการเข้าร่วมเป็นภาคีในกรอบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีขององค์เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้ง Cradit Guarantee and Investment Facity และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยต้องทำที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอ
จากนั้นเวลา 10.00 น.นายอภิสิทธิ์ได้หารือกับครม.บางส่วน กระทั่งเวลา 10.45 น.นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ที่ด้านหน้าเเหล่งสมาคมนายทหารร.11รอ.กรณีไม่ไปร่วมประชุมตามที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาเรียกประชุมร่วมรัฐสภาว่า ในส่วนของการประชุมสภา ประธานสภาพิจารณาตามปกติซึ่งมีวาระการประชุม เเต่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)มีความห่วงเรื่องสถานการณ์หากมีการประชุมจะล่อเเหลมต่อการที่จะเกิดเงื่อนไขความขัดเเย้งขึ้นจึงทำให้องค์ประชุมไม่ครบ เเละคิดว่าประชาชนเข้าใจได้ว่าสถานการณ์อย่างนี้เราต้องการหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้มีเงื่อนไขความขัดเเย้งใด ๆ ทั้งสิ้น การประเมินสถานการณ์ชุมนุมของศอ.รส.เห็นว่าเป็นไปตามปกติ ส่วนข้อตกลงที่กระทรวงการคลังจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภานั้นตนถามนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังเเล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการที่กลุ่มคนเสื้อเเดงจะเจาะเลือด 1 ล้านซีซีเพื่อนำไปราดประตูทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าฝ่ายสาธารณสุขได้ให้คำเเนะนำในการเจาะเลือดเพื่อให้ถูกต้องตามหลัก
เมื่อถามว่าการใช้เลือดเป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวจะทำให้รัฐบาลเปลี่ยนใจยุบสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า"ผมกลับเห็นว่ามันเป็นสัญลักษณ์ที่เเสดงให้เห็นว่าเลือดเนื้อที่ออกมาจากผู้ชมุนุมไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายรัฐเเน่นอน ผมอยากย้ำว่ามันมีความพยายามมาโดยตลอดที่จะทำให้เกิดความขัดเเย้งซึ่งรัฐบาลได้พิสูจน์เเล้วว่าเราจะไม่ใช้ความรุนเเรงกับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม ดังนั้นสัญลักษณ์ที่พูดถึงเลือดหรือกองเลือดนั้นคงไม่ใช่ มันไม่เหมือนกรณีที่ภาครัฐเป็นฝ่ายก่อความรุนเเรง เป็นประชาชนเสียเลือดเนื่อนั่มันคนละเรื่องกัน "
ต่อข้อถามว่า ตอนนี้สภาพการชุมนุมเหมือนว่าจำนวนคนจะเริ่มลดลง นายกฯห่วงหรือไม่ว่าาจะเริ่มใช้ความรุนเเรงเข้ามาเเทนที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็ติดตามประชุมเฝ้าระวัง การมีจุดตรวจการข่างยังทำเข้มข้นเหมือนเดิม ศรอ.รส.ก็ประชุมตามห้วงเวลาทุกครั้งไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะปล่อยให้หละหลวม
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะทำอย่างไรเพราะมีข่าวว่าผู้ชุมนุมอยากกลับบ้านเเต่ไม่มีรถโดยสารกลับ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าเป็นความประสงค์ของผู้ชุมนุม ตนคิดว่าประสานมาที่เจ้าหน้าที่ได้ ส่วนสถานการณ์ในตอนนี้ต้องระมัดระวังไม่ตั้งอยู่บนความประมาทเพราะการที่มีคนมาชุมนุมต้องมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นจำนวนจะมากหรือน้อยก็สุดเเล้วเเต่ เเต่เราทุกคนต้องทำงานอย่างเข้มเเข็ง
เมื่อถามว่าข่าวลือในช่วงนี้ยังมีอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังมีอยู่ตลอด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายวีระ มุสิกพงศ์ เเกนนำเเนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการเเห่งชาติ(นปช.)จะเปิดโต๊ะเจรจานายกฯพร้อมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนยินดีรับฟังความคิดเห็นอยู่เเล้วเเต่ไม่ใช่เป็นลักษณะเงื่อนไขการข่มขู่หรืออะไร นายวีระเป็นคนที่มีเหตุผลซึ่งสังเกตจากการที่ได้บริหารการชุมนุมก็พยายามดูเเลไม่ให้เกิดความตึงเครียด ตนก็ขอบคุณ ถ้าอยากมาเเลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองก็ยินดี
เมื่อถามต่อว่าอะไรที่จะทำให้การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมบรรลุผล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนคิดว่าวันนี้เราจะพูดว่าการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งประเทศจะเป็นเรื่องของรัฐบาลกับผู้ชุมนุมไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ ความเห็นใดที่มีเหตุผลของผู้ชุมนุม เรายินดีรับฟังเเละเราต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของคนทั้งประเทศ
ต่อข้อถามที่ว่า นายกฯบอกว่าอยากให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันหาทางออกหมายถึงจะเปิดช่องทางอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าคงต้องพูดคุยกันหลายเวที ข้อเรียกร้องในการยุบสภาเป็นเรื่องที่ตนเเลกเปลี่ยนมาโดยตลอดว่า ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยจะไปปฏิเสธเเข็งขันว่าจะไม่มีการยุบสภา เเต่การยุบสภาต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเดินไปข้างหน้าได้ ในขณะที่ยังมีเงื่อนไขกติกาซึ่งยังไม่ลงตัวกับปัญหาของความเสี่ยงกับความรุนเเรง เราก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เงื่อนไขเหล่านี้หมดไปเสียก่อน
ต่อข้อถามถึงเหตุยิงเอ็ม 79 ถล่มกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(ร. 1 รอ.)นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรัดในเรื่องนี้ส่วนการป้องกันการข่าวก็พยายามเต็มที่ อย่างไรก็ตามการข่าวการก่อวินาศกรรมนั้นยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า เหตุยิงเอ็ม 79 นั้นมีการเชื่อมโยงไปถึงการจับกุมโรงงานผลิตอาวุธหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ยังไม่มี มันไปบ่งบอกอย่างนั้นไม่ได้"
ต่อข้อถามที่ว่า การที่ไปตรวจพบอาวุธเเละมีการไปยิงถล่มค่ายทหารมันส่งสัญญาณอะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นการส่งสัญญาณว่ายังมีคนที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายความเข้าใจผิดความขัดเเย้งอยู่ ซึ่งรัฐบาลยืนยันมาตลอด ส่วนผู้ชุมนุมที่กังวลว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อปูทางไปสู่การใช้กฎหมายพิเศษมาปราบปรามนั้น ตนยืนยันว่าไม่มีเเนวคิดเข้าปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุมตามกฎหมาย เเละตอนนี้ยังไม่มีการใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลยังทำงานได้ตามปกติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "วันนี้ก็ทำงาน เดี๋ยวก็ไปทำงาน"
เมื่อถามว่านายกฯจะประชุมครม.ได้ตามปกติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ผมไม่พูดอะไรล่วงหน้า เเต่เราคงจะนัดหมายกันตามปกติเราจะถือหลักว่าการทำงานของเราต้องไม่มีส่วนไปสร้างเงื่อนไขความขัดเเย้งเเละไม่เสียงานคืองานสำคัญๆก็เดินต่อ ผมก็เซ็นเเฟ้มตามกติ ประเดี๋ยวจะขึ้นเหนือไปดูภัยเเล้ง"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากสัมภาษณ์เสร็จนายอภิสิทธิ์เรียกรถเบนซ์กันกระสุน เอส 600 ทะเบียน ษห 3834 กทม.มารับที่เชิงบันไดเเหล่งสมาคมนายทหาร ร. 11 รอ.เเละมุ่งหน้าไปยังสนามบินกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.)ดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องบินเจ็ต เเอมเเบร์ กองทัพบก ไปตรวจภัยเเล้งที่จ.พิษณุโลกเเละเขื่อนภูมิพล จ.ตาก โดยมีนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรเเละสหกรณ์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เเละนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์คนสนิทนายกฯ ร่วมเดินทางไปด้วย
โดยก่อนเดินทางนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภัยเเล้งว่า เรื่องใหญ่คือการบริหารนาปีที่ต้องทำให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ตนจะไปดูในพื้นที่ในเรื่องการประชาคมการใช้น้ำเเละเราเตรียมรับสถานการณ์ภัยเเล้งมาตั้งเเต่ต้นปีเเล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่กลัวโดนกล่าวหาว่าเอาเรื่องภัยเเล้งบังหน้าเพื่อหลบเลี่ยงการชุมนุมของคนเสื้อเเดง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะตอนนี้ความเดือดร้อน ตนมีหน้าที่ดูเเลคนทั้งประเทศ ขณะนี้ความเดือดร้อนอยู่ที่เรื่องภัยเเล้งก็เดินหน้าไป ส่วนการชุมนุมนั้นตนต้องบริหารรับฟังตลอด
ต่อข้อถามที่ว่าสถานการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นอุปสรรคในการทำงานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีปัญหา งานเดิมนั้นตั้งเเต่วันที่ 15 มี.ค.เเละวันนี้นั้นตนต้องอยู่ออสเตรเลีย ดังนั้นจึงไม่มีอะไรกระทบ การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งเต่ตนมาอยู่ที่ร. 11 รอ.ไม่มีปัญหา
ต่อข้อถามที่ว่าล่าสุดมีเหตุระเบิดใกล้บ้านพักนายอักขาทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุดเเล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าได้รับรายงานเเล้ว เเต่เป็นคนละซอยกัน



