ข่าว

ทบ.สั่งทหาร20กองร้อยคุมพื้นที่ร.11รปภ.ขั้นสูง

ทบ.สั่งทหาร20กองร้อยคุมพื้นที่ร.11รปภ.ขั้นสูง

14 มี.ค. 2553

ทบ.สั่งทหาร 20 กองร้อย คุมพื้นที่ ร.11 วางระบบรปภ.ขั้นสูงสุด ปทีปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือม็อบเครื่อนำพล รองผู้ว่ากทม.เผยกทม.พร้อมสนับสนุนเวชภัณฑ์ดูแลม็อบเสื้อแดง หวั่นเชื้อโรคแพร่กระจายในพื้นที่ชุมนุม

ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.)เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 14 มี.ค.พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ศอ.รส. กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้ประเมินว่าสถานการณ์เช่นนี้จะอยู่กี่วัน เพราะทุกอย่างมีตัวเลขเปลี่ยนแปลงเร็วทั้งเรื่องคนและรถ อย่างตัวเลขรถมียอดเข้ามาใน กทม. 4,000 คัน แต่ช่วงเช้าจอดที่สนามหลวง 200 คัน ลานพระบรมรูป 500 คัน ถนนอู่ทองใน 200 คัน รัฐสภา 200 คัน ผ่านฟ้าถึงพระบรมรูปคู่ขนาน กว่า 1,700 คัน หายไปเยอะ ดังนั้น ศอ.รส. ยังไม่อยากประเมิน เพราะตัวเลขเปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งนี้ ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ กองทัพบกยังทำงานตามปกติ ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก น่าจะอยู่ที่ บก.ศอ.รส. เพราะความสำคัญของสถานการณ์อยู่ตรงนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการการป้องกันในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ในขณะนี้อยู่ในขั้นพร้อมเต็มที่

 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.20 น. พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก พร้อมคณะนายทหารจากฝ่ายอำนวยการ และกรมยุทธการ ได้ตรวจเยี่ยมการฝึกเพื่อแบ่งมอบกำลัง หน้าที่ และซักซ้อมความเข้าใจภายหลังกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะเคลื่อนมาปิดล้อม ร. 11 รอ. โดยจะมีการปฏิบัติตามภารกิจป้องกันระวังที่ตั้ง โดยได้มีการฝึกกองร้อยปราบจลาจลของหน่วยทหารที่ถูกส่งเข้ามาเพิ่มเติมภายใน ร. 11 รอ. และมีการทบทวนการฝึกชุดควบคุมฝูงชน โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้ พล.ท.ดาว์พงษ์ เตรียมความพร้อมในขั้นสูงสุด เพราะทหารที่เข้ามานั้นมาจากหลายหน่วยด้วยกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนตัว บก.ร. 11 รอ.ที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมของ ศอ.รส.และเป็นที่ทำงานของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และนายทหารระดับ 5 เสือ ทบ.ในช่วงนี้ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัย โดยได้ให้ทหารนำลวดหนามมากั้นบริเวณรอบหน้า บก.ร. 11 รอ. รวมทั้งได้นำรถฉีดน้ำ รถดับเพลิง รถขยายเสียง รถตัดสัญญาโทรศัพท์ และรถฮัมวี่พร้อมติดตั้งปืนกล มาเตรียมพร้อมหน้า บก.ร. 11 รอ.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหน่วยที่ถูกส่งเข้ามาป้องกันระวังพื้นที่ ร.11 รอ.นั้นประกอบด้วย กรมทหารช่างที่ 1 (ช.1) กองพลทหารช่าง (พล.ช.)กองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ (ช.พัน. 2 รอ.)จังหวัดทหารบกพิษณุโลก(จทบ.พ.ล.)กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์(ม.พัน.1 รอ.)กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ (ม.พัน.3 รอ.)กองพันทหารม้าที่ 13 (ม.พัน.13) กองพันทหารม้าที่ 26 (ม.พัน.26 )กองพันทหารม้าที่ 28 (ม.พัน.28) กรมขนส่งทหารบก (กรม.ขส.ทบ.) กองบัญชาการการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) กองพันทหารสื่อสารที่ 3 (ส.พัน.3) กองพันทหารสื่อสารที่ 12 (ส.พัน.12) โดยมีกำลังที่อารักขาภายในกอง บก.ศอ.รส. อยู่ 20 กองร้อย

ปทีปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือม็อบเครื่อนำพล 

 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 มีนาคม พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่พักอยู่ที่สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ก่อนกล่าวว่า รู้สึกพอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปฏิบัติงานด้วยความสงบเรียบร้อย ดูแลป้องกันเหตุความวุ่นวาย ไม่ให้เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมและเน้นย้ำ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงาน ใช้ความอดทน และใช้การเจรจาทางวาจาเป็นหลัก ย้ำตรวจตราป้องกันเหตุจากบุคคลที่ 3 ที่จะมาก่อเหตุความวุ่นวาย

 พล.ต.อ.ปทีป กล่าวอีกว่า สำหรับความคลื่นไหวในวันพรุ่งนี้ (15 มีนาคม) ได้รับรายงานมาว่ากลุ่มผู้ชุมนุม จะมีการเคลื่อนขวบนไปจุดต่างๆ เวลา 12.00 น. ก็สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการ ให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 9 กองร้อย เพื่อที่ดูแลสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ โดยระดมกำลังจากตำรวจภูธรภาค1 ภาค2 ภาค 7 และภาค 9 กองปราบ และตชด. ซึ่งจะเน้นย้ำให้ไปประจำการอยู่บ้านบุคคลสำคัญ และสถานที่สำคัญ และรวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย

 "ขณะนี้ยังไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมือที่ 3 ที่จะมาป่วนสร้างความวุ่นวาย เนื่องจากตร.ได้ตั้งด่านตรวจค้นอาวุธอย่างเคร่งครัด แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจไปเสียทีเดียว เพราะสถานการณ์แบบนี้ อาจมีคนพยายามสร้างความวุ่นวาย สำหรับกรณี ที่มีการตรวจจับ เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 นั้น ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลระบุหรือเชื่อมโยงไปยังกลุ่มไหน อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมข้อมมูลหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติม" พล ต.อ. ปทีป กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ ตร.ที่ปฏิบัติงาน รวมถึงผู้บังคับบัญชา ต่างมีสีหน้าเรียบเฉยสลับกับยิ้ม ไม่แสดงความเป็นกังวลเหนื่อยล้าแต่อย่างไร สำหรับพล.ต.เอกป ทีป ที่มาให้กำลังใจกำลังพลที่สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง จากนั้นก็จะเดินทางไปให้กำลังใจและตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป

รองผู้ว่ากทม.เผยกทม.พร้อมสนับสนุนเวชภัณฑ์ดูแลม็อบ

 แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากที่กรุงเทพมหานครจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่กระจายอยู่โดยรอบพื้นที่ชุมนุมจำนวน 6 จุดนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีประชาชน กลุ่มผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มาขอรับยาสามัญประจำบ้าน และรับการรักษาพยาบาลพอสมควร โดยจุดที่ มีผู้มาขอรับบริการมากที่สุด คือ ที่แยกจปร. แต่การที่แกนนำผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้เตรียมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาให้บริการด้วย จึงเป็นการผ่อนแรงทีมแพทย์ของกทม.ลงไปมาก อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครได้มีการประสานกับหน่วยแพทย์ของผู้ชุมนุมตลอดเวลา เพื่อจะจัดส่งยาที่ขาดแคลนให้ เพราะกทม.ได้มีการจัดเก็บยาสามัญประจำบ้านไว้ที่ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร 1 มากพอที่จะพร้อมจัดส่งให้กับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทั้งของกรุงเทพมหานคร และของผู้ชุมนุมตลอดเวลา

 นอกจากนี้กทม.ยังได้จัดส่งทีมจากสำนักอนามัยกระจายลงพื้นที่ เพื่อดูแลสุขอนามัยของผู้ชุมนุมอย่างทั่วถึง ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการติดเชื้อ หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ส่วนเรื่องการเตรียมพร้อมของโรงพยาบาลวชิระ ขณะนี้ได้กันเตียงไว้จำนวน 100 เตียง เพื่อพร้อมรับผู้ป่วย หรือผู้บาดเจ็บที่สืบเนื่องมาจากการชุมนุมโดยเฉพาะ รวมถึงเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ และถึงแม้การชุมนุมจะยืดเยื้อ ก็ไม่เป็นปัญหากับความพร้อมของทีมแพทย์ เพราะปกติต้องมีการอยู่เวรเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว

หวั่นเชื้อโรคแพร่กระจายในพื้นที่ชุมนุม

 นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการดูแลสุขอนามัยรอบบริเวณพื้นที่ชุมนุม ว่า กรุงเทพมหานคร ได้เตรียมรถสุขาเคลื่อนที่ให้บริการโดยรอบจากแยกผ่านฟ้าลีลาส จนถึงบริเวณท้องสนามหลวง จำนวน 24 คัน รวมกับสุขาถอดประกอบอีก 80 ตู้ เพื่อให้บริการทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ และผู้ชุมนุม ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้ ทางแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้เตรียมสุขาเคลื่อนที่มาด้วยอีกจำนวนหนึ่ง จึงยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนห้องน้ำ แต่ปัญหาที่พบคือห้องน้ำของผู้ชุมนุมจะขับถ่ายสิ่งปฎิกูลลงถุงดำ และขับถ่ายปัสสาวะลงท่อน้ำทิ้งโดยตรง ซึ่งสิ่งปฎิกูลทั้งหมดจะอยู่ที่ 800 - 1,000 ตันต่อวัน

 กรุงเทพมหานครจึงต้องเตรียมระบบจัดเก็บเป็นอย่างดี โดยจะมีรถขนขยะกว่า 10 คัน วนแต่ละจุดประมาณวันละ 3 เที่ยว เพื่อจัดเก็บขยะ และสิ่งปฎิกูลทั้งหมด ซึ่งหากเป็นสิ่งปฎิกูลจะส่งไปที่โรงขยะอ่อนนุช ของบริษัทกรุงเทพธนาคม เพื่อทำปุ๋ยจากสิ่งปฎิกูล ส่วนเรื่องการทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง ทางสำนักการระบายน้ำได้เตรียมรถฉีดน้ำทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งจำนวน 2 คัน รวมกับรถฉีดน้ำของผู้ชุมนุมอีก 2 คัน คอยฉีดล้างทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง และราดซ้ำด้วยน้ำยาเคมี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ในกรณีที่มีการอุดตัน แต่ในขณะนี้ท่อน้ำทิ้งยังคงเป็นปกติจึงปล่อยให้ไหลลงสู่โรงบำบัดน้ำเสียที่บริเวณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับที่บริเวณดินแดงเพื่อเข้าสู่ระบบบำบัดตามปกติ