ข่าว

เสื้อแดงดาหน้าเจาะเลือดกดดันรบ.ยุบสภา

เสื้อแดงดาหน้าเจาะเลือดกดดันรบ.ยุบสภา

16 มี.ค. 2553

แกนนำเสื้อแดงดาหน้าเจาะเลือดกดดันรัฐบาลยุบสภา มือเจาะเลือดส่วนใหญ่"ส.ส.พท.ที่เป็นหมอ" "จตุพร"ลั่นเดินหน้าเจาะเลือดต่อ แม้นายใหญ่ทวิตไม่หนุนสูบเลือดคนเสื้อแดง

(16มี.ค.) ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เวลา 08.00 น. แกนนำนปช. โดยนำนายวีระ มุสิกพงศ์,นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เริ่มดำเนินการเจาะเลือดโดยได้ตั้งโต๊ะบนเวทีใหญ่ เพื่อนำกลุ่มเสื้อเจาะเลือดก่อนนำไปเทที่หน้าประตูทำเนียบรัฐบาลเย็นวันนี้ โดยมีอดีตหมอ คือ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ข้าราชการบำนาญที่ออกจากราชการแล้ว แกนนำเสื้อแดงขอนแก่น รวมทั้งนพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย และบรรดาแกนนำเสื้อแดงที่เป็นอดีตหมอ พร้อมด้วยอุปกรณ์เจาะเลือด

โดยนายวีระเริ่มเจาะเวลา 08.30 น. เจาะที่ตรงข้อมือ เพราะเจอเส้นเลือดใหญ่ คนที่ 2 คือนายจตุพร หาเส้นเลือดใหญ่ไม่เจอบริเวณข้อแขน จึงต้องไปเจาะเลือดที่ข้อพับแขนขวา โดยสีหน้าเคร่งเครียด คนที่ 3 นายณัฐวุฒิ นพ. เหวง โตจิราการ นายอดิศร เพียงเกตุ นายการุณ โหสกุล โดยหลังจากเจาะเลือดแล้ว ทางแกนนำคนเสื้อแดงให้นำเลือดไปไว้ในถัง ซึ่งมีน้ำอยู่ โดยอ้างว่า เป็นน้ำยา ที่มีอยู่ประมาณครึ่งถัง

สำหรับบรรยากาศระหว่างการเจาะเลือด มีการเปิดเพลงปลุกใจ ,อ่านกลอน โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเพลงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เอาเลือดไปเทแผ่นดิน

นายจตุพรให้สัมภาษณ์ภายหลังการเจาะเลือด ว่า ที่ต้องนำเลือดไปเทไว้ในถังน้ำ เนื่องจากเป็นน้ำยาที่แพทย์เสื้อแดง บอกว่าจะช่วยทำให้เลือดไม่แข็งตัว ซึ่งสามารถนำเลือดคนเสื้อแดงทั้งหมดไปเทที่หน้าทำเนียบฯก่อนค่ำวันนี้ ยืนยันว่าจะมีการเปลี่ยนเข็มใหม่ทุกๆ เข็ม ซึ่งแกนนำเตรียมไว้ 7 หมื่นเข็ม และจะนำมาเพิ่มอีกให้ถึงแสนเข็ม

เมื่อถามกรณี พ.ต.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯทวิตเตอร์ช่วงเช้าวันนี้ มีข้อความระบุว่า อยากให้แกนนำนชป.ทบทวนแผนเจาะเลือดเพราะกลัวคนเสื้อแดงจะได้รับอันตราย นายจตุพร กล่าวว่า  พ.ต.ท.ทักษิณ คงหมายถึงเรื่องอันตรายของเข็ม แต่แกนนำดูแลอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุปกรณ์เจาะเลือดแกนนำบนเวทีมีพียงกระดาษเช็ดชู 1 ม้วน แอลกอฮอลล์ขวด สำลี เข็ม สายรัด พลาสเตอร์ปิดแผล และเข็มที่ซีนพลาสติก ถุงสำลีขนาดใหกญ่ ถังโพลาริสใสหูหิ้ว ยี่ห้อ สปิงเคิล ที่ระบุว่าเป็นน้ำยาที่ไม่ทำให้เลือดแข็ง ภายในถังมีน้ำสูงจากถึงประมาณ 2-3 นิ้ว ใส่ไว้รอเลือดอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเจาะเลือดของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตั้งแต่ช่วงเช้าได้เปิดให้ผู้ที่จะเจาะเลือดลงทะเบียนโดยให้ลงชื่อ นามสกุลพร้อมลายเซ็น จากนั้นได้เข้าคิวเจาะเลือดที่เต้นท์ติดแอร์สีขาวที่เปิดสองเต้นท์ ทำให้คิวผู้เข้าเจาะเลือดแถวยาวนับกิโล

โดยผู้จะเจาะเลือดต้องผ่านการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนโดยจะมีการตรวจวัดความดัน น้ำหนัก และสอบประวัติ สุขภาพ จากนั้นจะเข้าเจาะเลือดโดยเมื่อเจาะเลือดแล้วจะนำไปฉีดไว้ในแกลลอนที่ภายในใส่โซเดียมคลอไรด์กันไม่ให้เลือดแข็งตัว

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดและใช้เสร็จแล้วทิ้งและรับบริจาคจากประชาชนด้วย ส่วนแพทย์ที่เจาะเลือดมีทั้งหญิงและชายมาจากรพ.ศิริราช  รพ.ราชวิถี รพ.พระราม 9  รพ.จุฬาลงกรณ์ จากต่างจังหวัด ทั้งอุบล หนองคาย ขอนแก่น ทั้งหมดบอกว่ามาด้วยความสมัครใจโดยเต้นท์หนึ่งหลังจะมีแพทย์ประจำ 20 คน 

นางพรมรินทร์ เทียบทอง อายุ 39 ปี มาจากจว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ภูมิใจที่เสียเลือดครั้งนี้ ถือเป็นการเสียเลือดให้ประชาธิปไตย มีความมั่นใจ ในอุปกรณ์ที่นำมาใช้เจาะและมั่นในจขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ไม่กลัวว่าจะมีการติดเชื้อหรือได้รับอันตรายจากการเจาะแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าช่วงคืนที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างที่หลายฝ่ายกลัว โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯวิดิโอลิงค์มายังที่ชุมนุมเช่นเคย โดยพุ่งเป้าไปยังนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯขอให้หยุดเป็นไม้ค้ำยันรัฐบาล

ส่วนการเตรียมการเจาะเลือด 1 ล้านซีซี นพ.เหวง โตจิราการ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมเต้นท์ไว้รองรับผู้ชุมนุมมาเจาะเลือดซึ่งทำได้ครั้งละ 50 คน ขณะที่มีอาสาสมัครมาช่วยเจาะเลือกแล้ว 100 คน เชื่อว่าใน 1 ชม.จะสามารถเจาะได้หลายร้อยคน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเวลา 08.00 น.วันนี้

ด้านนพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากผู้ชุมนุมส่วนแพทย์หรือบุคคลากรทางการแพทย์จะไปดำเนินการให้นั้นจะเอาผิดได้หรือไม่ ตรงนี้ตามกฎหมายของไทยยังไม่ก้าวหน้าที่จะเอาผิดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่แน่ๆคือมีความไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามปัจจุบันแพทย์และพยาบาลทำการเจาะเลือดน้อยจะเป็นเจ้าหน้าที่เฉพาะ เช่น เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ควรเป็นแบบใช้แล้วทิ้งเพื่อความปลอดภัย โดยการเจาะเลือด 10 ซีซีถือว่าไม่มาก ไม่กระทบกับร่างกายมากนัก แต่ห่วงว่าจะไม่เจาะแค่ 10 ซีซี เพราะต้องการถึง 1 ล้านซีซี ต้องใช้คนถึง 1 แสนคน

นพ.สัมพันธ์ กล่าวอีกว่า การสัมผัสเลือดต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะมีเชื่อไวรัส หรือเชื้อโรคต่างๆ จึงอยากเตือนให้ผู้มีแผลถลอกเข้าไปสัมผัสเลือดเหล่านั้น