ข่าว

ศอ.รส.สั่งเข้มร.11รอ.เต็มสูบลั่นแดงบุกไม่ได้

ศอ.รส.สั่งเข้มร.11รอ.เต็มสูบลั่นแดงบุกไม่ได้

14 มี.ค. 2553

ศอ.รส.สั่งคุมเข้ม ร.11 รอ.เต็มสูบ ลั่นอย่าให้เสื้อแดงบุกเข้ามาได้ ชี้เสื้อแดงรักความรุนแรงอาจ “ปาขี้ - ยิงหนังสติ๊ก” และอาจถึงขั้นยิงเอ็ม 79 เข้าค่าย “สุเทพ” แทงกั๊กประกาศ “พรก.ฉุกเฉิน” อ้างขอดูสถานการณ์ ยันกองทัพกับรัฐบาลยังจูบปากกันอยู่ ไม่หวั่นม็อบบ

 (14 มี.ค.)  ที่โรงยิมภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เมื่อเวลา 18.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานที่ปรึกษา ทบ. พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ.เดินทางตรวจเยี่ยมกำลังพล และกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลตั้งแต่ระดับผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับกองร้อย ผบ.หมวด และ ผบ.หมู่ ประมาณ 500 นายที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายใน ร. 11 รอ. ภายหลังกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะเดินทางมาชุมนุมที่ ร. 11 รอ.ในวันที่ 15 มี.ค.นี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กำลังพลครั้งนี้ นายสุเทพ และพล.อ.อนุพงษ์ จะเน้นถึงเรื่องการปฏิบัติหน้าที่จะต้องเคร่งครัด และทำตามขั้นตอน โดยนายทหารที่เข้ารับฟังนโยบายประกอบด้วยนายทหารระดับผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับหมวด ที่จะนำหน่วยทหารประทวน และพลทหารปฏิบติหน้าที่ ให้รับทราบตรงกันในการปฏิบัติหน้าที่ตรงกัน เพราะแต่ละหน่วยมาต่างกองทัพภาค และเหล่า

 พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวให้โอวาทกับกำลังพลว่า อยากบอกผบ.หน่วยทุกคน ให้บอกผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เรามาปฏิบัติภารกิจนี้ สิ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอ เราไม่ได้เป็นพวกของใคร เราเป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรามารักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งพี่น้องคนไทยทั้งนั้น โดยเราจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะใช้การสร้างความเข้าใจ ดังนั้นต้องชี้แจงผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี ในใจจะเป็นอย่างไร ผู้บังคับบัญชาไม่ว่าอะไร แต่เราเป็นทหารของในหลวง เรามีสีเดียว คือ สีเขียว เป็นทหารของชาติ แต่คนที่มาเป็นพี่น้องคนไทย เขาอาจคิดอีกแบบ หรืออย่างไรก็แล้วแต่ เราไม่ก้าวล้ำในส่วนนั้นของเขา สิ่งที่เราทำ คือ ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้ได้ เราจึงต้องชี้แจงผู้ใต้บังคับบัญชา ว่า การปฏิบัติต้องสมควรแก่เหตุที่ทำให้เหตุการณ์สงบ เรามีขั้นตอนต่างๆ อย่าทำลัดขั้นตอน อย่าทำด้วยโทสะ เขาเป็นคนไทย เราก็เป็นคนไทย เราต้องพยายามควบคุมลูกน้องเราให้ได้ ผบ.ทบ.เชื่อมั่น ถ้าเราตั้งจิตใจให้ดี คงไม่มีอะไรรุนแรง

 จากนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงกล่าวให้โอวาทว่า ภายในโรงยิมฯ โดยนายสุเทพ กล่าวตอนหนึ่งว่า   ต้องขอขอบคุณและเป็นกำลังใจในความเสียสละขอท่านที่มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ภารกิจของท่านคือการดูแลไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับหน่วยทหารแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศอ.รส. ที่ถือเป็นหัวใจในการสั่งการของรัฐบาลทั้งหมด ซึ่งนายกฯ ตนและผู้บังคับบัญชา เพื่อนรัฐมนตรี และเพื่อนข้าราชการจะอยู่ที่นี่จนกว่าภารกิจที่สำคัญนี้จะผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องที่จะมาปกป้องตน นายกฯ ผบ.ทบ. รองผบ.ทบ. หรือ ผบ.ของท่าน แต่เป็นการปกป้องความศักดิ์สิทธิของกฎหมายบ้านเมือง และปกป้องระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหัวใจของประชาธิปไตยคือการเคารพกฎหมาย

 นายสุเทพ กล่าวอีกว่า หัวใจและจุดยืนนโยบายของรัฐบาล เราไม่ได้มองคนที่มาชุมนุมเป็นอริราชศัตรูที่จะต้องมาบดขยี้ทำลาย เรามาทำหน้าที่ปกป้องไม่ให้คนเหล่านั้นฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบที่ดีงามของบ้านเมือง ตนต้องขอบคุณพี่น้องทหารทั้งหลาย เพราะเป็นครั้งแรกชีวิตที่ท่านต้องออกปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอาวุธ ทราบว่าเป็นงานที่ทำได้ยากลำบาก เพราะไม่ใช่ปกติปฏิบัติ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองแต่เป็นเรื่องของฝ่ายรักษากฎหมายบ้านเมืองกับฝ่ายที่กำลังทำลายกฎเกณฑ์กติกาบ้านเมือง ถ้ารัฐบาลที่มาจากากรเลือกตั้ง มีนายกฯมาจากระบอบประชาธิปไตยสามารถรักษากติกาบ้านเมืองไว้ได้ก็จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยในบ้านเมืองเราเข้มแข็งขึ้นในอีระดับหนึ่ง และประชาธิปไตยของบ้านเราก็จะมากคงยิ่งขึ้น

 “ ผมเห็นใจและเข้าใจอย่างยิ่งที่ท่าต้องมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยมือเปล่า มีเครื่องป้องกันเพียงเล็กน้อย แต่รัฐบาลนี้จะดูแลเบี้ยเลี้ยงให้เป็นพิเศษเหมือนกันทั้งหมดทั้งตำรวจ   ทหาร รัฐบาลได้ดูแลด้วยมาตรฐานเดียวกัน และไม่เหมือนกับที่เคยปฏิบัติกันมาก่อน ” นายสุเทพ กล่าว

  พล.ท.ดาว์พงษ์    รัตนสุวรรณ   รองเสนาธิการทหารบก   กล่าวกับกำลังพลว่า   ภารกิจใหญ่คือการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ภารกิจในการรักษาความสงบนาทีนี้ การรักษาความสงบกองบัญชาการ ศอ.รส. ที่ ร.11 รอ.ก่อน ท่านผู้บังคับหน่วยที่พาลูกน้องมาให้พาลูกน้องไปกราบพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ซึ่งอยู่ด้านหน้า ร.11 รอ. เพราะท่านเป็นผู้บังคับการคนแรกของ ร. 11 รอ.แห่งนี้      

             “ ผู้ชุมนุมที่มาเป็นคนไทยด้วยกัน แต่ภายใต้คนไทยด้วยกัน มีกลุ่มที่พยายามสร้างความรุนแรงเราจะเจอแน่ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ เขาพยายามยั่วยุเราทุกวิถีทาง โดยเฉพาะกำลังพลของเราที่อยู่แนวด้านหน้า กลุ่มพวกนี้เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างรักความรุนแรง หน้าที่ของเขาคือพยายามยั่วยุ ให้เราหมดความอดทน ไม่ว่าจะเป็นการเอาสิ่งปฏิกูลขว้างปา เอาหนังสติ๊ก ใส่ลูกเหล็ก ลูกหินยิงเข้ามา หรือ อาจไม่แน่ที่จะยิงเอ็ม 79 เข้ามา ซึ่งผู้บังคับบัญชาห่วงใยจึงให้นำรถยนต์มาจอดเป็นแนวใกล้รั้ว นายทหารจะได้หลบได้ ” รองเสธ.ทบ.กล่าว

 พล.ท.ดาว์พงษ์  กล่าวว่า เมื่อช่วงที่ตนไปตรวจเยี่ยมการฝึกมีความกังวลอยู่เล็กๆ จึงอยากฝาก ตั้งแต่ผู้บังคับกองพัน จนถึงระดับผู้หมู่ลงไป   ท่านต้องเข้าใจภารกิจว่า ให้มายืนทำอะไร และต้องมีการแบ่งมอบพื้นที่ให้ชัดเจน ที่สำคัญต้องมีความละเอียด รอบคอบ เหมือนการฝึกตั้งรับ ที่ต้องแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งผบ.ทบ.ท่านบอกว่า ทหารที่ไปยืนหน้าสุดจะมีสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่ตรงประตูรั้วรอบค่าย  ด้านที่หนัก คือ ด้านพหลโยธิน ส่วนอีกพวกหนึ่งอยู่ริมบ่อ   ซึ่งคนที่มาตบมือ รักสันติก็มี แต่พวกยั่วยุ พยายามทุกอย่างให้เราหมดความอดทน อดกลั้นก็มี ผู้บังคับบัญชาจึงไม่กล้าให้เราพกปืน เพราะกลัวเราบรรลุแก่โทสะ อาวุธที่เรามี คือ กระบอง   และจะตีได้ต่อเมื่อผู้บังคับบัญชาอนุมัติ   จริงอยู่ที่ผู้ชุมนุมไม่กล้าบุกเข้ามา แต่ถ้าเราปล่อยให้เขาบุกเข้ามาใน ร.11 รอ. จะเป็นเรื่องใหญ่   ดังนั้นท่านต้องเอาให้อยู่   

 “ ผู้บังคับหน่วยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์รวดเร็วมาก หากช้าจากหัว จะกลายเป็นก้อย ดังนั้นผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้บังคับกองพัน ต้องมีความละเอียด ดูแลลูกน้องเพื่อไม่ให้บรรลุโทสะ   เพราะคนที่อยู่ข้างหน้าเรา คือ คนไทย เราต้องไม่ไปเล่นตามเกมเขา   เราต้องอดทน ปกป้องสถานที่ของเรา   โดยยึดหลักสากลจากเบาไปหาหนัก   ผมย้ำว่าต้องยึดหลักนี้ และ ต้องอดทนมากๆ ถ้าใครทำความรุนแรงเหตุการณ์อาจจะบานปลาย และจะคุมกันไม่อยู่   เพราะนี่ไม่ใช่การรบ แต่นี่คือการรักษาความสงบ ที่เป็นประชาชนคนไทยด้วยกัน แต่เราไม่มีทางเลือก เพราะเราต้องรักษากฎหมาย   บางคนบอกว่า รบกับศัตรูง่ายกว่า แต่นี่คนไทยด้วยกัน เราต้องทำตามกฎหมาย เราเป็นเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ผบ.ทบ.บอกว่า เราต้องมีสง่าราศี ทำหน้าที่ของเราและอย่าไปยั่วยุ   ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ขอให้กำลังพลมีความพร้อม 100 % “ พล.ท. ดาว์พงษ์ กล่าว

 จากนั้นนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเคลื่อนทัพมาปิดล้อมที่ ร. 11 รอ.ว่า อยากจะกราบเรียนไปยังประชาชนที่มาชุมนุมตั้งแต่วันที่ 11-12 มี.ค.เป็นต้นมา เราได้ปฏิบัติต่อกันด้วยดี ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแม้ว่าจะได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษาความสงบของบ้านเมืองดูแลป้องกันตามมาตรการต่าง ๆ   ซึ่งเราพยายามอะลุ้มอะล่วยผ่อนปรนเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความขัดข้องหม่องใจระหว่างกัน การที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ามาในพื้นที่ กทม . ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศ พรบ . ความมั่นคง จะได้เห็นกำลังของตำรวจทหารยืนดูแลรักษาการณ์ทั่วทั่ว กทม.ไม่มีใครพกอาวุธ ไม่มีปืนสั้นปืนยาว ตนอยากเรียกไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่ประกาศตัวว่าเป็นนักประชาธิปไตยได้เคารพกฎหมายบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด เราจะได้อยู่กันอย่างสันติ บ้านเมืองก็จะได้รับความเชื่อถือยกย่องจากนานาประเทศ

 เมื่อถามว่าสถานการณ์รุนแรงจะมีการประกาศ พรก.ฉุกเฉินใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่พูดอะไรทั้งนั้นในเรื่องที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า แต่ตนจะตัดสินใจด้วยเหตุผลตามสถานการณ์ และสิ่งที่ตัดสินใจไปนั้นประชาชนของประเทศจะได้รับการชี้แจงเหตุผล และจะเข้าใจ เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาล้อมที่กองบัญชาการ ศอ.รส. จะมีการเตรียมการเรื่องนี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมาได้แต่อย่าได้กีดขวางจราจร และอย่าบุกรุกเข้ามาในสถานที่ราชการ เป็นพื้นที่ห้วงห้าม ถ้าหากฝ่าผืนบุกเข้ามาเจ้าหน้าที่ก็จะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้เราได้มีการประสานกับกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดเวลาโดยให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นดำเนินการ ส่วนนายกรัฐมนตรีก็จะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ที่ ร. 11 รอ. หากมีราชการข้างนอกก็จะต้องออกไปตามกำหนดการ ทั้งนี้ใน ศอ.รส.มีความเป็นห่วงกลุ่มผู้ชุมนุมขับมอร์เตอร์ไซต์ เพราะจะต้องดูแลในทุกมุม เราต้องการให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความสงบ ฉะนั้นก็จะต้องมาคิดมาวิเคราะห์หาทางป้องกัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาปิดล้อมที่ ร. 11 รอ.เท่าไหร่ แต่ฟังจากกลุ่มผู้ชุมนุมเขาบอกว่าถ้าเขาจะไปไหนเขาจะไปด้วยกันทั้งหมด

 เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปทำงานของประชาชนชาวกทม. หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมจะต้องไม่ทำให้ชีวิตตามปกติของคน กทม.เป็นอุปสรรค พรุ่งนี้เป็นวันที่เขาทำมาหากินกัน อย่าได้ทำอะไรที่เป็นการขัดขวางการจราจรจะทำให้คน กทม.เขาเดือดร้อน และเป็นการผิดกฎหมาย ถ้าหากผู้ชุมนุมมีหัวใจก็สามารถแบ่งพื้นที่ให้ใช้ถนนได้บ้าง ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมออกมาระบุว่าจะปิดถนนทุกเส้นทางก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เราจะต้องดำเนินการจับกุม เมื่อถามว่า ไม่มีแนวความคิดที่จะประกาศ พรก.ฉุกเฉิน หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะดูสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะให้มาบอกว่าทำแบบนี้ได้หรือไม่ได้คงลำบากตนจะดูแลทุกอย่างเพื่อดูแลรักษาความสงบของบ้านเมืองไว้ ด้วยเหตุผลที่มีความเหมาะสม ซึ่งตนพยายามประคับประคองสถานการณ์มาโดยตลอดด้วยความอดทนอดกลั้นและระวังที่จะให้กฎหมายให้เหมาะสม การที่มีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ทุกคนก็เห็นแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะการปลุกระดมทำให้เราจะต้องเพิ่มมาตรการในการรักษาบ้านเมือง ถ้าหากว่าสถานการณ์เบาบางลงก็จะมีการผ่อนปรน แต่ถ้าหากสถานการณ์รุนแรงเราก็จะเพิ่มมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น

 เมื่อถามว่า กังวลกับสถานการณ์คืนนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนกังวลทุกวันจนกว่าเรื่องจะเรียบร้อย ถ้าเขากลับบ้านทุกอย่างก็จะคืนกลับสู่สภาพเดิม ตนก็จะหายกังวลเหมือนกับประชาชนคนอื่น ส่วนเรื่องที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำรถเข้ามาในพื้นที่ กทม. นั้นตนถือว่ายังไม่ได้ใช้รถไปขัดขวางการจราจร ทั้งนี้ตนมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองคงไม่มีหน้าที่ไปพิจารณาว่าจะยุบสภา หรือไม่ยุบสภาตามคำขู่ของกลุ่มผู้ชุมนุม

 เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าคน กทม.จะเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า อยากให้คน กทม.รับสถานการณ์ด้วยความอดทน ตนได้สั่งการไปยังตำรวจจราจร ถ้าหากมีปัญหาการจราจรตรงไหนผู้บังคับการจราจรจะต้องออกทีวีวิทยุแจ้งให้ประชาชนให้ได้รับทราบ เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวว่ามีการนำอาวุธสงครามใน กทม.บ้างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมีความระมัดระวังเรื่องการข่าว และที่มีการตรวจพบเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ตนก็สบายใจส่วนหนึ่ง แต่ที่กลุ้มอยู่คือไม่รู้ว่าจะเล็ดลอดไปบ้างหรือไม่ หรือไปอยู่ในมือใคร ทั้งนี้ตนพยายามกดดันเจ้าหน้าที่ให้ทำงานให้หนัก ทั้งนี้ตนได้ระแวดระวังในการก่อวินาศกรรม ตนมีการประชุมเจ้าหน้าที่กองบัญชาการกองบังคับการตำรวจตลอดเวลา กวดขัน ตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกัน

 “ ผมกับกองทัพยังเป็นปึกแผ่นดีแม้กระทั่งเขาจะทานข้าวที่ไหน อาบน้ำที่ไหน ผมดูแลเขาหมด เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเขา ทั้งนี้ผมจะติดตามสถานการณ์และพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ผมหวังว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ว่าเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหาร มีอุดมการณ์เหมือนกัน การทำหน้าที่ในวันนี้เป็นการปกป้องบ้านเมือง ปกป้องระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ทำเพื่อรัฐบาล ทำเพื่อผม หรือเพื่อใคร แต่เราทำเพื่อลูกหลานของเรา ” นายสุเทพ ระบุ

 แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงในศอ.รส. เปิดเผยว่า ที่ประชุมศอ.รส. ประเมินว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงน่าจะมีความรุนแรงมากที่สุดในคืนวันที่ 14 มี.ค.นี้  เนื่องจากวันที่ 15 มี.ค.นี้ กลุ่มต่างๆจะมารวมกันชุมนุม ซึ่งเดิมเราคาดการณ์ว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาจะมีคนมามาก แต่ปรากฏว่า กลุ่มชุมนุมมีจำนวนน้อยกว่าที่ประชุมศอ.รส.ประมาณการณ์ไว้ โดยมีเพียง 52,000 คนเท่านั้น ทั้งที่ประมาณไว้ 100,000 คน อย่างไรก็ตามคาดว่า การชุมนุมในคืนวันที่ 14 มี.ค.นี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการชุมนุม แต่คาดว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่น่าจะเกิน 100,000 คน ส่วนผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพจะพักอยู่ภายในร. 11 รอ. เพื่อความสะดวกในการรักษาความปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางร. 11 รอ.ได้เตรียมเฮลิคอป์เตอร์ เพื่อพาตัวผู้นำระดับสูงออกจากพื้นที่ร. 11 รอ.ได้ทันที