
คลังจี้กยศ.ปรับระบบติดตามหนี้เล็งหักเงินเดือนผ่านบัญชีแบงก์
ปลัดคลังจี้ กยศ.วางระบบติดตามการชำระหนี้คืนของนักศึกษาใหม่ ประสานความร่วมมือแบงก์รัฐ บริษัทขนาดใหญ่หักเงินเดือนชำระคืน หลังพบแนวโน้มหนี้ค้างสูงขึ้นทุกปี
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 12 ปี ของการจัดตั้งกองทุน กยศ. โดยได้มอบนโยบายในการบริหารงานของกองทุน กยศ. ให้มุ่งเน้นแนวทางการบริหารด้านการชำระหนี้คืนของนักศึกษา ด้วยการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมระหว่างนักศึกษาและกองทุน เพื่อให้นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อเงินกู้ยืม และเพื่อให้นักศึกษารุ่นน้องจะได้มีเงินกู้ยืมต่อไป
นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีในการติดตามหนี้นักศึกษาที่เรียนจบและมีงานทำแล้ว เพื่อที่จะได้ติดตามการชำระหนี้ได้ โดยมอบหมายให้ผู้จัดการกองทุนศึกษาแนวทางในการติดต่อกับบริษัทขนาดใหญ่ และธนาคารที่จัดทำบัญชีเงินเดือนสำหรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้วมีงานทำ เพื่อจะได้หักเงินเดือนชำระหนี้ตามระยะเวลาที่กำหนด
“ถือเป็นการอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บหนี้ เพื่อไม่ให้มีปัญหากับสถานะกองทุนเพราะไม่ต้องการใช้แนวทางในการฟ้องร้องนักศึกษา คาดว่าจะเริ่มใช้แนวทางดังกล่าวกับนักศึกษาจบใหม่แล้วเข้ามาเป็นข้าราชการ เพราะมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีระบบการจ่ายเงินเดือนผ่านธนาคาร เป็นต้น โดยสัดส่วนการหักนั้นจะมีการศึกษาให้มีความเหมาะสม และไม่กระทบต่อการดำรงชีพของผู้กู้ยืม นอกจากการให้บริการทางการเงินผ่านธนาคารกรุงไทยแล้ว ยังมีนักศึกษาติดต่อขอกู้ได้ที่ธนาคารอิสลามฯ“ นายสถิตกล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่จัดตั้ง กยศ. มีสมาชิกกว่า 3.5 ล้านราย ให้กู้ยืมแล้วคิดเป็นมูลหนี้กว่า 3.2 แสนล้านบาท โดยมียอดเฉลี่ยกู้ยืมประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ล่าสุดต้นเดือนมีนาคม 2553 มีนักศึกษาเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงหนี้กว่า 3 หมื่นราย โดยพบว่าเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มากที่สุด เพราะส่วนใหญ่เรียนจบก็เข้ามาทำงานในเมืองหลวง



