ข่าว

 เอกชนไม่เอายุบสภาห่วงศก.สะดุดกลางคัน

เอกชนไม่เอายุบสภาห่วงศก.สะดุดกลางคัน

16 มี.ค. 2553

ภาคธุรกิจย้ำไม่จำเป็นต้องยุบสภา ห่วงกระทบเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ยันรัฐยังบริหารจัดการประเทศได้ดี แนะควรจับเข่าหาทางออกเพื่อประโยชน์ของชาติ ขณะที่ "กรุงเทพธุรกิจโพลล์" เผย ร้อยละ 88 ไม่ต้องการยุบสภา

 เงื่อนไขการยุบสภาของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ดูเหมือนจะไม่มีสัมฤทธิ์ เพราะไม่เพียงแต่นายกรัฐมนตรีจะไม่ตอบรับแล้ว บรรดาภาคส่วนต่างๆ ก็ล้วนแต่ไม่ขานรับ โดยเฉพาะจากกลุ่มนักธุรกิจ

  นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เห็นว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการให้ยุบสภานั้น ควรมานั่งหารือว่าประเทศชาติจะได้อะไร เมื่อยุบสภาแล้วใครจะได้ประโยชน์ ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอคงเป็นไปไม่ได้ที่จะยุบสภา ซึ่งภาคเอกชนต้องการให้ใช้วิธีการเจรจามากกว่าที่จะใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา และไม่ต้องการให้มีการยุบสภา เพราะรัฐบาลเหลือเวลาทำงานเพียง 1 ปีเศษ เห็นว่าควรให้โอกาสแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจของประเทศกำลังเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น นักลงทุนต่างชาติก็เริ่มมั่นใจการลงทุน ควรให้รัฐบาลผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เดินหน้าต่อเนื่อง ถ้านายกรัฐมนตรีต้องประกาศยุบสภา ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่มาบริหารประเทศ 

 เช่นเดียวกับนายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ก็ไม่เห็นด้วยที่จะมีการยุบสภาขณะนี้ แต่หากปล่อยให้มีการเดินขบวนเพื่อกดดันให้มีการยุบสภาได้จะเหมือนบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย การยุบสภาอาจทำให้การบริหารทุกอย่างต้องหยุดนิ่ง รวมทั้งส่งผลให้ความเชื่อมั่นการลงทุนแย่ลง โดยเห็นว่าหากจะดำเนินการอะไร ควรเป็นไปด้วยเหตุและผล เท่าที่รับฟังข้อเรียกร้องของ นปช. ก็ยังไม่พบเหตุผลอันควร 

 มุมมองจากภาคท่องเที่ยวอย่าง นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา ขณะนี้ภาคธุรกิจกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่หากสถานการณ์ประท้วงทางการเมืองมีความรุนแรงไปถึงขั้นที่รัฐบาลยุบสภาจริงๆ จะทำให้ความน่าเชื่อถือของเราหายไป ขณะนี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว มีรัฐบาลของหลายประเทศสั่งห้ามประชาชนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

 นายอธิป พีชานนท์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้าง กล่าวว่า ในฐานะนักธุรกิจคงไม่อยากให้สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยืดเยื้อ อยากให้เหตุการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของทั้งคนไทยและต่างชาติกลับมา เพราะข้อเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือยุบสภานั้น อาจไม่ใช่ทางออกก็ได้ เพราะไม่ใช่ว่ายุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่เรื่องจะจบ ถ้าเลือกตั้งใหม่อีกฝ่ายชนะก็มีกลุ่มออกมาเรียกร้อง ไม่จบสิ้นต่อไป

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลสมควรยุบสภาหรือลาออกหรือไม่ ก็เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่มีอะไรที่ผิดพลาดจนปรากฏหลักฐานการทุจริตชัดเจน จนต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภา ก็ควรปล่อยให้รัฐบาลบริหารบ้านเมืองต่อไป

 ทั้งนี้มีกลุ่มนักธุรกิจอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ยุบสภา อาทิ น.ส.ดวงใจ สุขเกษมสิน รองประธานและประธานคณะอนุกรรมการการค้าชายแดน หอการค้าจังหวัดหนองคาย นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย นายวิรัช อัศวสุขสันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา ฯลฯ

 ท่ามกลางกระแสความร้อนแรงทางการเมืองดังกล่าว วันเดียวกัน "กรุงเทพธุรกิจโพลล์" จัดทำโพลล์ "คุณคิดว่ารัฐบาลควรยุบสภาหรือไม่" เพื่อสำรวจความคิดเห็นของบุคคลทั่วไปว่ารัฐบาลควรจะตัดสินใจยุบสภาในขณะนี้หรือไม่ โดยผ่าน 2 ช่องทาง คือช่องทางแรก สำรวจแบบคลิกโหวตผ่านเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ www.bangkokbiznews.com โดย 1 UIP โหวตได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ช่องทางที่ 2 จัดทำแบบสอบถามผ่านทางอีเมลไปยังฐานรายชื่อสมาชิกหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และผู้อ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริหาร นักธุรกิจ และพนักงานองค์กรธุรกิจ

 ผลการสำรวจพบว่ามีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 629 คน ในจำนวนนี้เห็นว่า ควรยุบสภา จำนวน 76 คน คิดเป็นร้อยละ 12 ที่เหลือ ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา จำนวน 553 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 88