
โรงสีแนะขยับค่ารับซื้อดึงราคาข้าว
"พาณิชย์" ประกาศราคาอ้างอิงข้าวช่วง 15-21 มีนาคม ลดลงต่อเนื่อง โรงสีแนะกำหนดราคาอ้างอิงต่ำสุด พร้อมส่งสัญญาณตลาด รัฐไม่ปล่อยราคาต่ำอีก เสนอกำหนดราคารับซื้อแบบขั้นบันไดนำตลาดสัปดาห์ละ 200 บาท หวังดึงราคาขึ้นอย่างน้อย 10% เชื่อไม่บิดเบือนกลไก
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและอัตราชดเชยข้าวเปลือก ราคาข้าวเปลือกรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เพื่อใช้ในการจ่ายเงินชดเชย ระหว่างวันที่ 15-21 มีนาคม 2553 ข้าวเปลือก (รอบที่ 1) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,919 บาท อัตราชดเชยตันละ 1,081 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ 10,204 บาท ไม่ต้องชดเชยข้าวเปลือกเหนียวตันละ 10,519 บาท ไม่ต้องชดเชย
ข้าวเปลือก (รอบที่ 2) ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 8,919 บาท อัตราชดเชยตันละ 1,081 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานีตันละ 10,204 บาท อัตราชดเชยตันละ 796 บาท และข้าวเปลือกเหนียวตันละ 10,519 บาท ไม่ต้องชดเชย
ด้านนายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า หากรัฐไม่ดำเนินการแก้ปัญหาเสถียรภาพราคาข้าว จะส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงอาจต่ำกว่าตันละ 8,000 บาทได้ ซึ่งสมาคมได้เสนอแนวทางกำหนดราคาขั้นต่ำ โดยให้ใช้ราคาอ้างอิงล่าสุดและส่งสัญญาณไปถึงตลาดว่า รัฐบาลไม่ยอมให้ราคาต่ำกว่าลงไปอีก ถ้าดำเนินการจริงจัง ก็จะทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศไม่ชะลอคำสั่งซื้ออีกต่อไป
ทั้งนี้ ราคาขั้นต่ำคำนวณจากราคาเดือนมีนาคมย้อนหลัง 3 ปี ตันละ 8,919 บาท ซึ่งโรงสีทั่วไปจะซื้อข้าวในตลาดราคาเฉลี่ยตันละ 8,800-8,900 บาท มีส่วนต่างกันไม่มาก ทำให้โรงสีไม่จูงใจในการซื้อข้าว
ส่วนโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าว ได้เสนอให้กำหนดราคารับซื้อแบบขั้นบันได เฉลี่ยให้เพิ่มราคารับซื้อจากราคาอ้างอิงไปอีกตันละ 200 บาททุกสัปดาห์ จนกว่าราคาจะสูงกว่าราคาตลาดไม่เกิน 10% หรือประมาณตันละ 9,700 บาท ซึ่งไม่เกินราคาประกัน และไม่เป็นการบิดเบือนกลไกตลาด แต่ต้องผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)
"รัฐบาลส่งสัญญาณไปเลยว่า ราคาข้าวจะไม่ต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว ผู้ซื้อต่างประเทศก็กล้าที่จะสั่งออเดอร์ ขณะที่โรงสีที่มีข้าวอยู่ในมือ ก็ไม่ต้องกลัวจนต้องรีบขายข้าวออก เพราะกลัวว่าถ้าถือข้าวต่อไปราคาตกต่ำไปอีก ก็จะทำให้ขาดทุนมาก" นายชาญชัยกล่าว



