ข่าว

บทความเดอะสตาร์มาเลย์ชี้เสื้อแดงตามฮุนเซน

บทความเดอะสตาร์มาเลย์ชี้เสื้อแดงตามฮุนเซน

14 มี.ค. 2553

บทความโดยบันน์ นาการา ในหนังสือพิมพ์เดอะ สตาร์ ของมาเลเซีย พูดถึงกรณีการประท้วงขับไล่รัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า รัฐบาลคงไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง และเรื่องนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาต่อไปว่าแล้วจะเป็นอย่างไรกันต่อไปหลังจากนี้

สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น การประท้วงคือการชี้เป็นชี้ตายสำหรับโอกาสของการที่เขาจะกลับมาประเทศ การล้มล้างข้อกล่าวหา คำตัดสิน และเอาเงินที่ถูกยึดคืน แต่กลุ่มผู้ประท้วงบอกว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องขี้ประติ๋ว เป้าหมายของพวกเขาก็คือการต่อต้านอำนาจที่ไม่ได้มาโดยประชาธิปไตย หรือมาตามครรลองรัฐธรรมนูญ แต่การกดดันให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลผ่านการประท้วงกลางถนน ก็เท่ากับพวกเขากำลังทำในสิ่งที่ต่อต้าน

การประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการชุมนุมจะไม่มีความรุนแรง จะเท่ากับเป็นการทำหลอกลวงหรือไม่ เมื่อมีการสงสัยกันว่า จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากรัฐบาลไม่ฟังเสียงเรียกร้องของพวกเขา แม้จะตะโกนกันดังขนาดไหนก็ตาม

เพราะเมื่อดูจากจำนวนผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงบนท้องถนน โอกาสของความรุนแรงมีสูงทีเดียว และหากเกิดความรุนแรง ทางการก็จะต่อต้านการประท้วงมากขึ้นไปอีก มากกว่าที่จะก้าวถอย

อดีตเจ้าหน้าที่ของพ.ต.ท.ทักษิณ เตือนเรื่องโอกาสที่จะเกิดสงครามกลางเมือง แต่เจ้าหน้าที่ทางการก็ออกมาปฏิเสธ แต่คงไม่มีใครสามารถคาดการณ์ผลของการชุมนุมใหญ่แบบนี้ได้  ไม่ว่าทางการจะให้คำสัญญา หรือเตรียมการอย่างไร

ผู้เขียนบอกด้วยว่า ด้วยธรรมชาติของอารมณ์ความรู้สึก ทำให้ตอนนี้ ผู้ประท้วงได้ก็อปปี้การกระทำของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน พันธมิตรของทักษิณ หลังจากที่เขาสาปแช่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้กัมพูชา ที่ตกเป็นรองฝ่ายไทยมาตลอดศก กำลังเป็นผู้ชี้นำแนวทางสำหรับพวกเสื้อแดง

แม้กลุ่มผู้ประท้วงจะอ้างว่าพวกเขาต่อสู้เพื่อหลักการ เงินก็ยังคงเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ และหากแต่ก่อน เงิน 500 บาทบวกค่ารถ ก็สามารถทำให้เสื้อแดงตกลงกันได้ แต่ตอนนี้ เงินต้องเพิ่มขึ้น

แต่เดิม คำว่า  “one night in Bangkok” หมายถึงประสบการณ์ในกรุงเทพที่ชาวต่างชาติประทับใจไม่ลืมเลือน แต่ในทางการเมือง คำว่า “a few nights in Bangkok” อาจจะหมายถึงอันตรายถึงชีวิตก็ได้

ผู้เขียนบอกด้วยว่า สีสันในการเมืองไทย ไม่ใช่มีแต่สีเหลือง สีแดง เท่านั้น แต่ยังมีสีน้ำเงิน สีเขียว สีกากี ที่แม้คนไทยเองก็ยังสับสนได้ และเพื่อนของผู้เขียนบอกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนว่าจะไปเข้ากับกลุ่มสีอะไร ตอนนี้พวกเขาเลิกใส่เสื้อสีกันแล้ว