ข่าว

ธ.ก.ส. หนุนเกษตรกร ปรับเปลี่ยนการผลิตฝ่า "วิกฤตปุ๋ยแพง"

ธ.ก.ส. หนุนเกษตรกร ปรับเปลี่ยนการผลิตฝ่า "วิกฤตปุ๋ยแพง"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ธ.ก.ส. ชวนเกษตรกรรับมือ "วิกฤตปุ๋ยแพง" หันมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุน เร่งกระจายความรู้ด้านการผลิต ผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 399 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนการผลิตกว่า 250,000 ราย

สมเกียรติ กิมาวหา รอง ผจก.ธ.ก.ส.เปิดเผยว่าปัญหา "ปุ๋ยเคมี" ขาดแคลนและ "ราคาแพง" เนื่องจากวิกฤตแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 และสงครามความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต้นทุนการผลิต "เกษตรกร" ไม่เฉพาะแค่ประเทศไทยแต่เกิดขึ้นทั่วโลกเพื่อรับมือกับปัญหาและสร้างทางเลือกให้กับเกษตรกรในการลดการพึ่งพาการนำเข้า "ปุ๋ย" จากต่างประเทศ ธ.ก.ส.จัดทำโครงการศูนย์เรียนรู้สู้ภัยต้นทุนการผลิตสูง โดยระดมพลังปราชญ์ชาวบ้าน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส. ทั้ง 399 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส. บ้านซับรวงไทร ตำบลนาฝาย อำภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 

   สมเกียรติ  กิมาวหา รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.

 

นับว่าเป็นต้นแบบในการผลิต "ปุ๋ยอินทรีย์" ใช้เองทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ ที่สนใจการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไก่แล้วนำมาเพาะปลูกผักปลอดภัย นำไปจำหน่ายในตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส.

       ผศ.ดร.อภิชาติ อาจนาเสียว  เจ้าของนวัตกรรมฟาร์มสุกรอัจฉริยะ

บ้านซับรวงไทร ได้รับการสนับสนุนจากธ.ก.ส. โดยได้รับการพัฒนาจากชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง จนพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่การผลิต "ปุ๋ยอินทรีย์" การผลิตผักปลอดภัย ตลอดจนระบบการเชื่อมโยงตลาด ทั้งในท้องถิ่นและภายนอกได้เป็นอย่างดี

 

ติดตามข่าวสาร คมชัดลึก อื่นๆ ได้ที่
Facebook - https://www.facebook.com/komchadluek
LineToday- https://today.line.me/th/v2/publisher/100057

      ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงสู่ความยั่งยืน

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส. เหล่านี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์การปรับเปลี่ยนการผลิตสู่การทำการเกษตรแบบยั่งยืน ฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งความรู้ด้านการใช้สมุนไพร การผลิตปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยเบญจคุณ ปุ๋ยหมัก

 

การนำเศษวัสดุเหลือใช้ในภาคการเกษตรมาปรับเปลี่ยนเป็นของที่มีประโยชน์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้เพิ่ม โดยตั้งเป้าเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเพื่อฟื้นฟูอาชีพและการปรับเปลี่ยนการผลิต จำนวนกว่า 250,000 ราย

     ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงสู่ความยั่งยืน

 

นายสมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า "วิกฤตราคาปุ๋ยแพง" ที่เกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตของประเทศไทยไปสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตและประชาชนที่เป็นผู้บริโภคแล้ว ยังสอดรับกับกระแสโลกที่กำลังรณรงค์ให้ทุกประเทศร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดปัญหาโลกร้อน มีการกำหนดเกณฑ์การส่งออกผลผลิตทางการเกษตรที่มุ่งเน้นในเรื่องความปลอดภัยและการห้ามใช้สารเคมี เป็นต้น

 

ในส่วนของ ธ.ก.ส. กำหนดวิสัยทัศน์ เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน โดยในปีบัญชี 2565 ธ.ก.ส. วางนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้หลัก BCG Economy Model เพื่อต่อยอดจุดแข็งของประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางภูมิสังคม - วัฒนธรรม โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเสริม เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตจากทำมากแต่ได้น้อยไปสู่ทำน้อยแต่ได้มาก

 

และตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางอาหารปลอดภัยของโลก ได้แก่ Bio Economy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพมุ่งเน้นใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า Circular Economy  ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ หนุนแนวคิด Zero waste ในการลดขยะให้เป็นศูนย์และ Green Economy ระบบเศรษฐกิจสีเขียวที่มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษ การลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน

 

ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนเกษตรกรทั้งที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. อยู่แล้ว บัณฑิตจบใหม่ รวมถึงแรงงานคืนถิ่นที่พร้อมจะนำความรู้เทคโนโลยีและประสบการณ์กลับมาพัฒนาภาคการเกษตรและบ้านเกิดผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำทุกรูปแบบ เช่น โครงการสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ  สินเชื่อนวัตกรรมดีมีเงินทุน สินเชื่อ SMAEs สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย สินเชื่อ Green Credit  เป็นต้น

 

นายสมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของธุรกิจฟาร์มสุกรขุน อีซี่ เทค ฟาร์ม ของ ดร. อภิชาติ อาจนาเสียว  ทายาทเกษตรกรที่รับช่วงต่อธุรกิจจากบิดา  มีการนำความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนโรงเรือนให้เป็นโรงเรือนอัจฉริยะ สามารถเช็คระบบโรงเรือนได้ง่าย ๆ ผ่านสมาร์ตโฟนพร้อมเก็บข้อมูลบน Cloud ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง

 

การนำระบบเซ็นเซอร์มาใช้ในการควบคุม ทั้งการให้อาหาร อุณหภูมิโรงเรือน การตรวจสอบความผิดปกติของสุกร ซึ่งทำให้สุกรที่เลี้ยงในระบบเปิดของฟาร์ม สามารถดูแลได้ง่ายและให้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าสุกรขุนที่เลี้ยงในระบบปิด ซึ่งมีการลงทุนที่สูงกว่า มีการจัดทำแผนต่อยอดในการใช้มูลสุกรมาผลิตเป็นไฟฟ้าชีวมวล เพื่อนำมาใช้ภายในฟาร์ม ช่วยลดต้นทุนการผลิตและแก้ปัญหาด้านมลพิษจากกลิ่น

 

ด้าน กาลครั้งหนึ่งฟาร์ม ของ รสิตา จรดล ถือเป็น Young Smart Farmer ที่หันมาธุรกิจด้านการเกษตร โดยเลี้ยงโคนมแม่พันธุ์กว่า 300 ตัว และส่งน้ำนมดิบจำหน่ายให้แก่สหกรณ์รวบรวมน้ำนมดิบในพื้นที่ใกล้เคียง

 

ต่อมาได้พัฒนาการผลิตเครื่องรีดน้ำมูลโคอบแห้งเพื่อผลิตและจำหน่ายปุ๋ยมูลโคอบแห้งสำหรับเกษตรกรซึ่งปัจจุบันจดทะเบียนเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องรีดน้ำมูลโคอบแห้งกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.(สกต.)จังหวัดชัยภูมิ เพื่อจำหน่ายเครื่องรีดน้ำฯไปยังเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมูลโคด้วยการแปรรูป ลดต้นทุนในการนำเข้าเครื่องรีดน้ำในมูลโคสดจากต่างประเทศและลดปัญหามลภาวะเรื่องกลิ่นอีกด้วย

 

นอกจากนั้น ยังมีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำนมดิบมาแปรรูปเป็นโยเกิร์ต ไอศกรีมโยเกิร์ตและมอสซาเรลลาชีส จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์

 

ทั้งนี้  ธุรกิจทั้ง 2 แห่ง  ถือเป็นตัวอย่างในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยภายใต้หลัก BCG ที่นำไปสู่ความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงการเสริมศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทยในเวทีการค้าโลก

 

เพื่อไม่พลาด ข่าวสารต่างๆ คมชัดลึก ไปที่
Website -  www.komchadluek.net
Facebook - https://www.facebook.com/komchadluek
LineToday- https://today.line.me/th/v2/publisher/100057

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด