ข่าว

 จากลูกแถวถึงพลตำรวจเอก

จากลูกแถวถึงพลตำรวจเอก

15 มี.ค. 2553

"คงอยากจะทำเรื่องขอพระราชทานยศพล.ต.อ. ให้ผมตอนตายแล้วมากกว่า" ไม่มีใครคาดคิดว่าคำพูดประโยคนี้ของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา จะกลายเป็นจริงขึ้นมา

ใครจะคิดว่านายตำรวจผู้กล้าอย่างพ.ต.อ.สมเพียร ที่ต่อสู้กับโจรใต้มากว่า 30 ปี จนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญมาลา "เข็มกล้ากลางสมร" จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ขณะยังเป็นนายตำรวจชั้นประทวน และได้เข้าพิธี "ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา" จะพบกับบทสุดท้ายเช่นนี้

 ไม่คาดคิดว่าวันที่ท่านหอบรางวัลแห่งเกียรติยศมากมายจากการทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่มาร้องขอน้ำใจจากผู้บังคับบัญชา ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วงบั่นปลายชีวิตก่อนเกษียณ เพื่อเป็นรางวัลให้ครอบครัวด้วยการขอย้ายตัวเองไปอยู่ท้องที่เล็กๆ ในจ.ตรัง ต้องกลับไปอย่างสิ้นหวัง

 "จ่าเพียร" ของชาวบ้านเป็นตำรวจที่ทุ่มเททำงานมาตลอดชีวิต เข้ารับราชการตั้งแต่ระดับต่ำสุดคือลูกแถว เพียรทำงานเสี่ยงชีวิตจนก้าวมาถึงตำแหน่งผู้กำกับ ยศพันตำรวจเอก และจะเกษียณอายุในอีกปีเศษ

 หลังจากเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและกลับไปมือเปล่า นายตำรวจท่านนี้ก็ไม่ได้คิดท้อถอย แต่กลับไปทำงานในพื้นที่อย่างตั้งใจ

 บทสัมภาษณ์สุดท้ายกับ "คม ชัด ลึก" ไม่กี่วันก่อนเสียชีวิตสะท้อนได้ดี เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมก็กลับไปก้มหน้าก้มตาทำงาน ดึงมวลชนที่เคยอยู่ในขบวนการพูโลมาช่วยงานข่าวแบบ "หนามยอกเอาหนามบ่ง" ออกลาดตระเวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ยังมีแผนงานอีกมากมายที่ผกก.ท่านนี้ให้สัมภาษณ์ไว้กับเรา กำลังเดินหน้าเพื่อความสงบสุขของพี่น้องบันนังสตา สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

 ความตายของผกก.สมเพียร ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เกิดจากการทุ่มเทแลกด้วยชีวิต โดยไม่มีผู้บังคับบัญชาให้ความเมตตา เหลียวแล ไม่คำนึงถึงคุณธรรม หรือความดีความชอบ คิดเอาแต่กอบโกยหาผลประโยชน์ ซื้อขายตำแหน่ง 

 ตำรวจที่เสียสละมาตลอดชีวิตต้องมาจบชีวิตขณะที่ถูกปลอบว่ารอการเยียวยาและผู้บังคับบัญชาเพิ่งเห็นความดีความชอบก็ตอนหมดลมหายใจไปแล้ว

 สตช.ช่างน่าสมเพช เกินเยียวยาจริงๆ